เคล็ดลับซื้อรถมือสอง รวมเทคนิคและวิธีการเลือกซื้อรถมือสอง คลิก!! More

บทความใหม่

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข้อกฏหมายที่คนซื้อรถมือสองต้องรู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข้อกฏหมายที่คนซื้อรถมือสองต้องรู้ แสดงบทความทั้งหมด
รถป้ายแดง

หากใครเพิ่งจะไปรับรถใหม่และรถยังเป็นป้ายแดงอยู่ละก็ อาจจะกังวลกับการขับทางไกลๆหรือขับขี่ตอนกลางคืนว่าจะโดนตำรวจจับและปรับหรือไม่นั้น วันนี้เรามีคำตอบให้ แต่จริงๆแล้วก็น้อยคนที่จะปฎิบัติตามนะผมว่า แต่หากอยากทราบไว้เป็นความรู้ก็ติดตามได้จากข้างล่างเลยครับ

ข้อกฎหมายเกี่ยวกับการขับรถป้ายแดงตอนกลางคืน


แต่หากจะว่าตามกฎหมายละก็ " สำหรับรถป้ายแดงนั้น เป็นป้าย ที่กรมการขนส่งทางบก ออกให้แก่บริษัทจำหน่ายรถสำหรับใช้ติดรถ เพื่อนำไปส่งให้ลูกค้าหรือนำรถไปซ่อมแซมเท่านั้น โดยกำหนดให้วิ่งได้ระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในระหว่างเวลากลางวันเท่านั้น ผู้ซื้อรถหรือประชาชนทั่วไปไม่สามารถนำรถป้ายแดงออกมาวิ่งใช้งานตามท้องถนน ไม่ว่าเวลาใดก็ตาม ผู้ฝ่าฝืนจะมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และขณะนี้กรมการขนส่งทางบกได้ขอความร่วมมือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้กวดขันจับกุมผู้ฝ่าฝืนอย่างเคร่งครัด เพื่อเร่งรัดการจัดเก็บภาษีรถ และป้องกันปัญหาอาชญากรรม ซึ่งปัจจุบันการจดทะเบียนรถใหม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลา 1 วันเท่านั้น" ทั้งนี้ทั้งนั้นควรจะปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัดจะดีกว่านะครับ เพราะตำรวจเดี๋ยวนี้จริงจังมาก
สาระอื่น ๆ

ไขข้อข้องใจ รถป้ายแดงขับกลางคืนได้ไหม ?

rutchapong  |  at   06:30

รถป้ายแดง

หากใครเพิ่งจะไปรับรถใหม่และรถยังเป็นป้ายแดงอยู่ละก็ อาจจะกังวลกับการขับทางไกลๆหรือขับขี่ตอนกลางคืนว่าจะโดนตำรวจจับและปรับหรือไม่นั้น วันนี้เรามีคำตอบให้ แต่จริงๆแล้วก็น้อยคนที่จะปฎิบัติตามนะผมว่า แต่หากอยากทราบไว้เป็นความรู้ก็ติดตามได้จากข้างล่างเลยครับ

ข้อกฎหมายเกี่ยวกับการขับรถป้ายแดงตอนกลางคืน


แต่หากจะว่าตามกฎหมายละก็ " สำหรับรถป้ายแดงนั้น เป็นป้าย ที่กรมการขนส่งทางบก ออกให้แก่บริษัทจำหน่ายรถสำหรับใช้ติดรถ เพื่อนำไปส่งให้ลูกค้าหรือนำรถไปซ่อมแซมเท่านั้น โดยกำหนดให้วิ่งได้ระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในระหว่างเวลากลางวันเท่านั้น ผู้ซื้อรถหรือประชาชนทั่วไปไม่สามารถนำรถป้ายแดงออกมาวิ่งใช้งานตามท้องถนน ไม่ว่าเวลาใดก็ตาม ผู้ฝ่าฝืนจะมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และขณะนี้กรมการขนส่งทางบกได้ขอความร่วมมือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้กวดขันจับกุมผู้ฝ่าฝืนอย่างเคร่งครัด เพื่อเร่งรัดการจัดเก็บภาษีรถ และป้องกันปัญหาอาชญากรรม ซึ่งปัจจุบันการจดทะเบียนรถใหม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลา 1 วันเท่านั้น" ทั้งนี้ทั้งนั้นควรจะปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัดจะดีกว่านะครับ เพราะตำรวจเดี๋ยวนี้จริงจังมาก

            เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น สิ่งแรกที่คุณควรทำ ให้หยุดรถทันทีเท่าที่ทำได้ เมื่อหยุดรถแล้วอย่าเลื่อนรถจากจุดที่เกิดเหตุเป็นอันขาดและอย่าเลื่อนรถจนกว่าจะมีการตกลงกันได้ และควรแจ้งตำรวจทุกครั้งแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะถ้าอีกฝ่ายแจ้งความในภายหลัง หากเจ้าหน้าที่สรุปว่าคุณหลบหนีคุณจะเป็นฝ่ายผิดทุกกรณี


