เคล็ดลับซื้อรถมือสอง รวมเทคนิคและวิธีการเลือกซื้อรถมือสอง คลิก!! More

บทความใหม่

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ TOYOTA แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ TOYOTA แสดงบทความทั้งหมด

นับเป็นรถยนต์แบบ sports coupe ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว และคุณจะไม่ต้องแปลกใจที่ได้รู้ว่าในสัปดาห์นี้งานอย่าง Tokyo Auto Salon 2013 นั้นรถทุกคันจะถูกกลบด้วยรัศมีของเจ้า Toyota 86(Scion FR-S ใน North America) อย่างแน่นอน


ในส่วนของตัวอุปกรณ์เสริมของ Toyota’s แบบดั้งเดิมนั้นได้ทำงานเป็นวิสัยทัศน์ของตัวเองในรุ่นที่กำหนดอย่าง “coupe dubbed 86xStyle Cb” นั้นมีการผสมองค์ประกอบของการออกแบบแบบคลาสสิกและทันสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

สำหรับในส่วนที่มีการเปลี่ยนมากที่สุดคือการการเปลี่ยนแปลงการออกแบบบริเวณด้านหน้าของตัวรถที่ได้ออกแบบส่วนจมูกใหม่สำหรับเจ้า 86 คันนี้ และในส่วนท้ายของตัวรถนั้นจะมีการออกแบบไฟท้ายใหม่และนำสปอยเลอร์แบบ Lip มาใช้ รวมไปถึงเปลี่ยนกันชนและท่อไอเสียแบบใหม่

ปิดท้ายการออกแบบภายนอกด้วยการเพ้นท์สีสองรูปแบบและล้อแม็กซ์ของ BBS ขนาด 18 นิ้วที่ใช้ยางขนาด 215/45 ทางด้านหน้าและ 225/45 ทางด้านหลังตามลำดับ และในส่วนของห้องโดยสารนั้นถูกตกแต่งด้วยการใช้สีน้ำตาลเข้ม รวมไปถึงหนังแบบสีสะอาดตาที่เข้ามาตกแต่งในส่วนของแดชบอร์ดใหม่และส่วนพิเศษอื่นๆ
TOYOTA

Toyota ออกรถโฉมใหม่ “86xStyle Cb Concept” สปอร์ตซีดานสุดหรู

rutchapong  |  at   07:32


นับเป็นรถยนต์แบบ sports coupe ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว และคุณจะไม่ต้องแปลกใจที่ได้รู้ว่าในสัปดาห์นี้งานอย่าง Tokyo Auto Salon 2013 นั้นรถทุกคันจะถูกกลบด้วยรัศมีของเจ้า Toyota 86(Scion FR-S ใน North America) อย่างแน่นอน


ในส่วนของตัวอุปกรณ์เสริมของ Toyota’s แบบดั้งเดิมนั้นได้ทำงานเป็นวิสัยทัศน์ของตัวเองในรุ่นที่กำหนดอย่าง “coupe dubbed 86xStyle Cb” นั้นมีการผสมองค์ประกอบของการออกแบบแบบคลาสสิกและทันสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

สำหรับในส่วนที่มีการเปลี่ยนมากที่สุดคือการการเปลี่ยนแปลงการออกแบบบริเวณด้านหน้าของตัวรถที่ได้ออกแบบส่วนจมูกใหม่สำหรับเจ้า 86 คันนี้ และในส่วนท้ายของตัวรถนั้นจะมีการออกแบบไฟท้ายใหม่และนำสปอยเลอร์แบบ Lip มาใช้ รวมไปถึงเปลี่ยนกันชนและท่อไอเสียแบบใหม่

ปิดท้ายการออกแบบภายนอกด้วยการเพ้นท์สีสองรูปแบบและล้อแม็กซ์ของ BBS ขนาด 18 นิ้วที่ใช้ยางขนาด 215/45 ทางด้านหน้าและ 225/45 ทางด้านหลังตามลำดับ และในส่วนของห้องโดยสารนั้นถูกตกแต่งด้วยการใช้สีน้ำตาลเข้ม รวมไปถึงหนังแบบสีสะอาดตาที่เข้ามาตกแต่งในส่วนของแดชบอร์ดใหม่และส่วนพิเศษอื่นๆ


Toyota Altis E85 โตโยต้าเปิดตัวรถยนต์ โตโยต้า อัลติส ใหม่ สำหรับรุ่นปีล่าสุดโดยมีการติดตั้งเครื่องยนต์ที่สามารถรองรับพลังงานทาง เลือก E85 ให้กับรุ่น 1.8 ลิตร พร้อมทั้งปรับราคาลดลง ตามอัตราภาษีรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแก๊ซโซฮอล E85 Toyota Altis 2013 รุ่นปรับปรุงใหม่ 7 Wonder Speed พร้อม E85 เร้าใจ เต็มสมรรถนะกับCorolla Altis ใหม่ พร้อมดึง อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ซุปเปอร์สตาร์สาวมาเป็นพรีเซนเตอร์ ประกบคู่กับ โฬม พัชฏะ นามปาน ซึ่ง Toyota ให้เหตุผลในการดึง อั้ม พัชราภา มาเป็นพรีเซนเตอร์ Corolla Altis E85ใหม่ เพราะอั้ม เป็นดาราที่มีชื่อเสียงอย่างยาวนานเหมือนกับรถตระกูล Corolla ที่ได้รับความนิยมอย่างยาวนานเช่นกัน 


2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85

Toyota Altis ใหม่ สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล E85 ในรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร โดยได้มีการปรับเปลี่ยนวัสดุและชนิดสารเคลือบของอุปกรณ์ต่างๆ อาทิเช่น แหวนลูกสูบและลูกสูบ ท่อส่งน้ำมันเข้าหัวฉีดวาล์วและบ่าวาล์วของทั้งไอดีและไอเสีย หัวเทียน รวมทั้ง PCV วาล์ว เพื่อให้สามารถรองรับการใช้น้ำมัน แก๊สโซฮอล E85 ได้อย่างมั่นใจตามมาตรฐานจากโรงงานของ Toyota พร้อมกับได้รับสิทธิประโยชน์จากอัตราภาษีรถยนต์ที่ลดลง 

ราคา Toyota Altis รุ่น 2.0 V Navi ราคา 1,199,000 บาท

ราคา Toyota Altis รุ่น 2.0 V A/T ราคา 1,064,000 บาท

ราคา Toyota Altis รุ่น 2.0 G A/T ราคา 979,000 บาท

ราคา Toyota Altis รุ่น 1.8 G Navi (รุ่นเพิ่มเติม) ราคา 949,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.8 G A/T ราคา 899,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.8 E A/T ราคา 829,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.6 E CNG A/T ราคา 859,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.6 G A/T ราคา 819,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.6 J M/T ราคา 751,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น CNG M/T (Color) ราคา 756,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น CNG M/T ราคา 744,000 บาท


2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85

รูปลักษณ์ภายนอก
Toyota Altis E85 ตอบรับทุกความต้องการด้วยเทคโนโลยีจากโตโยต้า ที่พัฒนาเครื่องยนต์และอุปกรณ์รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างหลากหลาย (Flex Fuel) ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอลระหว่างร้อยละ 0-85 อาทิ แก๊สโซฮอล์ประเภท E10 E20 E85 หรือน้ำมันเบนซินทั่วไป (EO)ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอน้ำมันหมดถัง ก็สามารถเติมน้ำมันเหล่านี้ผสมกันเป็นสัดส่วนใดๆ ก็ได้อีกด้วย


2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85

รูปลักษณ์ภายใน
Toyota Altis E85 ใหม่ ห้องโดยสารกว้างขวาง ตกแต่งทันสมัย ดีไซน์สปอร์ตใหม่กว่า ด้วยเบาะหนังสีดำตอบรับสไตล์ที่เร้าใจยิ่งขึ้น

ที่มา www.thaicarnews.com
Toyota Altis E85

2013 Toyota Altis E85 ราคาโตโยต้าอัลติสใหม่

rutchapong  |  at   00:33


Toyota Altis E85 โตโยต้าเปิดตัวรถยนต์ โตโยต้า อัลติส ใหม่ สำหรับรุ่นปีล่าสุดโดยมีการติดตั้งเครื่องยนต์ที่สามารถรองรับพลังงานทาง เลือก E85 ให้กับรุ่น 1.8 ลิตร พร้อมทั้งปรับราคาลดลง ตามอัตราภาษีรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแก๊ซโซฮอล E85 Toyota Altis 2013 รุ่นปรับปรุงใหม่ 7 Wonder Speed พร้อม E85 เร้าใจ เต็มสมรรถนะกับCorolla Altis ใหม่ พร้อมดึง อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ซุปเปอร์สตาร์สาวมาเป็นพรีเซนเตอร์ ประกบคู่กับ โฬม พัชฏะ นามปาน ซึ่ง Toyota ให้เหตุผลในการดึง อั้ม พัชราภา มาเป็นพรีเซนเตอร์ Corolla Altis E85ใหม่ เพราะอั้ม เป็นดาราที่มีชื่อเสียงอย่างยาวนานเหมือนกับรถตระกูล Corolla ที่ได้รับความนิยมอย่างยาวนานเช่นกัน 


2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85

Toyota Altis ใหม่ สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล E85 ในรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร โดยได้มีการปรับเปลี่ยนวัสดุและชนิดสารเคลือบของอุปกรณ์ต่างๆ อาทิเช่น แหวนลูกสูบและลูกสูบ ท่อส่งน้ำมันเข้าหัวฉีดวาล์วและบ่าวาล์วของทั้งไอดีและไอเสีย หัวเทียน รวมทั้ง PCV วาล์ว เพื่อให้สามารถรองรับการใช้น้ำมัน แก๊สโซฮอล E85 ได้อย่างมั่นใจตามมาตรฐานจากโรงงานของ Toyota พร้อมกับได้รับสิทธิประโยชน์จากอัตราภาษีรถยนต์ที่ลดลง 

ราคา Toyota Altis รุ่น 2.0 V Navi ราคา 1,199,000 บาท

ราคา Toyota Altis รุ่น 2.0 V A/T ราคา 1,064,000 บาท

ราคา Toyota Altis รุ่น 2.0 G A/T ราคา 979,000 บาท

ราคา Toyota Altis รุ่น 1.8 G Navi (รุ่นเพิ่มเติม) ราคา 949,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.8 G A/T ราคา 899,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.8 E A/T ราคา 829,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.6 E CNG A/T ราคา 859,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.6 G A/T ราคา 819,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.6 J M/T ราคา 751,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น CNG M/T (Color) ราคา 756,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น CNG M/T ราคา 744,000 บาท


2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85

รูปลักษณ์ภายนอก
Toyota Altis E85 ตอบรับทุกความต้องการด้วยเทคโนโลยีจากโตโยต้า ที่พัฒนาเครื่องยนต์และอุปกรณ์รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างหลากหลาย (Flex Fuel) ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอลระหว่างร้อยละ 0-85 อาทิ แก๊สโซฮอล์ประเภท E10 E20 E85 หรือน้ำมันเบนซินทั่วไป (EO)ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอน้ำมันหมดถัง ก็สามารถเติมน้ำมันเหล่านี้ผสมกันเป็นสัดส่วนใดๆ ก็ได้อีกด้วย


2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85

รูปลักษณ์ภายใน
Toyota Altis E85 ใหม่ ห้องโดยสารกว้างขวาง ตกแต่งทันสมัย ดีไซน์สปอร์ตใหม่กว่า ด้วยเบาะหนังสีดำตอบรับสไตล์ที่เร้าใจยิ่งขึ้น

ที่มา www.thaicarnews.com


โตโยต้า ประกาศเรียกคืนรถยนต์ 2.77 ล้านคันทั่วโลกหลังพบปัญหาเกี่ยวกับปั๊มน้ำและระบบพวงมาลัย


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท โตโยต้า ได้ประกาศเรียกคืนรถยนต์จำนวน 2.77 ล้านคันทั่วโลก หลังพบปัญหาเกี่ยวกับปั๊มน้ำและระบบพวงมาลัย โดยรถจำนวนดังกล่าวเป็นรถที่ผลิตระหว่าง เดือนส.ค.2543 ถึง ธ.ค. 2554 ซึ่งมีหลายรุ่นรวมทั้งรุ่น พรีอุส ไฮบริด ด้วย


โดยโตโยต้า ระบุว่า ยังไม่มีรายงานว่าเกิดอุบัติเหตุหรือมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากปัญหาดังกล่าว แต่บริษัทได้รับการร้องเรียนจากลูกค้ากว่า 400 รายในญี่ปุ่นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยรถที่ถูกเรียกคืนครั้งนี้เป็นรถยนต์ ที่ขายในญี่ปุ่นประมาณ 1.5 ล้านคัน ส่วนที่เหลือเป็นรถยนต์ที่ขายไปทั่วโลก รวมทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป


ทั้งนี้ ประกาศครั้งนี้มีขึ้นหลังจากโตโยต้าเพิ่งเรียกคืนรถยนต์กว่า 7.43 ล้านคัน ซึ่งรวมถึงรุ่นยอดนิยมอย่างคัมรี และโคโรลลา เนื่องด้วยความเสี่ยงที่อาจเกิดไฟไหม้กระจกไฟฟ้าในเดือนที่ผ่านมา

ที่มา: TNN24


TOYOTA

โตโยต้าเรียกคืนรถ 2.7 ล้านทั่วโลกพบมีปัญหา

rutchapong  |  at   09:21


โตโยต้า ประกาศเรียกคืนรถยนต์ 2.77 ล้านคันทั่วโลกหลังพบปัญหาเกี่ยวกับปั๊มน้ำและระบบพวงมาลัย


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท โตโยต้า ได้ประกาศเรียกคืนรถยนต์จำนวน 2.77 ล้านคันทั่วโลก หลังพบปัญหาเกี่ยวกับปั๊มน้ำและระบบพวงมาลัย โดยรถจำนวนดังกล่าวเป็นรถที่ผลิตระหว่าง เดือนส.ค.2543 ถึง ธ.ค. 2554 ซึ่งมีหลายรุ่นรวมทั้งรุ่น พรีอุส ไฮบริด ด้วย


โดยโตโยต้า ระบุว่า ยังไม่มีรายงานว่าเกิดอุบัติเหตุหรือมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากปัญหาดังกล่าว แต่บริษัทได้รับการร้องเรียนจากลูกค้ากว่า 400 รายในญี่ปุ่นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยรถที่ถูกเรียกคืนครั้งนี้เป็นรถยนต์ ที่ขายในญี่ปุ่นประมาณ 1.5 ล้านคัน ส่วนที่เหลือเป็นรถยนต์ที่ขายไปทั่วโลก รวมทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป


ทั้งนี้ ประกาศครั้งนี้มีขึ้นหลังจากโตโยต้าเพิ่งเรียกคืนรถยนต์กว่า 7.43 ล้านคัน ซึ่งรวมถึงรุ่นยอดนิยมอย่างคัมรี และโคโรลลา เนื่องด้วยความเสี่ยงที่อาจเกิดไฟไหม้กระจกไฟฟ้าในเดือนที่ผ่านมา

ที่มา: TNN24


ถือเป็นการเฉลิมฉลอง 60 ปี การทำตลาดของแลนด์ ครุยเซอร์ ในประเทศญี่ปุ่น งานนี้โตโยต้าจึงได้เผยโฉมใหม่ในแบบปรับโฉมของตระกูลเอสยูวี อย่าง แลนด์ ครุยเซอร์ ในรหัส 200 ซีรี่ส์ ที่เพิ่มความสดใหม่ให้กับรูปลักษณ์รอบคัน พร้อมด้วยพลังขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์ V8 5,700 ซี.ซี.


ในแง่ของการปรับโฉมนั้น สังเกตได้ตั้งแต่ด้านหน้า เพราะมีการติดตั้งไฟแบบ Daytime Running Light ขณะที่กระจังหน้า กันชนหน้า และกระจกมองข้าง ก็ได้รับการออกแบบใหม่ ส่วนด้านท้ายมีจุดหลักของการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่กันชนท้าย อีกทั้งยังมีการปรับรายละเอียดของการติดตั้งไฟสัญญาณต่าง ๆ ใหม่
แต่สิ่งที่เป็นไฮไลต์สำหรับการปรับโฉมในครั้งนี้คือ รายละเอียดที่อยู่ภายในเพราะนอกจาก แลนด์ ครุยเซอร์ จะสามารถรองรับผู้ขับและผู้โดยสารรวม  8 ที่นั่งแล้ว ตัวรถยังมีการติดตั้งฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น แผงหน้าจอ MID หรือ Multi-Informatio Display พร้อมติดตั้งสัญญาณแสดงลักษณะการขับเมื่ออยู่ในเงื่อนไขของ Eco Driving

ติดตั้งระบบครุยส์คอนโทรลแบบปรับความเร็วให้สัมพันธ์กับสภาพถนน พร้อมติดตั้งระบบอุ่นมือที่วงพวงมาลัย แลอีกสิ่งหนึ่งก็คือ หน้าจอแสดงระดับของตัวรถเวลาลุยทางออฟโรด หรือ Multi-terrai Monitor ที่แสดงผลความเอียงและลักษณะของตัวรถทั้งด้านหน้าตรง ด้านหลังตรง และทางด้านข้าง โดยจะทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

เครื่องยนต์ที่ทำตลาดมีแบบเดียวเป็นบล็อกเบนซิน V8 ทวินแคม 48 วาล์ว  5,700 ซีซี. พร้อมวางระบบวาล์วแปรผัน มีกำลังสูงสุด 381 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 55.3 กก.-ม. จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะในการถ่ายทอดกำลังสู่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลาที่มีการกระจายกำลังหน้า-หลังในอัตราส่วน 40:60 ในส่วนของการขับเคลื่อน 4 ล้อนั้นทางโตโยต้ามีการปรับอัตราทดเกียร์ โดยใช้อัตราทดกำลังในระดับ 2.618:1 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลุยวิบาก แถมยังมีโหมด Crawl Control รับหน้าที่ในการช่วยปรับอัตราทดให้สัมพันธ์กับสภาพเส้นทาง โดยสามารถปรับการกระจายแรงบิดจากห้องเกียร์ไปยังล้อขับเคลื่อนทั้ง 4

ด้านระบบกันสะเทือนเป็นแบบปีกนก 2 ชั้น ที่ได้รับการออกแบบให้มีจุดยึดอยู่ในระดับสูง เพื่อประสิทธิภาพในการลุยวิบาก ซึ่งทำให้ตัวรถมีมุมไต่อยู่ที่ 30 องศาและมุมจากอยู่ที่ 20 องศา  แถมด้วยการติดตั้งระบบ Kinetic Dynamic Suspension System ที่สามารถปรับระดับของช่วงล่างให้สอดคล้องกับสภาพการขับขี่ ตอบสนองทั้งความนุ่มนวลและการยึดเกาะ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการลุยวิบากเมื่อยู่บนเส้นทางออฟโรด

TOYOTA

แลนด์ ครุยเซอร์ โฉมใหม่ ฉลองครบ 60 ปี โตโยต้า

rutchapong  |  at   22:12

ถือเป็นการเฉลิมฉลอง 60 ปี การทำตลาดของแลนด์ ครุยเซอร์ ในประเทศญี่ปุ่น งานนี้โตโยต้าจึงได้เผยโฉมใหม่ในแบบปรับโฉมของตระกูลเอสยูวี อย่าง แลนด์ ครุยเซอร์ ในรหัส 200 ซีรี่ส์ ที่เพิ่มความสดใหม่ให้กับรูปลักษณ์รอบคัน พร้อมด้วยพลังขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์ V8 5,700 ซี.ซี.