เว้นแต่จะเกิดอุบัติเหตุในที่เปลี่ยวหรือในยามวิกาล ควรคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตเป็นอันดับแรก เพราะมีอาชญากรมากมายที่ใช้วิธีการเฉี่ยวชนในที่เปลี่ยว พยายามจดเลขทะเบียนรถคู่กรณี สี ยี่ห้อ ตำหนิ เวลาและสถานที่เกิดเหตุเอาไว้ ถ้ามีกล้องถ่ายรูปให้ถ่ายรูปรถคู่กรณีแล้วพยายามขับต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงที่ชุมชนที่สว่างหรือมีคนพลุกพล่าน หรือเมื่อพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากนั้นโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเบอร์ 191 ก็ได้เพราะเจ้าหน้าที่จะต่อสายตรงถึงท้องที่เกิดเหตุ ตามด้วยการโทรหาตัวแทนประกันภัย
หากมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งหรือมูลนิธิร่วมกตัญญูถ่ายภาพศพหรือที่เกิดเหตุไว้ ก็ให้ติดต่อขอภาพที่ถ่ายเก็บไว้ให้ได้ เพราะจะเป็นประโยชน์แก่รูปคดีในภายหลัง ถ้าไม่มีต้องรอให้เจ้าหน้าที่มาถึงอย่างเดียว
หากไม่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ ให้คุณทำหนังสือยืนยันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้เป็นหลักบาน โดยลงชื่อยืนยันไว้ทั้ง 2 ฝ่าย และอย่าหลงเชื่อคู่กรณี หากบอกว่าไม่ต้องแจ้งตำรวจ เพราะอีกฝ่ายอาจปฏิเสธความรับผิดชอบในภายหลัง

-ห้ามหนีเป็นอันขาด
ความผิดฐานขับรถประมาทนั้นผู้กระทำผิดไม่ใช่อาชญากรร้ายแรงอะไร เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนถ้าขาดความระมัดระวังและประมาท ในเรื่องของบทลงโทษก็ไม่มากมายหรือหนักหนาอะไรจึงไม่ควรหนี
แม้ขับรถชนคนหรือสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่แน่ใจว่าตายแล้วก็ต้องอยู่ในที่เกิดเหตุ รอจนเจ้าหน้าที่มาเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง โทษหนักอาจจะกลายเป็นเบาหากคุณมอบตัวสู้คดี ซึ่งบางทีคุณอาจจะไม่มีความผิดอะไรเลยก็ได้

-หน้าที่ของคนขับรถเมื่อเกิดรถชนกันและมีคนเจ็บ
กฎหมายกำหนดไว้ว่า ต้องหยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควร เช่น ขับรถชนคนก็ต้องหยุดรถ ช่วยเหลือคนที่ถูกชน นำส่งโรงพยาบาลเท่าที่จะทำได้
จากนั้นต้องไปแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงทันที คือ ต้องรีบไปแจ้งตำรวจที่ใกล้เคียงทันที แต่ต้องบอกตำรวจด้วยว่าเราเป็นคนขับรถอะไร พร้อมแจ้งชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ หมายเลขทะเบียนรถ แก่ผู้ได้รับความเสียหายด้วย
หากผู้ขับขี่หลบหนีหรือไม่แสดงตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ กฎหมายให้สันนิษฐานว่าเป็นผู้กระทำผิดและตำรวจมีอำนาจยึดรถที่ขับไว้จนกว่าจะได้ตัวผู้ขับขี่หรือจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ถ้าคนขับคนใดไม่ปฏิบัติตามที่กล่าวมา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท แต่ถ้าคนที่ถูกชนบาดเจ็บสาหัสหรือตาย ต้องจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท
เพราะการขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นนั้นบาดเจ็บหรือเสียชีวิตมีความผิดทั้งทางกฎหมายแพ่งและอาญา อาจต้องรับโทษติดคุก ต้องชดใช้ค่าเสียหาย ค่าบาดเจ็บ ค่าทำศพ เป็นต้น
การตกลงใช้ค่าเสียหายให้คนเจ็บ ตำรวจมีระเบียบไว้ว่า สามารถไม่ให้คืนรถของกลางให้แก่ผู้ต้องหา จนกว่าผู้ต้องหาจะพยายามตกลงกับฝ่ายผู้เสียหาย ถ้าหากเราชดใช้ค่าเสียหาย จ่ายค่าทำศพให้เขา คดีแพ่งก็ระงับฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งไม่ได้อีกแล้ว
ส่วนหากถูกฟ้องคดีอาญา ผู้เสียหายจะมาแถลงต่อศาลว่า เราได้ชดใช้ค่าเสียหายให้เขาแล้ว ส่วนมากแล้ว ศาลจะปรานีจำเลย โดยตัดสินให้รออาญาแก่จำเลย
เช่นเดียวกับในกรณีที่เราขับรถชนคนบาดเจ็บ ไปโรงพยาบาลต่อมาอัยการฟ้องต่อศาล ก็แถลงต่อศาลว่า เราช่วยเหลือคนเจ็บพาส่งโรพยาบาลตามหน้าที่ ไม่ได้หลบหนีหรือทอดทิ้งส่วนมากศาลจะรอลงอาญาให้แต่ถ้าชนแล้วหนี ส่วนมากศาลมักจะจำคุก เพราะเห็นว่าเป็นคนแล้งน้ำใจ