ในแง่ของการปรับโฉมนั้น สังเกตได้ตั้งแต่ด้านหน้า เพราะมีการติดตั้งไฟแบบ Daytime Running Light ขณะที่กระจังหน้า กันชนหน้า และกระจกมองข้าง ก็ได้รับการออกแบบใหม่ ส่วนด้านท้ายมีจุดหลักของการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่กันชนท้าย อีกทั้งยังมีการปรับรายละเอียดของการติดตั้งไฟสัญญาณต่าง ๆ ใหม่
แต่สิ่งที่เป็นไฮไลต์สำหรับการปรับโฉมในครั้งนี้คือ รายละเอียดที่อยู่ภายในเพราะนอกจาก แลนด์ ครุยเซอร์ จะสามารถรองรับผู้ขับและผู้โดยสารรวม  8 ที่นั่งแล้ว ตัวรถยังมีการติดตั้งฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น แผงหน้าจอ MID หรือ Multi-Informatio Display พร้อมติดตั้งสัญญาณแสดงลักษณะการขับเมื่ออยู่ในเงื่อนไขของ Eco Driving

ติดตั้งระบบครุยส์คอนโทรลแบบปรับความเร็วให้สัมพันธ์กับสภาพถนน พร้อมติดตั้งระบบอุ่นมือที่วงพวงมาลัย แลอีกสิ่งหนึ่งก็คือ หน้าจอแสดงระดับของตัวรถเวลาลุยทางออฟโรด หรือ Multi-terrai Monitor ที่แสดงผลความเอียงและลักษณะของตัวรถทั้งด้านหน้าตรง ด้านหลังตรง และทางด้านข้าง โดยจะทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

เครื่องยนต์ที่ทำตลาดมีแบบเดียวเป็นบล็อกเบนซิน V8 ทวินแคม 48 วาล์ว  5,700 ซีซี. พร้อมวางระบบวาล์วแปรผัน มีกำลังสูงสุด 381 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 55.3 กก.-ม. จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะในการถ่ายทอดกำลังสู่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลาที่มีการกระจายกำลังหน้า-หลังในอัตราส่วน 40:60 ในส่วนของการขับเคลื่อน 4 ล้อนั้นทางโตโยต้ามีการปรับอัตราทดเกียร์ โดยใช้อัตราทดกำลังในระดับ 2.618:1 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลุยวิบาก แถมยังมีโหมด Crawl Control รับหน้าที่ในการช่วยปรับอัตราทดให้สัมพันธ์กับสภาพเส้นทาง โดยสามารถปรับการกระจายแรงบิดจากห้องเกียร์ไปยังล้อขับเคลื่อนทั้ง 4

ด้านระบบกันสะเทือนเป็นแบบปีกนก 2 ชั้น ที่ได้รับการออกแบบให้มีจุดยึดอยู่ในระดับสูง เพื่อประสิทธิภาพในการลุยวิบาก ซึ่งทำให้ตัวรถมีมุมไต่อยู่ที่ 30 องศาและมุมจากอยู่ที่ 20 องศา  แถมด้วยการติดตั้งระบบ Kinetic Dynamic Suspension System ที่สามารถปรับระดับของช่วงล่างให้สอดคล้องกับสภาพการขับขี่ ตอบสนองทั้งความนุ่มนวลและการยึดเกาะ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการลุยวิบากเมื่อยู่บนเส้นทางออฟโรด

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แนะนำ “อแวนซา” ใหม่ รถอเนกประสงค์รุ่นล่าสุดของค่าย ปรับใหม่ทั้งคันทั้งภายในภายนอก เน้นดีไซน์สปอร์ต เจาะกลุ่มคนหนุ่มสาว เป้า 3 เดือนแรก เดือนละ 500 คัน เปิดราคาเริ่มต้นเกียร์ธรรมดา 5.69 แสนบาท รุ่นท๊อปเกียร์ออโต้ ราคา  6.99 แสนบาท

“โตโยต้า อแวนซา”
อแวนซา ใหม่ ถูกปรับเปลี่ยนให้มีรูปลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น ไล่ไปตั้งแต่ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ สวยงามเข้ากับกระจังหน้าที่เปลี่ยนใหม่ยกชุดพร้อมไฟตัดหมอก เพิ่มอารมณ์สปอร์ตให้กับตัวรถมากยิ่งขึ้น เพิ่มไฟเลี้ยวบริเวณกระจกมองข้าง ล้อแม็กอัลลอย 15 นิ้ว ลายใหม่ ด้านหลังมาพร้อมกับชุดกันชนท้ายใหม่ ดูทันสมัย ไฟท้ายแบบใหม่ช่วยเสริมบุคลิกรถให้ดูดียิ่งขึ้น และยังเพิ่มขอบคิ้วโครเมียมบริเวณฝาท้ายเพิ่มความหรูหราให้กับตัวรถ

ภายในตกแตกใหม่ดูมีระดับมากยิ่งขึ้น ด้วยแผงคอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่ เน้นอารมณ์สปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยดีไซน์โทนสีเมทัลลิกและสีดำ ปรับชุดเครื่องเล่นวิทยุใหม่ ให้ดูสวยงามและทันสมัยกว่าเดิม อำนวยความสะดวกด้วยฟังก์ชั่นเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอก อาทิ USB i-Pod และ i-Phone พวงมาลัยไฟฟ้า EPS ตอบสนองแม่นยำพร้อมคอพวงมาลัยปรับระดับสูง – ต่ำได้ เรือนไมล์เป็นแบบ 3 ช่องวงกลม ใช้ไฟสีส้มดูง่ายสะอาดตา


ที่ผ่านมา อแวนซา รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ 5 ประตู 7 ที่นั่ง เปิดตัวสู่ตลาดเมืองไทยครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2547 ในรูปแบบรถยนต์นั่งแนวใหม่ ที่มีความคุ้มค่าสูงสุด ด้วยขนาดห้องโดยสารที่รองรับผู้โดยสารในการเดินทางได้ถึง 7 คน สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งเบาะนั่งเพื่อบรรทุกสัมภาระ พร้อมด้วยความคล่องตัว ประหยัดน้ำมัน ทนทาน อัตราการดูแลรักษาต่ำ โดยได้รับความนิยมจากลูกค้า มียอดขายสะสมนับจากเปิดตัวจนกระทั่งปัจจุบัน 24,133 คัน (ยอดจำหน่ายตั้งแต่เปิดตัวปี 2547-เดือนพฤศจิกายน 2554)

ส่วนราคาในการวางจำหน่าย มีให้ลูกค้าเลือก 3 รุ่น ด้วยกันคือ รุ่น 1.5 S เกียร์อัตโนมัติ ราคา 699,000 บาท, รุ่น 1.5 G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 659,000 บาท และรุ่น 1.5 E เกียร์ธรรมดาราคา  569,000 บาท มีให้เลือก 3 สีมาตรฐาน White, Black Metallic และ Silver mica Metallic

TOYOTA

“อแวนซา” ปรับลุค ขายถูก เจาะกลุ่มหนุ่มสาว

rutchapong  |  at   05:41

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แนะนำ “อแวนซา” ใหม่ รถอเนกประสงค์รุ่นล่าสุดของค่าย ปรับใหม่ทั้งคันทั้งภายในภายนอก เน้นดีไซน์สปอร์ต เจาะกลุ่มคนหนุ่มสาว เป้า 3 เดือนแรก เดือนละ 500 คัน เปิดราคาเริ่มต้นเกียร์ธรรมดา 5.69 แสนบาท รุ่นท๊อปเกียร์ออโต้ ราคา  6.99 แสนบาท

“โตโยต้า อแวนซา”
อแวนซา ใหม่ ถูกปรับเปลี่ยนให้มีรูปลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น ไล่ไปตั้งแต่ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ สวยงามเข้ากับกระจังหน้าที่เปลี่ยนใหม่ยกชุดพร้อมไฟตัดหมอก เพิ่มอารมณ์สปอร์ตให้กับตัวรถมากยิ่งขึ้น เพิ่มไฟเลี้ยวบริเวณกระจกมองข้าง ล้อแม็กอัลลอย 15 นิ้ว ลายใหม่ ด้านหลังมาพร้อมกับชุดกันชนท้ายใหม่ ดูทันสมัย ไฟท้ายแบบใหม่ช่วยเสริมบุคลิกรถให้ดูดียิ่งขึ้น และยังเพิ่มขอบคิ้วโครเมียมบริเวณฝาท้ายเพิ่มความหรูหราให้กับตัวรถ