-อย่ายอมรับผิด จนกว่าจะพิสูจน์ได้
กรณีนี้เป็นการรักษาสิทธิ์ของตนเอง อย่าเพิ่งพิจารณาเรื่องไปเอง ว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หรือใครผิดใครถูก เพราะต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ คุณไม่มีอำนาจในการตัดสินว่าใครผิดใครถูก จนกว่าจะมีการพิสูจน์กันตามกฎหมาย
อย่าพูดเพราะความตระหนกหรือตกใจว่าคุณผิด เพราะอาจทำให้คุณผิดทั้ง ๆ ที่ตามกฎหมายแล้วคุณอาจจะไม่ผิด ไม่ควรกล่าวโทษอีกฝ่ายและอย่ารีบรับข้อเสนอให้ยอมความ โดยเฉพาะในกรณีที่คุณบาดเจ็บด้วยเช่นกัน เพราะการบาดเจ็บของคุณอาจจะต้องใช้เวลาสักพักอาจจะเป็นอาทิตย์ หรือเป็นเดือนที่จะแสดงอาการออกมา ต้องให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัย
ถ้าคุณใจร้อน คุณยอมความไปแล้ว การเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติมในภายหลังจะทำได้ยากขึ้น ถ้าไม่มีการลงบันทึกต่อท้ายเอาไว้ แต่ถ้าคุณไม่ได้รับบาดเจ็บและข้อเสนออีกฝ่ายเป็นที่น่าพอใจ คุณก็น่าจะยอมความกันได้

-หาพยานมายืนยัน
การมีพยานมายืนยันจะช่วยคุณได้มาก ได้แก่ผู้ที่อยู่แถว ๆ ที่เกิดเหตุในเวลานั้นพอดี หากเขายินยอมเป็นพยานให้คุณจดชื่อ-ที่อยู่เพื่อติดต่อเอาไว้ เพื่อในกรณีเหตุที่คุณอาจเป็นฝ่ายผิดได้ หากไม่สามารถหาพยานมายืนยันได้
ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะหาพยานในที่เกิดเหตุประกอบรูปคดีเพราะพยานที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียนั้นจะมีน้ำหนักมากที่สุด

-การตกลงเงื่อนไขการจ่ายค่าเสียหาย
หากรถมีประกันควรให้เจ้าหน้าที่ประกันภัยเป็นผู้เจรจาตกลง ถ้าไม่มีประกันภัย ควรให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นพยานในการตกลงชดใช้ค่าเสียหายระหว่างกันด้วยมูลค่าความเสียหายจริงที่เกิดขึ้น และลงบันทึกลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย และพยานให้ถูกต้อง
ข้อกฏหมายที่คนซื้อรถมือสองต้องรู้

สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อขับรถชนหรือเกิดอุบัติเหตุ

rutchapong  |  at   06:59

            เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น สิ่งแรกที่คุณควรทำ ให้หยุดรถทันทีเท่าที่ทำได้ เมื่อหยุดรถแล้วอย่าเลื่อนรถจากจุดที่เกิดเหตุเป็นอันขาดและอย่าเลื่อนรถจนกว่าจะมีการตกลงกันได้ และควรแจ้งตำรวจทุกครั้งแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะถ้าอีกฝ่ายแจ้งความในภายหลัง หากเจ้าหน้าที่สรุปว่าคุณหลบหนีคุณจะเป็นฝ่ายผิดทุกกรณี


เว้นแต่จะเกิดอุบัติเหตุในที่เปลี่ยวหรือในยามวิกาล ควรคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตเป็นอันดับแรก เพราะมีอาชญากรมากมายที่ใช้วิธีการเฉี่ยวชนในที่เปลี่ยว พยายามจดเลขทะเบียนรถคู่กรณี สี ยี่ห้อ ตำหนิ เวลาและสถานที่เกิดเหตุเอาไว้ ถ้ามีกล้องถ่ายรูปให้ถ่ายรูปรถคู่กรณีแล้วพยายามขับต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงที่ชุมชนที่สว่างหรือมีคนพลุกพล่าน หรือเมื่อพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากนั้นโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเบอร์ 191 ก็ได้เพราะเจ้าหน้าที่จะต่อสายตรงถึงท้องที่เกิดเหตุ ตามด้วยการโทรหาตัวแทนประกันภัย
หากมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งหรือมูลนิธิร่วมกตัญญูถ่ายภาพศพหรือที่เกิดเหตุไว้ ก็ให้ติดต่อขอภาพที่ถ่ายเก็บไว้ให้ได้ เพราะจะเป็นประโยชน์แก่รูปคดีในภายหลัง ถ้าไม่มีต้องรอให้เจ้าหน้าที่มาถึงอย่างเดียว
หากไม่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ ให้คุณทำหนังสือยืนยันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้เป็นหลักบาน โดยลงชื่อยืนยันไว้ทั้ง 2 ฝ่าย และอย่าหลงเชื่อคู่กรณี หากบอกว่าไม่ต้องแจ้งตำรวจ เพราะอีกฝ่ายอาจปฏิเสธความรับผิดชอบในภายหลัง