ภายในตกแตกใหม่ดูมีระดับมากยิ่งขึ้น ด้วยแผงคอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่ เน้นอารมณ์สปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยดีไซน์โทนสีเมทัลลิกและสีดำ ปรับชุดเครื่องเล่นวิทยุใหม่ ให้ดูสวยงามและทันสมัยกว่าเดิม อำนวยความสะดวกด้วยฟังก์ชั่นเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอก อาทิ USB i-Pod และ i-Phone พวงมาลัยไฟฟ้า EPS ตอบสนองแม่นยำพร้อมคอพวงมาลัยปรับระดับสูง – ต่ำได้ เรือนไมล์เป็นแบบ 3 ช่องวงกลม ใช้ไฟสีส้มดูง่ายสะอาดตา


ที่ผ่านมา อแวนซา รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ 5 ประตู 7 ที่นั่ง เปิดตัวสู่ตลาดเมืองไทยครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2547 ในรูปแบบรถยนต์นั่งแนวใหม่ ที่มีความคุ้มค่าสูงสุด ด้วยขนาดห้องโดยสารที่รองรับผู้โดยสารในการเดินทางได้ถึง 7 คน สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งเบาะนั่งเพื่อบรรทุกสัมภาระ พร้อมด้วยความคล่องตัว ประหยัดน้ำมัน ทนทาน อัตราการดูแลรักษาต่ำ โดยได้รับความนิยมจากลูกค้า มียอดขายสะสมนับจากเปิดตัวจนกระทั่งปัจจุบัน 24,133 คัน (ยอดจำหน่ายตั้งแต่เปิดตัวปี 2547-เดือนพฤศจิกายน 2554)

ส่วนราคาในการวางจำหน่าย มีให้ลูกค้าเลือก 3 รุ่น ด้วยกันคือ รุ่น 1.5 S เกียร์อัตโนมัติ ราคา 699,000 บาท, รุ่น 1.5 G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 659,000 บาท และรุ่น 1.5 E เกียร์ธรรมดาราคา  569,000 บาท มีให้เลือก 3 สีมาตรฐาน White, Black Metallic และ Silver mica Metallic

โตโยต้า เปิดตัว เอควา ในประเทศญี่ปุ่น ไฮบริดไซส์คอมแพ็กต์ตัวใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการตอบรับด้วยยอดจองสูงถึง 60,000 คัน เปิดตัวรุ่นย่อยออกมาถึง 3 รุ่น พร้อมทั้งมีแพ็กเกจอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ผู้ซื้อสามารถเพิ่มเงิน เพื่อเลือกซื้อได้ตามใจถึง 7 แพ็กเกจ

โตโยต้า เอควา ไฮบริด
โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น กับไฮบริดน้องใหม่ โยโยต้า เอควา หรือโตโยต้า พริอุส ซี ในตลาดต่างประเทศ ด้วยดอดจองที่สูงถึง 60,000 คัน ในขณะที่โตโยต้าตั้งเป้ายอดจำหน่ายต่อเดือนเอาไว้ที่ 12,000 คันในประเทศเท่านั้น

เอคา เป็นรถยนต์ไฮบริดไซส์คอมแพ็กต์ มากับขนาดตัวที่ใหญ่กว่าโตโยต้า ยาริส เล็กน้อย ด้วยความยาวรวม 4,000 มิลลิเมตร กว้าง 1,690 มิลลิเมตร สูง 1,450 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,250 มิลลิเมตร และมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.8 เมตร  ระบบขับเคลื่อนใหม่ล่าสุด THS II หรือ Toyota Hybrid System II ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน .15 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว VVT-I กำลังสูงสุด 74 แรงม้าที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 11.3 กก.-ม. ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที

มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังสูงสุด 61 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 17.2 กก.-ม. เมื่อรวมทั้งระบบแล้ว จะสามารถผลิตกำลังได้ 100 แรงม้า และมีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 10.7 วินาที  โดยทั้งแบตเตอรี่นิกเกิล – เมทัลไฮดร์ด, มอเตอร์ไฟฟ้า และอินเวอร์เตอร์ มีน้ำหนักรวมกันประมาณ 40 กิโลกรัม ซึ่งเบากว่าชุดระบบไฮบริดที่ติดตั้งใน พรุอุส รุ่นตัวถังลิฟต์แบ็กในปัจจุบัน

นอกจากนี้ เอควา ยังติดตั้งระบบหมุนเวียนไอเสีย EGR – Exhaust Gas Recirculation เพื่อลดมลพิษในขณะใช้งานเครื่องยนต์ ด้วยระบบส่งกำลังติดตั้งเกียร์ทดกำลังสำหรับเพิ่มแรงบิดให้มอเตอร์ไฟฟ้า ระบบ ABS, EBD, VSC และ Hill-start Assist ให้ใช้งานอีกด้วย

เอควา เปิดราคาหน้าโรงงานตามแพ็กเกจ 3 รุ่นย่อย คือ เอควา แอล ราคา 1,690,000 เยน , เอควา จี 1,790,000 เยน, และรุ่นท็อป เอควา จี 1,850,000 เยน ซึ่งเป็นเพียงราคาเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งมีแพ็กเกจเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาให้เสียเงินเพิ่มอีก 7 แพ็กเกจ ซึ่งแพ็กเกจดังกล่าวจะมีทั้งการเพิ่มระบบ Smart Entry ปุ่มสตาร์ท ระบบกันขโมย และระบบไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมไฟหน้า LED แบบปรับอัตโนมัติ มาคู่กับระบบล้างไฟหน้า และไฟตัดหมอก ล้ออะลูมิเนียม 16 นิ้ว โฉมเฉี่ยวด้วยสปอยเลอร์หลัง และการจูนช่วงล่างพิเศษ 
TOYOTA

โตโยต้า เปิดตัว “เอควา” ไฮบริดใหม่ไซส์คอมแพ็กต์

rutchapong  |  at   06:36

โตโยต้า เปิดตัว เอควา ในประเทศญี่ปุ่น ไฮบริดไซส์คอมแพ็กต์ตัวใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการตอบรับด้วยยอดจองสูงถึง 60,000 คัน เปิดตัวรุ่นย่อยออกมาถึง 3 รุ่น พร้อมทั้งมีแพ็กเกจอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ผู้ซื้อสามารถเพิ่มเงิน เพื่อเลือกซื้อได้ตามใจถึง 7 แพ็กเกจ

โตโยต้า เอควา ไฮบริด
โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น กับไฮบริดน้องใหม่ โยโยต้า เอควา หรือโตโยต้า พริอุส ซี ในตลาดต่างประเทศ ด้วยดอดจองที่สูงถึง 60,000 คัน ในขณะที่โตโยต้าตั้งเป้ายอดจำหน่ายต่อเดือนเอาไว้ที่ 12,000 คันในประเทศเท่านั้น

เอคา เป็นรถยนต์ไฮบริดไซส์คอมแพ็กต์ มากับขนาดตัวที่ใหญ่กว่าโตโยต้า ยาริส เล็กน้อย ด้วยความยาวรวม 4,000 มิลลิเมตร กว้าง 1,690 มิลลิเมตร สูง 1,450 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,250 มิลลิเมตร และมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.8 เมตร  ระบบขับเคลื่อนใหม่ล่าสุด THS II หรือ Toyota Hybrid System II ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน .15 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว VVT-I กำลังสูงสุด 74 แรงม้าที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 11.3 กก.-ม. ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที

มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังสูงสุด 61 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 17.2 กก.-ม. เมื่อรวมทั้งระบบแล้ว จะสามารถผลิตกำลังได้ 100 แรงม้า และมีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 10.7 วินาที  โดยทั้งแบตเตอรี่นิกเกิล – เมทัลไฮดร์ด, มอเตอร์ไฟฟ้า และอินเวอร์เตอร์ มีน้ำหนักรวมกันประมาณ 40 กิโลกรัม ซึ่งเบากว่าชุดระบบไฮบริดที่ติดตั้งใน พรุอุส รุ่นตัวถังลิฟต์แบ็กในปัจจุบัน

นอกจากนี้ เอควา ยังติดตั้งระบบหมุนเวียนไอเสีย EGR – Exhaust Gas Recirculation เพื่อลดมลพิษในขณะใช้งานเครื่องยนต์ ด้วยระบบส่งกำลังติดตั้งเกียร์ทดกำลังสำหรับเพิ่มแรงบิดให้มอเตอร์ไฟฟ้า ระบบ ABS, EBD, VSC และ Hill-start Assist ให้ใช้งานอีกด้วย

เอควา เปิดราคาหน้าโรงงานตามแพ็กเกจ 3 รุ่นย่อย คือ เอควา แอล ราคา 1,690,000 เยน , เอควา จี 1,790,000 เยน, และรุ่นท็อป เอควา จี 1,850,000 เยน ซึ่งเป็นเพียงราคาเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งมีแพ็กเกจเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาให้เสียเงินเพิ่มอีก 7 แพ็กเกจ ซึ่งแพ็กเกจดังกล่าวจะมีทั้งการเพิ่มระบบ Smart Entry ปุ่มสตาร์ท ระบบกันขโมย และระบบไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมไฟหน้า LED แบบปรับอัตโนมัติ มาคู่กับระบบล้างไฟหน้า และไฟตัดหมอก ล้ออะลูมิเนียม 16 นิ้ว โฉมเฉี่ยวด้วยสปอยเลอร์หลัง และการจูนช่วงล่างพิเศษ 

ใหม่โตโยต้า พรีรันเนอร์ บิ๊กไมเนอร์เชนจ์

ช่วงวิกฤติน้ำท่วมในขณะนี้ได้ทำให้นักเลงรถหันกลับมาให้ความสนใจรถกระบะกันมากขึ้น โดยเฉพาะรถกระบะยกสูงและรถกระบะดัดแปลงเป็นรถอเนกประสงค์ เพราะเห็นจะจะว่ารถเหล่านี้ยังพอจะวิ่งลุยผ่ายน้ำท่วม พร้อมแบกสัมภาระข้าวของและผู้คนได้อีกมาก


โดยหนึ่งในรถปิกอัพที่จัดว่าเนื้อหอมยามนี้ ต้องยกให้กองทัพ “ไฮลักซ์ วีโก้ แชมป์ใหม่” เพราะค่ายโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เจ้าพ่อตลาดรถยนต์บ้านเราเพิ่งปรับโฉมใหม่ในสไตล์ “บิ๊กไมเนอร์เชนจ์” เมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อรับมือกับปิกอัพคู่แข่งหลายแบรนด์ที่มีการเปลี่ยนโฉมใหม่โมเดลเชนจ์ในช่วงนี้
ด้วยเหตุที่ได้ปรับรูปลักษณ์ภายนอกใหม่ สวยงามบึกบึนทรงพลัง และห้องโดยสารภายในเพิ่มคามโดดเด่นทันสมัยยิ่งขึ้นและออกแบบให้ตอบสนองอรรถประโยชน์ใช้สอยสูงสุด ขณะเดียวกันยังเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพการบรรทุกการทรงตัว ด้วยช่วงล่าง Top Platform ที่นุ่มนวลยิ่งขึ้น มั่นใจในระบบความปลอดภัยด้วยโครงสร้างนิรภัย GOA พร้อมคานประตูใหญ่และหนา คานกันกระแทกด้านข้าง แถมเด่นที่เครื่องยนต์อัจฉริยะ “Diamond Tech” เปี่ยมสมรรถนะ ประหยัดน้ำมันสูงสุด มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ ทั้งขนาด 2.5 ลิตร และ 3.0 ลิตร และเครื่องเบนซิน VVT-I ขนาด 2.7 ลิตร

ที่สำคัญปิกอัพโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้แชมป์ใหม่ ทั้งรุ่นสมาร์ทแค๊บ (แค๊บหลังเปิดอ้าได้เหมือนตู้กับข้าว) และรุ่นดับเบิ้ลแค๊บ หรือปิกอัพ 4 ประตู ยังมีรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ และรุ่น “พรีรันเนอร์” ซึ่งเป็นรถปิกอัพขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง แต่ได้ยกสูงขึ้นในสไตล์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ช่วยเพิ่มความมั่นในและวิ่งห้อฝ่าน้ำท่วม ได้ปรับรูปลักษณ์ให้เพิ่มความเฉียบด้วยไฟตัดหมอกหน้าทรงใหม่ รับกับกันชนหน้า ติดกล้องมองหลัง ซึ่งทำงานสัมพันธ์กับเกียร์ถอยหลัง พร้อมโป่งล้อดีไซน์ใหม่

สนนราคารุ่นพรีรันเนอร์ แบบสมาร์ทแค็บ ขนาด 2.5 ลิตร 657,000 – 704,000 บาท และ 3.0 ลิตร 747,000 – 745,000 บาท  ส่วนพรีรันเนอร์ ดับเบิ้ลแค็ป ขนาด 2.5 ลิตร 744,000 – 786,000 บาท และ 3.0 ลิตร 849,000 – 896,000 บาท


TOYOTA

ใหม่โตโยต้า พรีรันเนอร์ บิ๊กไมเนอร์เชนจ์

rutchapong  |  at   21:55

ใหม่โตโยต้า พรีรันเนอร์ บิ๊กไมเนอร์เชนจ์

ช่วงวิกฤติน้ำท่วมในขณะนี้ได้ทำให้นักเลงรถหันกลับมาให้ความสนใจรถกระบะกันมากขึ้น โดยเฉพาะรถกระบะยกสูงและรถกระบะดัดแปลงเป็นรถอเนกประสงค์ เพราะเห็นจะจะว่ารถเหล่านี้ยังพอจะวิ่งลุยผ่ายน้ำท่วม พร้อมแบกสัมภาระข้าวของและผู้คนได้อีกมาก


โดยหนึ่งในรถปิกอัพที่จัดว่าเนื้อหอมยามนี้ ต้องยกให้กองทัพ “ไฮลักซ์ วีโก้ แชมป์ใหม่” เพราะค่ายโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เจ้าพ่อตลาดรถยนต์บ้านเราเพิ่งปรับโฉมใหม่ในสไตล์ “บิ๊กไมเนอร์เชนจ์” เมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อรับมือกับปิกอัพคู่แข่งหลายแบรนด์ที่มีการเปลี่ยนโฉมใหม่โมเดลเชนจ์ในช่วงนี้
ด้วยเหตุที่ได้ปรับรูปลักษณ์ภายนอกใหม่ สวยงามบึกบึนทรงพลัง และห้องโดยสารภายในเพิ่มคามโดดเด่นทันสมัยยิ่งขึ้นและออกแบบให้ตอบสนองอรรถประโยชน์ใช้สอยสูงสุด ขณะเดียวกันยังเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพการบรรทุกการทรงตัว ด้วยช่วงล่าง Top Platform ที่นุ่มนวลยิ่งขึ้น มั่นใจในระบบความปลอดภัยด้วยโครงสร้างนิรภัย GOA พร้อมคานประตูใหญ่และหนา คานกันกระแทกด้านข้าง แถมเด่นที่เครื่องยนต์อัจฉริยะ “Diamond Tech” เปี่ยมสมรรถนะ ประหยัดน้ำมันสูงสุด มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ ทั้งขนาด 2.5 ลิตร และ 3.0 ลิตร และเครื่องเบนซิน VVT-I ขนาด 2.7 ลิตร

ที่สำคัญปิกอัพโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้แชมป์ใหม่ ทั้งรุ่นสมาร์ทแค๊บ (แค๊บหลังเปิดอ้าได้เหมือนตู้กับข้าว) และรุ่นดับเบิ้ลแค๊บ หรือปิกอัพ 4 ประตู ยังมีรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ และรุ่น “พรีรันเนอร์” ซึ่งเป็นรถปิกอัพขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง แต่ได้ยกสูงขึ้นในสไตล์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ช่วยเพิ่มความมั่นในและวิ่งห้อฝ่าน้ำท่วม ได้ปรับรูปลักษณ์ให้เพิ่มความเฉียบด้วยไฟตัดหมอกหน้าทรงใหม่ รับกับกันชนหน้า ติดกล้องมองหลัง ซึ่งทำงานสัมพันธ์กับเกียร์ถอยหลัง พร้อมโป่งล้อดีไซน์ใหม่

สนนราคารุ่นพรีรันเนอร์ แบบสมาร์ทแค็บ ขนาด 2.5 ลิตร 657,000 – 704,000 บาท และ 3.0 ลิตร 747,000 – 745,000 บาท  ส่วนพรีรันเนอร์ ดับเบิ้ลแค็ป ขนาด 2.5 ลิตร 744,000 – 786,000 บาท และ 3.0 ลิตร 849,000 – 896,000 บาท




หลังจากที่ได้เปิดตัวและทำตลาดในประเทศไทยได้ไม่ถึงปี ก็ได้มีการรีวิวเพื่อทดสอบสมรรถนะการขับขี่ของรถยนต์ TOYOTA PRIUS รุ่นปี 2011 เป็นระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร ภายใต้การใช้งานจริงทั้งขับขี่ในเมือง และแถบชานเมือง สมรรถนะและเทคโนโลยีไฮบริดของ TOYOTA PRIUS ใหม่คันนี้ ตอบโจทย์คนยุคใหม่ได้โดนใจจริงๆ

เครื่องยนต์ลูกผสมระบบ Hybrid Synergy Drive เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร แบบ Atkinson Cycle รหัส 2ZR - FXE 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VVT-I ให้กำลังสูงสุด 99 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 82 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 207 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแปรผันต่อเนื่อง CVT สั่งการด้วยไฟฟ้า ช่วยผสานจนขับกำลังสูงสุดถึง 136 แรงม้า สามารถตอบรับในการใช้งานที่ดี โดยเฉพาะขุมพลังที่ถูกส่งผ่านระบบโหมดเกียร์ 3 แบบคือ 1.โหมด (Power) 2.โหมดขับขี่ประหยัด (Eco) และ 3.โหมด (EV) แต่ละโหมดนี้ จะให้ประสิทธิภาพขับเคลื่อนตามความต้องการและสภาวะการใช้งานจริงของผู้ขับ เพียงแค่กดปุ่มสั่งการณ์บริเวณคอนโซลกลาง
ทดสอบรถ TOYOTA PRIUS รุ่นปี 2011