-ห้ามหนีเป็นอันขาด
ความผิดฐานขับรถประมาทนั้นผู้กระทำผิดไม่ใช่อาชญากรร้ายแรงอะไร เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนถ้าขาดความระมัดระวังและประมาท ในเรื่องของบทลงโทษก็ไม่มากมายหรือหนักหนาอะไรจึงไม่ควรหนี
แม้ขับรถชนคนหรือสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่แน่ใจว่าตายแล้วก็ต้องอยู่ในที่เกิดเหตุ รอจนเจ้าหน้าที่มาเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง โทษหนักอาจจะกลายเป็นเบาหากคุณมอบตัวสู้คดี ซึ่งบางทีคุณอาจจะไม่มีความผิดอะไรเลยก็ได้

-หน้าที่ของคนขับรถเมื่อเกิดรถชนกันและมีคนเจ็บ
กฎหมายกำหนดไว้ว่า ต้องหยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควร เช่น ขับรถชนคนก็ต้องหยุดรถ ช่วยเหลือคนที่ถูกชน นำส่งโรงพยาบาลเท่าที่จะทำได้
จากนั้นต้องไปแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงทันที คือ ต้องรีบไปแจ้งตำรวจที่ใกล้เคียงทันที แต่ต้องบอกตำรวจด้วยว่าเราเป็นคนขับรถอะไร พร้อมแจ้งชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ หมายเลขทะเบียนรถ แก่ผู้ได้รับความเสียหายด้วย
หากผู้ขับขี่หลบหนีหรือไม่แสดงตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ กฎหมายให้สันนิษฐานว่าเป็นผู้กระทำผิดและตำรวจมีอำนาจยึดรถที่ขับไว้จนกว่าจะได้ตัวผู้ขับขี่หรือจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ถ้าคนขับคนใดไม่ปฏิบัติตามที่กล่าวมา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท แต่ถ้าคนที่ถูกชนบาดเจ็บสาหัสหรือตาย ต้องจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท
เพราะการขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นนั้นบาดเจ็บหรือเสียชีวิตมีความผิดทั้งทางกฎหมายแพ่งและอาญา อาจต้องรับโทษติดคุก ต้องชดใช้ค่าเสียหาย ค่าบาดเจ็บ ค่าทำศพ เป็นต้น
การตกลงใช้ค่าเสียหายให้คนเจ็บ ตำรวจมีระเบียบไว้ว่า สามารถไม่ให้คืนรถของกลางให้แก่ผู้ต้องหา จนกว่าผู้ต้องหาจะพยายามตกลงกับฝ่ายผู้เสียหาย ถ้าหากเราชดใช้ค่าเสียหาย จ่ายค่าทำศพให้เขา คดีแพ่งก็ระงับฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งไม่ได้อีกแล้ว
ส่วนหากถูกฟ้องคดีอาญา ผู้เสียหายจะมาแถลงต่อศาลว่า เราได้ชดใช้ค่าเสียหายให้เขาแล้ว ส่วนมากแล้ว ศาลจะปรานีจำเลย โดยตัดสินให้รออาญาแก่จำเลย
เช่นเดียวกับในกรณีที่เราขับรถชนคนบาดเจ็บ ไปโรงพยาบาลต่อมาอัยการฟ้องต่อศาล ก็แถลงต่อศาลว่า เราช่วยเหลือคนเจ็บพาส่งโรพยาบาลตามหน้าที่ ไม่ได้หลบหนีหรือทอดทิ้งส่วนมากศาลจะรอลงอาญาให้แต่ถ้าชนแล้วหนี ส่วนมากศาลมักจะจำคุก เพราะเห็นว่าเป็นคนแล้งน้ำใจ

-อย่ายอมรับผิด จนกว่าจะพิสูจน์ได้
กรณีนี้เป็นการรักษาสิทธิ์ของตนเอง อย่าเพิ่งพิจารณาเรื่องไปเอง ว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หรือใครผิดใครถูก เพราะต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ คุณไม่มีอำนาจในการตัดสินว่าใครผิดใครถูก จนกว่าจะมีการพิสูจน์กันตามกฎหมาย
อย่าพูดเพราะความตระหนกหรือตกใจว่าคุณผิด เพราะอาจทำให้คุณผิดทั้ง ๆ ที่ตามกฎหมายแล้วคุณอาจจะไม่ผิด ไม่ควรกล่าวโทษอีกฝ่ายและอย่ารีบรับข้อเสนอให้ยอมความ โดยเฉพาะในกรณีที่คุณบาดเจ็บด้วยเช่นกัน เพราะการบาดเจ็บของคุณอาจจะต้องใช้เวลาสักพักอาจจะเป็นอาทิตย์ หรือเป็นเดือนที่จะแสดงอาการออกมา ต้องให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัย
ถ้าคุณใจร้อน คุณยอมความไปแล้ว การเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติมในภายหลังจะทำได้ยากขึ้น ถ้าไม่มีการลงบันทึกต่อท้ายเอาไว้ แต่ถ้าคุณไม่ได้รับบาดเจ็บและข้อเสนออีกฝ่ายเป็นที่น่าพอใจ คุณก็น่าจะยอมความกันได้