โหมด Power เครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้าผสานการทำงาน เรียกกำลังม้ามาใช้งาน ช่วยให้เร่งแซงฉับไว รอบเครื่องยนต์จัดจ้านขึ้น ขณะที่โหมด (Eco) ขับขี่ประหยัด โหมดหลักที่ใช้ทดสอบ เป็นโหมดที่ขับสบายๆ แต่ไม่กระชับกระเฉงเท่าโหมด (Power) ด้านโหมด (EV) ตามสเปกมีจุดเด่นคือ ให้ความประหยัดสุดๆ เพราะใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก แต่ถ้าใช้ความเร็วเกิน 48 กม./ชม. ระบบจะตัดเข้าโหมดปกติโดยอัตโนมัติ และเมื่อชาร์จแบตเต็มจะวิ่งได้ไกล 3-4 กม. โดยประมาณ พลังงานแบตฯ ก็จะหมด และรอการชาร์จอัตโนมัติเข้าไปใหม่ ส่วนอัตราบริโภคน้ำมัน (409 กม.) เฉลี่ย 4.6 ลิตร ต่อ 100 กม.หรือเฉียด 22 กม.ต่อลิตร น้ำมันหมดไปครึ่งถังนิดๆ

TOYOTA PRIUS ใหม่ เด่นไปทั้งคัน ราคาคุ้มค่าจับต้องได้ง่าย โดยรุ่นสแตนดาร์ด 1.19 ล้านบาท และรุ่นท็อป 1.26 ล้านบาท
TOYOTA

ทดสอบรถ TOYOTA PRIUS 2011

rutchapong  |  at   01:07



หลังจากที่ได้เปิดตัวและทำตลาดในประเทศไทยได้ไม่ถึงปี ก็ได้มีการรีวิวเพื่อทดสอบสมรรถนะการขับขี่ของรถยนต์ TOYOTA PRIUS รุ่นปี 2011 เป็นระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร ภายใต้การใช้งานจริงทั้งขับขี่ในเมือง และแถบชานเมือง สมรรถนะและเทคโนโลยีไฮบริดของ TOYOTA PRIUS ใหม่คันนี้ ตอบโจทย์คนยุคใหม่ได้โดนใจจริงๆ

เครื่องยนต์ลูกผสมระบบ Hybrid Synergy Drive เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร แบบ Atkinson Cycle รหัส 2ZR - FXE 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VVT-I ให้กำลังสูงสุด 99 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 82 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 207 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแปรผันต่อเนื่อง CVT สั่งการด้วยไฟฟ้า ช่วยผสานจนขับกำลังสูงสุดถึง 136 แรงม้า สามารถตอบรับในการใช้งานที่ดี โดยเฉพาะขุมพลังที่ถูกส่งผ่านระบบโหมดเกียร์ 3 แบบคือ 1.โหมด (Power) 2.โหมดขับขี่ประหยัด (Eco) และ 3.โหมด (EV) แต่ละโหมดนี้ จะให้ประสิทธิภาพขับเคลื่อนตามความต้องการและสภาวะการใช้งานจริงของผู้ขับ เพียงแค่กดปุ่มสั่งการณ์บริเวณคอนโซลกลาง
ทดสอบรถ TOYOTA PRIUS รุ่นปี 2011

โหมด Power เครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้าผสานการทำงาน เรียกกำลังม้ามาใช้งาน ช่วยให้เร่งแซงฉับไว รอบเครื่องยนต์จัดจ้านขึ้น ขณะที่โหมด (Eco) ขับขี่ประหยัด โหมดหลักที่ใช้ทดสอบ เป็นโหมดที่ขับสบายๆ แต่ไม่กระชับกระเฉงเท่าโหมด (Power) ด้านโหมด (EV) ตามสเปกมีจุดเด่นคือ ให้ความประหยัดสุดๆ เพราะใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก แต่ถ้าใช้ความเร็วเกิน 48 กม./ชม. ระบบจะตัดเข้าโหมดปกติโดยอัตโนมัติ และเมื่อชาร์จแบตเต็มจะวิ่งได้ไกล 3-4 กม. โดยประมาณ พลังงานแบตฯ ก็จะหมด และรอการชาร์จอัตโนมัติเข้าไปใหม่ ส่วนอัตราบริโภคน้ำมัน (409 กม.) เฉลี่ย 4.6 ลิตร ต่อ 100 กม.หรือเฉียด 22 กม.ต่อลิตร น้ำมันหมดไปครึ่งถังนิดๆ

TOYOTA PRIUS ใหม่ เด่นไปทั้งคัน ราคาคุ้มค่าจับต้องได้ง่าย โดยรุ่นสแตนดาร์ด 1.19 ล้านบาท และรุ่นท็อป 1.26 ล้านบาท


นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์      ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้แนะนำยนตรกรรมอัจฉริยะ คัมรีไฮบริด รถยนต์ไฮบริดรุ่นแรกที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 และได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี แสดงถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อรถยนต์ไฮบริดของโตโยต้า

ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์ไฮบริด ที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ พร้อมเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงได้แนะนำรถยนต์โตโยต้า คัมรี ไฮบริด Extremo ใหม่ ที่เปี่ยมไปด้วยความหรูหราระดับผู้นำ พร้อมเพิ่มอารมณ์แห่งความสปอร์ตด้วยชุดแต่งรอบคัน มีจำนวนจำกัด เพียงแค่ 1,600 คัน เท่านั้น

Camry Hybrid Extremo
-ภายนอกสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ด้วยชุดแต่งรอบคัน สเกิร์ตกันชนหน้า ด้านข้าง กันชนหลัง และ       สปอยเลอร์หลัง ที่ได้รับการออกแบบอย่างมีสไตล์
-ป้ายสัญลักษณ์ “HYBRID EXTREMO” ในด้านหลัง บ่งบอกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวระดับผู้นำ
-เท่ห์สุด กับล้อแม็กขนาด 16 นิ้ว รมดำ พร้อมยางขนาด 215/60/R16
-ภายในหรูหรา สุขุม ด้วยโทนสีดำทั้งเบาะนั่ง แผงประตู คอนโซล พวงมาลัยลายไม้ และหัวเกียร์หุ้มหนัง
-ภายนอกมี 3 สี ให้เลือกเป็นเจ้าของ สีฟ้า (Light Blue Mica), สีขาว (White Pearl) และ สีดำ ( Black Mica)

Camry Hybrid Extremo ราคา 1,699,000 บาท (ราคารวมเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่ม)
สัมผัส Camry Hybrid Extremo วันนี้ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่าย โตโยต้า 331 แห่ง ทั่วประเทศ


ที่มา:prachachat.net
 
TOYOTA

โตโยต้าออก คัมรี ไฮบริด รุ่นพิเศษ Extremo 1,600 คัน ราคา 1.69 ล้าน

rutchapong  |  at   21:40


นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์      ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้แนะนำยนตรกรรมอัจฉริยะ คัมรีไฮบริด รถยนต์ไฮบริดรุ่นแรกที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 และได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี แสดงถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อรถยนต์ไฮบริดของโตโยต้า

ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์ไฮบริด ที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ พร้อมเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงได้แนะนำรถยนต์โตโยต้า คัมรี ไฮบริด Extremo ใหม่ ที่เปี่ยมไปด้วยความหรูหราระดับผู้นำ พร้อมเพิ่มอารมณ์แห่งความสปอร์ตด้วยชุดแต่งรอบคัน มีจำนวนจำกัด เพียงแค่ 1,600 คัน เท่านั้น

Camry Hybrid Extremo
-ภายนอกสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ด้วยชุดแต่งรอบคัน สเกิร์ตกันชนหน้า ด้านข้าง กันชนหลัง และ       สปอยเลอร์หลัง ที่ได้รับการออกแบบอย่างมีสไตล์
-ป้ายสัญลักษณ์ “HYBRID EXTREMO” ในด้านหลัง บ่งบอกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวระดับผู้นำ
-เท่ห์สุด กับล้อแม็กขนาด 16 นิ้ว รมดำ พร้อมยางขนาด 215/60/R16
-ภายในหรูหรา สุขุม ด้วยโทนสีดำทั้งเบาะนั่ง แผงประตู คอนโซล พวงมาลัยลายไม้ และหัวเกียร์หุ้มหนัง
-ภายนอกมี 3 สี ให้เลือกเป็นเจ้าของ สีฟ้า (Light Blue Mica), สีขาว (White Pearl) และ สีดำ ( Black Mica)

Camry Hybrid Extremo ราคา 1,699,000 บาท (ราคารวมเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่ม)
สัมผัส Camry Hybrid Extremo วันนี้ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่าย โตโยต้า 331 แห่ง ทั่วประเทศ


ที่มา:prachachat.net
 

"โตโยต้า" ปรับไลน์เร่งเครื่องผลิต "วีออส" ตั้งเป้าขายเดือนละหมื่นคัน ครองยอดขายสูงสุดในกลุ่มรถยนต์นั่ง เผยเพิ่มกำลังการผลิตเต็มสูบ ทั้งโอที เร่งเคลียร์แบ็กออร์เดอร์ทั้งหมดภายในปีนี้ ชี้ตลาดมีดีมานด์สูงกว่าซัพพลาย เชื่อทั้งปียอดขายรวมทะลุ 3.6 แสนคัน รถเก๋งครองสัดส่วน ยอดขายกว่าครึ่ง

นาย วิเชียร เอมประเสริฐสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมของตลาดรถยนต์นั่งว่า ปัจจุบันแม้จะมีผู้ผลิตหลายค่ายที่นำรถยนต์นั่งขนาดเล็กเข้ามาทำตลาดเพิ่ม เติม แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถประเมินยอดขายรวมของตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กได้ เนื่องจากผู้ผลิตแต่ละรายยังไม่สามารถกำหนดความต้องการของตลาดได้ชัดเจน เนื่องจากอยู่ในระหว่างการฟื้นกำลังการผลิต