-หาพยานมายืนยัน
การมีพยานมายืนยันจะช่วยคุณได้มาก ได้แก่ผู้ที่อยู่แถว ๆ ที่เกิดเหตุในเวลานั้นพอดี หากเขายินยอมเป็นพยานให้คุณจดชื่อ-ที่อยู่เพื่อติดต่อเอาไว้ เพื่อในกรณีเหตุที่คุณอาจเป็นฝ่ายผิดได้ หากไม่สามารถหาพยานมายืนยันได้
ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะหาพยานในที่เกิดเหตุประกอบรูปคดีเพราะพยานที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียนั้นจะมีน้ำหนักมากที่สุด

-การตกลงเงื่อนไขการจ่ายค่าเสียหาย
หากรถมีประกันควรให้เจ้าหน้าที่ประกันภัยเป็นผู้เจรจาตกลง ถ้าไม่มีประกันภัย ควรให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นพยานในการตกลงชดใช้ค่าเสียหายระหว่างกันด้วยมูลค่าความเสียหายจริงที่เกิดขึ้น และลงบันทึกลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย และพยานให้ถูกต้อง

ทำอย่างไรเมื่อรถถูกโจรกรรม

คราวซวยและเคราะห์หามยามร้ายไม่เข้าใครออกใคร และเป็นที่น่าสงสารและเห็นใจสำหรับคนทำงนที่เก็บหอมรอมริบกว่าจะได้รถมือสองสักคันมาขับ แต่ในปัจจุบันโจรผู้ร้ายก็มีมากขึ้น วิธีการต่าง ๆ ก็มีมากขึ้นจนสุจริตชนตามไม่ทัน ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนร้ายในวงการโจรกรรมรถยนต์ต่างมีเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างคนร้าย ไปจนถึงกระบวนการดัดแปลงสภาพตัวรถที่ได้จากการโจรกรรม ดัดแปลงแก้ไขเอกสารประกอบรถ เพื่อให้สอดคล้องกับการนำรถไปจำหน่ายยังต่างประเทศในลักษณะรถที่ไม่มีทะเบียน นำไปจำหน่ายโดยสวมทะเบียนกับรถคันอื่น

แต่หากเห็นคนร้ายกำลังขโมยรถของคุณหรือของคนอื่น ควรตั้งสติไว้ให้ดี อย่าตื่นอย่าคุกคาม รอดูทีท่า จดจำลักษณะของพวกมันไว้ (ในกรณีที่เห็นซึ่งหน้าแต่พวกมันไม่เห็นคุณ) แล้วรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ให้รีบมาจับกุมให้ทันท่วงที แต่ถ้าเห็นว่าไม่ทันการณ์ เพราะกว่าที่ตำรวจจะมาถึงคนร้ายก็เอารถไปได้แล้ว เราควรใช้สิทธิ์ป้องกันทรัพย์สิน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 68 บัญญัติว่า

“ผู้ใดจำต้องกระทำการใด เพื่อป้องกันสิทธิ์ของตนหรือของผู้อื่น ให้พ้นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด ”

คือ เจ้าจองทรัพย์มีสิทธิ์จะป้องกันสิทธิ์ในชีวิต ร่างกายและสิทธิ์ในทรัพย์สิน แต่ต้องกระทำไปโดยพอสมควรแก่เหตุ เช่น คนร้ายมีแต่มือเปล่า ๆ กำลังขโมยรถ แต่ถูกเจ้าของยิงตาย ถือว่าเกินกว่าเหตุ แต่หากคนร้ายมีอาวุธปืน ซึ่งเตือนแล้วแต่คนร้ายจะยิง ทว่าเรายิงคนร้ายตายก่อน เป็นการป้องกันที่สมควรแก่เหตุไม่ผิดกฎหมาย สำหรับในเรื่องการตรมจับคนร้ายนั้น ก็สามารถทำได้ภายใต้หลักกฎหมาย คือ เมื่อพบผู้ที่กระทำผิดซึ่งหน้าและความผิดนั้นกฎหมายให้อำนาจจับได้

ความผิดซึ่งหน้า หมายความว่า ความผิดที่เห็นกำลับกระทำ เช่น เห็นคนร้ายกำลังงัดรถยนต์ ถือเป็นความผิดซึ่งหน้า เข้าจับกุมได้ทันทีไม่ต้องรอตำรวจ แต่ข้อกฎหมายกำหนดไว้ว่า ความผิดที่ว่าซึ่งหน้านั้น ต้องเป็นความผิดที่มีโทษสูง เช่น ลักทรัพย์ วิ่งราว ปล้นทรัพย์

อีกทางหนึ่งสามารถขอความช่วยเหลือให้คนที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อช่วยจับกุมคนร้ายได้ หมายความว่า ตำรวจเขาออกหมายจับคนร้ายหรือหาพยานในที่เกิดเหตุเพื่อทราบเบาะแส หากรถหายไปแล้วหรือตามจับไม่ทัน จากนั้นจึงแจ้งตำรวจจะทำให้สกัดจับได้อย่างรวดเร็ว การที่รถหายนั้นถ้าแจ้งตำรวจให้เร็วที่สุดเพียงใด โอกาสที่จะได้รถคืนก็มีมากที่สุดเท่านั้น และเพื่อความรวดเร็วในกรุงเทพฯ ควรโทรโดยตรงดังต่อไปนี้

-ศูนย์ผ่านฟ้า 191 โทร.246-1312-8
-ศูนย์รามา กรณีรถหายในเขต บกน.หรือ กองบังคับการตำรวจนครบาลเหนือ โทร.245-071-3 (3)
-ศูนย์นารายณ์ กรณีรถหายในเขต บกน.ได้ หรือกองคับการตำรวจนครบาลใต้ โทร.234-5678
-ศูนย์ บกน.ธน. คือ กองบังคับการตำรวจนครบาลธนบุรี โทร.413-1653-6
-ศูนย์ ศปร.น. คือ ศูนย์ป้องกันปราบปรามโจรกรรมรถยนต์และจักรยายยนต์กองบัญชาการตำรวจนครบาล โทร.245-6951,245-9059

สำหรับต่างจังหวัดติดต่อโทรศัพท์ไปยังสถานีตำรวจและกองกำกับการต่าง ๆ พร้อมบอกรายละเอียดเกี่ยวกับรถให้ถูกต้องและรวดเร็ว ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ต้องจดติดไว้ในกระเป๋าเงินตลอดเพื่อพกพาและนำออกมาใช้ได้ในยามฉุกเฉิน

“เช่น รถวีโก้สีดำ รุ่น .... ทะเบียน 8ด-845 กทม. หมายเลขเครื่อง 9 D-736291 หมายเลขตัวถัง 4 M-32412345-64 ตำหนิกระจกหน้าแตกเป็นรู คิ้วด้านซ้ายล้อหน้าบุบ” เป็นต้น

เพื่อที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถตามได้ตรงกันและเป็นวิธีที่ช่วยตำรวจได้ดีที่สุด จากนั้นจึงแจ้งความที่สถานีตำรวจ ด้วยการเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้

-บัตรประจำตัวประชาชน
-ใบทะเบียนบ้าน
-บัตรประจำตัวข้าราชการ
-หนังสือเดินทาง พาสปอร์ตสำหรับชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาภายในประเทศ
-ถ้าไปแจ้งความแทนคนอื่นที่เป็นเจ้าของรถ ให้มีใบมอบอำนาจเจ้าของรถให้ไปแจ้งความด้วย
-ถ้าเป็นผู้แทนผู้เยาว์หรือไร้ความสามารถ ก็ให้เตรียมใบสำคัญแสดงการเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ หรือใบสำคัญแสดงการเป็นผู้อนุบาลของผู้ไร้ความสามารถตามคำสั่งศาลติดตัวไปด้วย
-ใบคู่มือประจำรถ เอกสารประจำรถ ใบทะเบียนรถ
-หากเป็นรถผ่อนส่ง ก็ให้นำสัญญาเช่าซื้อติดตัวไปด้วย
ให้ภาพถ่ายรถให้แก่ตำรวจไว้ ถ้ามีภาพถ่ายรถของเราหลาย ๆ ภาพเป็นภาพสีให้กับตำรวจไว้ เมื่อแจ้งความแล้วควรขอคัดสำเนาการแจ้งความจากตำรวจไว้เป็นหลักฐาน

หากปฏิบัติได้ดังนี้ โอกาสที่คุณจะได้รถกลับคืนมาจึงมีอยู่สูงเช่นกัน

ข้อกฏหมายที่คนซื้อรถมือสองต้องรู้

รู้เขารู้เรา เผยวิธีการโจรกรรมรถ ตอนที่ 3 (จบ)

rutchapong  |  at   00:05

ทำอย่างไรเมื่อรถถูกโจรกรรม

คราวซวยและเคราะห์หามยามร้ายไม่เข้าใครออกใคร และเป็นที่น่าสงสารและเห็นใจสำหรับคนทำงนที่เก็บหอมรอมริบกว่าจะได้รถมือสองสักคันมาขับ แต่ในปัจจุบันโจรผู้ร้ายก็มีมากขึ้น วิธีการต่าง ๆ ก็มีมากขึ้นจนสุจริตชนตามไม่ทัน ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนร้ายในวงการโจรกรรมรถยนต์ต่างมีเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างคนร้าย ไปจนถึงกระบวนการดัดแปลงสภาพตัวรถที่ได้จากการโจรกรรม ดัดแปลงแก้ไขเอกสารประกอบรถ เพื่อให้สอดคล้องกับการนำรถไปจำหน่ายยังต่างประเทศในลักษณะรถที่ไม่มีทะเบียน นำไปจำหน่ายโดยสวมทะเบียนกับรถคันอื่น