แต่สำหรับโตโยต้านั้น ได้เพิ่มกำลังการผลิตอย่างเต็มที่ ทั้งการทำงาน 2 กะและเพิ่มการทำงานล่วงเวลาเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์เพื่อส่งมอบให้ แบ็กออร์เดอร์ที่มีอยู่หลังจากประสบปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วน โดยบริษัทแม่ได้เร่งส่งมอบชิ้นส่วนเพื่อป้อนโรงงานในประเทศไทย สำหรับการผลิตที่มียอดแบ็กออร์เดอร์ที่มีอยู่ โดยรถยนต์ทั้งรุ่นคัมรี่ อัลติส และวีออส ลูกค้าจะต้องรอรถนานประมาณ 2 เดือน

"ตอนนี้บริษัท ได้ปรับไลน์การผลิต โดยเรามุ่งเน้นไปที่โตโยต้า วีออส และอัลติส ซีเอ็นจีมากขึ้น เนื่องจากได้รับความนิยมจากลูกค้า ซึ่งขณะนี้เราได้เพิ่มกำลังการผลิตทั้งการทำงาน 2 กะ และเพิ่มการทำงานล่วงเวลาเท่าที่เครื่องจักรของเราจะสามารถทำได้ อย่างโรงงานเกตเวย์นั้นจะมีกำลังการผลิตถึง 240,000 คันต่อปี เพื่อเคลียร์ แบ็กออร์เดอร์ที่มีทั้งหมด หลังจากแผนการผลิตของเราสะดุดไปในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคมที่ผ่านมา" นายวิเชียรกล่าว

ทั้งนี้หลังจากที่บริษัทได้เพิ่มกำลังการผลิตแล้ว ยอดขายก็จะเติบโตตามไปด้วย โดยเฉพาะสำหรับรถยนต์รุ่นวีออส ที่บริษัทจะหันมาเพิ่มกำลังการผลิตให้มากขึ้น จากปัจจุบันมียอดขายเฉลี่ยเดือนละ 8,000-9,000 คัน และหากสามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ ก็คาดว่าในบางเดือนจะมียอดขายสูงถึง 10,000 คัน ทำให้รถรุ่นดังกล่าวเป็นรถยนต์นั่งที่มียอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งยอดขายรวมสำหรับรถยนต์วีออสทั้ง 3 โมเดลมียอดขายรวมแล้วกว่า 500,000 คัน ส่วน ยาริสมียอดขายเดือนละ 1,000 คัน

โดยโตโยต้าคาดว่าจนถึงสิ้นปีจะมียอดขายรวมกว่า 360,000 คัน แบ่งเป็นรถยนต์นั่งมียอดขายรวมกว่า 162,000 คัน

"สำหรับ ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ทุกค่ายก็จะเพิ่มกำลังการผลิตเต็มที่ ทำให้ยิ่งผลิตได้มากก็จะยิ่งมียอดขายมาก เพราะดีมานด์โตกว่าซัพพลาย ทำให้รถทั้งโมเดลเดิมและโมเดลใหม่ ๆ ที่กำลังจะเปิดตัวก็จะได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ซึ่งโตโยต้าก็จะเน้นรักษามาร์เก็ตแชร์และดูแลลูกค้าของเราเป็นหลัก" นายวิเชียรกล่าว

นอกจากนี้บริษัทจึงได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าทั้ง "วีออส วีเลิฟ เฟสติวัล" ทั้งการลุ้นช็อปปิ้งฟรีที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี กิจกรรมทำบุญ "กอดบุญ" กิจกรรมวีออส วีเลิฟ โฟโต้คอนเทสต์ กิจกรรมคอนเสิร์ต และแคมเปญพิเศษคือ ดอกเบี้ย 1.49% หรือเลือกรับบัตรกำนัลอุปกรณ์ตกแต่ง โตโยต้ามูลค่า 15,000 บาท และแคมเปญ ทริปเปิล ซีโร่ คือ ดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน, ผ่อน 0 บาทในเดือนแรก โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน


ที่มา:prachachat.net
TOYOTA

โตโยต้ารื้อแผนผลิตรับเก๋งเล็กเดือด ตั้งเป้าวีออสหมื่นคัน/เดือน-ขยับสัดส่วนเบียดปิกอัพ

rutchapong  |  at   21:23

"โตโยต้า" ปรับไลน์เร่งเครื่องผลิต "วีออส" ตั้งเป้าขายเดือนละหมื่นคัน ครองยอดขายสูงสุดในกลุ่มรถยนต์นั่ง เผยเพิ่มกำลังการผลิตเต็มสูบ ทั้งโอที เร่งเคลียร์แบ็กออร์เดอร์ทั้งหมดภายในปีนี้ ชี้ตลาดมีดีมานด์สูงกว่าซัพพลาย เชื่อทั้งปียอดขายรวมทะลุ 3.6 แสนคัน รถเก๋งครองสัดส่วน ยอดขายกว่าครึ่ง

นาย วิเชียร เอมประเสริฐสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมของตลาดรถยนต์นั่งว่า ปัจจุบันแม้จะมีผู้ผลิตหลายค่ายที่นำรถยนต์นั่งขนาดเล็กเข้ามาทำตลาดเพิ่ม เติม แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถประเมินยอดขายรวมของตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กได้ เนื่องจากผู้ผลิตแต่ละรายยังไม่สามารถกำหนดความต้องการของตลาดได้ชัดเจน เนื่องจากอยู่ในระหว่างการฟื้นกำลังการผลิต

แต่สำหรับโตโยต้านั้น ได้เพิ่มกำลังการผลิตอย่างเต็มที่ ทั้งการทำงาน 2 กะและเพิ่มการทำงานล่วงเวลาเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์เพื่อส่งมอบให้ แบ็กออร์เดอร์ที่มีอยู่หลังจากประสบปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วน โดยบริษัทแม่ได้เร่งส่งมอบชิ้นส่วนเพื่อป้อนโรงงานในประเทศไทย สำหรับการผลิตที่มียอดแบ็กออร์เดอร์ที่มีอยู่ โดยรถยนต์ทั้งรุ่นคัมรี่ อัลติส และวีออส ลูกค้าจะต้องรอรถนานประมาณ 2 เดือน

"ตอนนี้บริษัท ได้ปรับไลน์การผลิต โดยเรามุ่งเน้นไปที่โตโยต้า วีออส และอัลติส ซีเอ็นจีมากขึ้น เนื่องจากได้รับความนิยมจากลูกค้า ซึ่งขณะนี้เราได้เพิ่มกำลังการผลิตทั้งการทำงาน 2 กะ และเพิ่มการทำงานล่วงเวลาเท่าที่เครื่องจักรของเราจะสามารถทำได้ อย่างโรงงานเกตเวย์นั้นจะมีกำลังการผลิตถึง 240,000 คันต่อปี เพื่อเคลียร์ แบ็กออร์เดอร์ที่มีทั้งหมด หลังจากแผนการผลิตของเราสะดุดไปในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคมที่ผ่านมา" นายวิเชียรกล่าว

ทั้งนี้หลังจากที่บริษัทได้เพิ่มกำลังการผลิตแล้ว ยอดขายก็จะเติบโตตามไปด้วย โดยเฉพาะสำหรับรถยนต์รุ่นวีออส ที่บริษัทจะหันมาเพิ่มกำลังการผลิตให้มากขึ้น จากปัจจุบันมียอดขายเฉลี่ยเดือนละ 8,000-9,000 คัน และหากสามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ ก็คาดว่าในบางเดือนจะมียอดขายสูงถึง 10,000 คัน ทำให้รถรุ่นดังกล่าวเป็นรถยนต์นั่งที่มียอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งยอดขายรวมสำหรับรถยนต์วีออสทั้ง 3 โมเดลมียอดขายรวมแล้วกว่า 500,000 คัน ส่วน ยาริสมียอดขายเดือนละ 1,000 คัน

โดยโตโยต้าคาดว่าจนถึงสิ้นปีจะมียอดขายรวมกว่า 360,000 คัน แบ่งเป็นรถยนต์นั่งมียอดขายรวมกว่า 162,000 คัน

"สำหรับ ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ทุกค่ายก็จะเพิ่มกำลังการผลิตเต็มที่ ทำให้ยิ่งผลิตได้มากก็จะยิ่งมียอดขายมาก เพราะดีมานด์โตกว่าซัพพลาย ทำให้รถทั้งโมเดลเดิมและโมเดลใหม่ ๆ ที่กำลังจะเปิดตัวก็จะได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ซึ่งโตโยต้าก็จะเน้นรักษามาร์เก็ตแชร์และดูแลลูกค้าของเราเป็นหลัก" นายวิเชียรกล่าว

นอกจากนี้บริษัทจึงได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าทั้ง "วีออส วีเลิฟ เฟสติวัล" ทั้งการลุ้นช็อปปิ้งฟรีที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี กิจกรรมทำบุญ "กอดบุญ" กิจกรรมวีออส วีเลิฟ โฟโต้คอนเทสต์ กิจกรรมคอนเสิร์ต และแคมเปญพิเศษคือ ดอกเบี้ย 1.49% หรือเลือกรับบัตรกำนัลอุปกรณ์ตกแต่ง โตโยต้ามูลค่า 15,000 บาท และแคมเปญ ทริปเปิล ซีโร่ คือ ดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน, ผ่อน 0 บาทในเดือนแรก โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน


ที่มา:prachachat.net

TOYOTA ได้ฤกษ์เปิดตัวกองทัพรถใหม่ “ปิกอัพโตโยต้า ไฮลักซ์วีโก้แชมป์” และ “โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์” 