แต่หากเห็นคนร้ายกำลังขโมยรถของคุณหรือของคนอื่น ควรตั้งสติไว้ให้ดี อย่าตื่นอย่าคุกคาม รอดูทีท่า จดจำลักษณะของพวกมันไว้ (ในกรณีที่เห็นซึ่งหน้าแต่พวกมันไม่เห็นคุณ) แล้วรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ให้รีบมาจับกุมให้ทันท่วงที แต่ถ้าเห็นว่าไม่ทันการณ์ เพราะกว่าที่ตำรวจจะมาถึงคนร้ายก็เอารถไปได้แล้ว เราควรใช้สิทธิ์ป้องกันทรัพย์สิน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 68 บัญญัติว่า

“ผู้ใดจำต้องกระทำการใด เพื่อป้องกันสิทธิ์ของตนหรือของผู้อื่น ให้พ้นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด ”

คือ เจ้าจองทรัพย์มีสิทธิ์จะป้องกันสิทธิ์ในชีวิต ร่างกายและสิทธิ์ในทรัพย์สิน แต่ต้องกระทำไปโดยพอสมควรแก่เหตุ เช่น คนร้ายมีแต่มือเปล่า ๆ กำลังขโมยรถ แต่ถูกเจ้าของยิงตาย ถือว่าเกินกว่าเหตุ แต่หากคนร้ายมีอาวุธปืน ซึ่งเตือนแล้วแต่คนร้ายจะยิง ทว่าเรายิงคนร้ายตายก่อน เป็นการป้องกันที่สมควรแก่เหตุไม่ผิดกฎหมาย สำหรับในเรื่องการตรมจับคนร้ายนั้น ก็สามารถทำได้ภายใต้หลักกฎหมาย คือ เมื่อพบผู้ที่กระทำผิดซึ่งหน้าและความผิดนั้นกฎหมายให้อำนาจจับได้

ความผิดซึ่งหน้า หมายความว่า ความผิดที่เห็นกำลับกระทำ เช่น เห็นคนร้ายกำลังงัดรถยนต์ ถือเป็นความผิดซึ่งหน้า เข้าจับกุมได้ทันทีไม่ต้องรอตำรวจ แต่ข้อกฎหมายกำหนดไว้ว่า ความผิดที่ว่าซึ่งหน้านั้น ต้องเป็นความผิดที่มีโทษสูง เช่น ลักทรัพย์ วิ่งราว ปล้นทรัพย์

อีกทางหนึ่งสามารถขอความช่วยเหลือให้คนที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อช่วยจับกุมคนร้ายได้ หมายความว่า ตำรวจเขาออกหมายจับคนร้ายหรือหาพยานในที่เกิดเหตุเพื่อทราบเบาะแส หากรถหายไปแล้วหรือตามจับไม่ทัน จากนั้นจึงแจ้งตำรวจจะทำให้สกัดจับได้อย่างรวดเร็ว การที่รถหายนั้นถ้าแจ้งตำรวจให้เร็วที่สุดเพียงใด โอกาสที่จะได้รถคืนก็มีมากที่สุดเท่านั้น และเพื่อความรวดเร็วในกรุงเทพฯ ควรโทรโดยตรงดังต่อไปนี้

-ศูนย์ผ่านฟ้า 191 โทร.246-1312-8
-ศูนย์รามา กรณีรถหายในเขต บกน.หรือ กองบังคับการตำรวจนครบาลเหนือ โทร.245-071-3 (3)
-ศูนย์นารายณ์ กรณีรถหายในเขต บกน.ได้ หรือกองคับการตำรวจนครบาลใต้ โทร.234-5678
-ศูนย์ บกน.ธน. คือ กองบังคับการตำรวจนครบาลธนบุรี โทร.413-1653-6
-ศูนย์ ศปร.น. คือ ศูนย์ป้องกันปราบปรามโจรกรรมรถยนต์และจักรยายยนต์กองบัญชาการตำรวจนครบาล โทร.245-6951,245-9059

สำหรับต่างจังหวัดติดต่อโทรศัพท์ไปยังสถานีตำรวจและกองกำกับการต่าง ๆ พร้อมบอกรายละเอียดเกี่ยวกับรถให้ถูกต้องและรวดเร็ว ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ต้องจดติดไว้ในกระเป๋าเงินตลอดเพื่อพกพาและนำออกมาใช้ได้ในยามฉุกเฉิน

“เช่น รถวีโก้สีดำ รุ่น .... ทะเบียน 8ด-845 กทม. หมายเลขเครื่อง 9 D-736291 หมายเลขตัวถัง 4 M-32412345-64 ตำหนิกระจกหน้าแตกเป็นรู คิ้วด้านซ้ายล้อหน้าบุบ” เป็นต้น