อุณหภูมิตลาดรถบ้านเราได้เพิ่มความร้อนระอุ เมื่อค่ายโตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทย เจ้าพอตลาดรถยนต์บ้านเรา ได้ฤกษ์เปิดตัวกองทัพรถใหม่ของ “ปิกอัตโตโยต้า ไฮลักซ์วีโก้แชมป์” และรถเอนกประสงค์ “โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์” ชนิดมากันเต็มแผง เป็นการปรับโฉมใหม่ครั้งใหญ่ระดับ “บิ๊กไมเนอร์เชนจ์”

ทั้งภายนอกและภายในเพิ่มความเลิศหรูความสะดวกสบาย และยังพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ระบบ “Diamond Tech” เพิ่มพลังเครื่องยนต์สุดหรู เพิ่มความประหยัดน้ำมันและให้อัตราเร่งดีเยี่ยม ดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกใหม่ ตั้งแต่หัวจดท้ายไฟหน้าไฟหลังปรับเปลี่ยนใหม่ฝากระโปรงรับกับช่องดักลมใหม่ กระจังหน้าและกันชนหน้าใหม่ ล้ออัลลอยใหม่ ส่วนห้องโดยสารภายในเพิ่มความเพริศหรูด้วยแผงคอนโซลใหม่ พวงมาลัยใหม่ ชุดเครื่องเสียงใหม่ เป็นต้น แถมยังได้ช่วงล่างใหม่ที่ให้ความนุ่มนวลและระบบความปลอดภัยเต็มพิกัด

พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทยในวันที่ 22-24 กรกฎาคมนี้ ที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ 5 แห่งในกทม. (เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, เซ็นทรัลพระราม 2 , เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์, ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต และแฟชั่นไอส์แลนด์ รามอินทรา)

สำหรับไฮลักษ์วีโก้ “แชมป์” ใหม่และฟอร์จูนเนอร์ใหม่ โตโยต้ามอเตอร์คอร์เปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่นยังได้ใช้ฐานผลิตในประเทศไทยทำการผลิตส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ อีกด้วย เพื่อประกาศศักดาความเจ๋งเป้งของปิกอัพโตย้า ไฮลักซ์วีโก้ “แชมป์”โตโยต้าจึงให้ “คริสเตียโน โรนัลโด” นักเตะเวิลด์คลาสของโลกมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ สมศักดิ์ศรีแชมป์ขายดีทั้งในตลาดปิกอัพบ้านเราและแชมป์ส่งออก



TOYOTA

TOYOTA ได้ฤกษ์เปิดตัวกองทัพรถใหม่ “ปิกอัพโตโยต้า ไฮลักซ์วีโก้แชมป์” และ “โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์”

rutchapong  |  at   21:27

TOYOTA ได้ฤกษ์เปิดตัวกองทัพรถใหม่ “ปิกอัพโตโยต้า ไฮลักซ์วีโก้แชมป์” และ “โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์” 

อุณหภูมิตลาดรถบ้านเราได้เพิ่มความร้อนระอุ เมื่อค่ายโตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทย เจ้าพอตลาดรถยนต์บ้านเรา ได้ฤกษ์เปิดตัวกองทัพรถใหม่ของ “ปิกอัตโตโยต้า ไฮลักซ์วีโก้แชมป์” และรถเอนกประสงค์ “โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์” ชนิดมากันเต็มแผง เป็นการปรับโฉมใหม่ครั้งใหญ่ระดับ “บิ๊กไมเนอร์เชนจ์”

ทั้งภายนอกและภายในเพิ่มความเลิศหรูความสะดวกสบาย และยังพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ระบบ “Diamond Tech” เพิ่มพลังเครื่องยนต์สุดหรู เพิ่มความประหยัดน้ำมันและให้อัตราเร่งดีเยี่ยม ดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกใหม่ ตั้งแต่หัวจดท้ายไฟหน้าไฟหลังปรับเปลี่ยนใหม่ฝากระโปรงรับกับช่องดักลมใหม่ กระจังหน้าและกันชนหน้าใหม่ ล้ออัลลอยใหม่ ส่วนห้องโดยสารภายในเพิ่มความเพริศหรูด้วยแผงคอนโซลใหม่ พวงมาลัยใหม่ ชุดเครื่องเสียงใหม่ เป็นต้น แถมยังได้ช่วงล่างใหม่ที่ให้ความนุ่มนวลและระบบความปลอดภัยเต็มพิกัด

พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทยในวันที่ 22-24 กรกฎาคมนี้ ที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ 5 แห่งในกทม. (เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, เซ็นทรัลพระราม 2 , เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์, ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต และแฟชั่นไอส์แลนด์ รามอินทรา)

สำหรับไฮลักษ์วีโก้ “แชมป์” ใหม่และฟอร์จูนเนอร์ใหม่ โตโยต้ามอเตอร์คอร์เปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่นยังได้ใช้ฐานผลิตในประเทศไทยทำการผลิตส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ อีกด้วย เพื่อประกาศศักดาความเจ๋งเป้งของปิกอัพโตย้า ไฮลักซ์วีโก้ “แชมป์”โตโยต้าจึงให้ “คริสเตียโน โรนัลโด” นักเตะเวิลด์คลาสของโลกมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ สมศักดิ์ศรีแชมป์ขายดีทั้งในตลาดปิกอัพบ้านเราและแชมป์ส่งออก



โตโยต้า เฮ ลุยผลิตรถเต็มสูบ

โตโยต้าฟิตจัดลุยเปิดสายการผลิตเต็มสูบ หลังได้ชิ้นส่วนสำคัญจากญี่ปุ่นแล้ว โดยหลังเกิดวิกฤตแผ่นดินไหวและสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น มีผลทำให้บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน ไม่สามารถจัดส่งชิ้นส่วนมายังค่ายรถทั่วโลก รวมทั้งเมืองไทย ทำให้โรงงานต้องลดกำลังการผลิต ล่าสุด บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ประกาศพร้อมผลิตรถได้ในระดับปกติ ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค.เป็นต้นไป

โตโยต้า ระบุว่าประเมินสถานการณ์และแก้ไขปัญหา ด้วยความร่วมมือและความพยายามอย่างสุดความสามารถจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนในการฟื้นฟูกำลังการผลิต ทำให้สามารถจัดส่งชิ้นส่วนมายังบริษัทได้รวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ และส่งผลดีต่อการผลิตรถยนต์ในโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้า ทั้ง 3 แห่งรวมทั้งแจ้งตัวแทนจำหน่ายประสานกับลูกค้า เพื่อให้สามารถรับรถได้เร็วขึ้น

ด้านมิตซูบิชิ ประกาศตัวเลขจำหน่ายเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ทะลุเป้าเติบโตถึง 85% โดยนาย โนบุยูกิ มูราฮาซิ กก.ผจก.ใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ กล่าวว่า เดือน เม.ย. ที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มียอดขายอยู่ที่ 5,279 คัน เติบโตขึ้น 85% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ไทรทันจำหน่ายได้ 3,128 คัน ตามมาด้วย ปาเจโรสปอร์ต 1,411 คัน 

ส่วนฮอนด้าประกาศตัวเลขยอดขายเดือน เม.ย. อยู่ที่ 7,430 คัน ฮอนด้าซิตี้ มียอดจำหน่าย 2,395 คันและแจ๊ซ 1,947 คัน

TOYOTA

โตโยต้า เฮ ลุยผลิตรถเต็มสูบ

rutchapong  |  at   03:01

โตโยต้า เฮ ลุยผลิตรถเต็มสูบ

โตโยต้าฟิตจัดลุยเปิดสายการผลิตเต็มสูบ หลังได้ชิ้นส่วนสำคัญจากญี่ปุ่นแล้ว โดยหลังเกิดวิกฤตแผ่นดินไหวและสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น มีผลทำให้บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน ไม่สามารถจัดส่งชิ้นส่วนมายังค่ายรถทั่วโลก รวมทั้งเมืองไทย ทำให้โรงงานต้องลดกำลังการผลิต ล่าสุด บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ประกาศพร้อมผลิตรถได้ในระดับปกติ ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค.เป็นต้นไป

โตโยต้า ระบุว่าประเมินสถานการณ์และแก้ไขปัญหา ด้วยความร่วมมือและความพยายามอย่างสุดความสามารถจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนในการฟื้นฟูกำลังการผลิต ทำให้สามารถจัดส่งชิ้นส่วนมายังบริษัทได้รวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ และส่งผลดีต่อการผลิตรถยนต์ในโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้า ทั้ง 3 แห่งรวมทั้งแจ้งตัวแทนจำหน่ายประสานกับลูกค้า เพื่อให้สามารถรับรถได้เร็วขึ้น

ด้านมิตซูบิชิ ประกาศตัวเลขจำหน่ายเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ทะลุเป้าเติบโตถึง 85% โดยนาย โนบุยูกิ มูราฮาซิ กก.ผจก.ใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ กล่าวว่า เดือน เม.ย. ที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มียอดขายอยู่ที่ 5,279 คัน เติบโตขึ้น 85% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ไทรทันจำหน่ายได้ 3,128 คัน ตามมาด้วย ปาเจโรสปอร์ต 1,411 คัน 

ส่วนฮอนด้าประกาศตัวเลขยอดขายเดือน เม.ย. อยู่ที่ 7,430 คัน ฮอนด้าซิตี้ มียอดจำหน่าย 2,395 คันและแจ๊ซ 1,947 คัน

บทความรถยนต์ที่น่าสนใจ