เพื่อที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถตามได้ตรงกันและเป็นวิธีที่ช่วยตำรวจได้ดีที่สุด จากนั้นจึงแจ้งความที่สถานีตำรวจ ด้วยการเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้

-บัตรประจำตัวประชาชน
-ใบทะเบียนบ้าน
-บัตรประจำตัวข้าราชการ
-หนังสือเดินทาง พาสปอร์ตสำหรับชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาภายในประเทศ
-ถ้าไปแจ้งความแทนคนอื่นที่เป็นเจ้าของรถ ให้มีใบมอบอำนาจเจ้าของรถให้ไปแจ้งความด้วย
-ถ้าเป็นผู้แทนผู้เยาว์หรือไร้ความสามารถ ก็ให้เตรียมใบสำคัญแสดงการเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ หรือใบสำคัญแสดงการเป็นผู้อนุบาลของผู้ไร้ความสามารถตามคำสั่งศาลติดตัวไปด้วย
-ใบคู่มือประจำรถ เอกสารประจำรถ ใบทะเบียนรถ
-หากเป็นรถผ่อนส่ง ก็ให้นำสัญญาเช่าซื้อติดตัวไปด้วย
ให้ภาพถ่ายรถให้แก่ตำรวจไว้ ถ้ามีภาพถ่ายรถของเราหลาย ๆ ภาพเป็นภาพสีให้กับตำรวจไว้ เมื่อแจ้งความแล้วควรขอคัดสำเนาการแจ้งความจากตำรวจไว้เป็นหลักฐาน

หากปฏิบัติได้ดังนี้ โอกาสที่คุณจะได้รถกลับคืนมาจึงมีอยู่สูงเช่นกัน

การโจรกรรมรถโดยอาศัยช่องทางธุรกิจ


สถิติคดีอาญาประเภทการโจรกรรมรถนั้น เกิดจากการที่ผู้เสียหายได้มาแจ้งความร้องทุกข์ว่ารถของตนได้ถูกคนร้ายโจรกรรม พนักงานสอบสวนมีหน้าที่รับคำร้องทุกข์ แต่ก็มีบางกรณีที่มีผู้เสียหายแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนว่ารถของตนได้ถูกคนร้ายโจรกรรมไป ทั้งที่ความเป็นจริงรถคันดังกล่าวไม่ถูกโจรกรรม แต่ผู้ที่มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวยได้นำรถไปจำหน่าย แล้วมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่ารถของตนหาย แต่ความจริงไม่มีรถหายตามที่แจ้งความร้องทุกข์

ด้วยเหตุดังกล่าวสถิติคดีโจรกรรมจะสูงขึ้น  ทั้งที่ความเป็นจริงไม่มีการโจรกรรมรถ และรถก็ไม่ถูกโจรกรรม แต่คนร้ายใช้ช่องทางธุรกิจและการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ ซึ่งมีกระบวนการดำเนินการใน 2 แนวทาง คือ

- เช่าซื้อรถ นำรถที่เช่าซื้อไปขาย แล้วต่อมาแจ้งความกับตำรวจว่ารถถูกโจรกรรม คนร้ายมีขั้นตอนการดำเนินการ คือ คนร้ายจะทำการเช่าซื้อรถจากบริษัทจำหน่ายรถ ในการเช่าซื้อจะทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ โดยคนร้ายชำระเงินงวดแรกจำนวนหนึ่ง (สมมติว่าราคาประมาณ 40,000 บาท) บริษัทให้เช่าซื้อให้ผู้เช่าซื้อ (คนร้าย) จ่ายเบี้ยประกันภัยรถคันที่เช่าซื้ออีกจำนวนหนึ่ง(สมมติว่าประมาณ 20,000 บาท) รวมเงินที่คนร้าย (ผู้เช่าซื้อ) ชำระไป 60,000 บาท คนร้าย (ผู้เช่าซื้อ) สามารถนำรถไปจากบริษัทผู้ให้เช่าซื้อจำนวน 1 คัน ราคาประมาณ 350,000 บาท โดยทำสัญญาเช่าซื้อต่อกัน
ตามสัญญาประกันภัยคนร้าย (ผู้เช่าซื้อ) คือ ผู้เอาประกันภัยหน้าที่ของผู้เอาประกันภัย คือ การชำระเบี้ยประกัน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ (ผู้ให้เช่าซื้อ) คือ ผู้รับผลประโยชน์จากสัญญาประกัน สิทธิ์ของผู้รับผลประโยชน์ตามสัญญาประกันภัย คือ เมื่อมีภัยต่อทรัพย์ที่เอาประกัน ผู้รับประโยชน์จากสัญญาประกันภัยมีสิทธิ์ได้รับเงินตามสัญญาประกันภัย บริษัทผู้ประกันภัยมีสิทธิ์ได้รับเบี้ยประกันจากคนร้าย (ผู้เอาประกันภัย) และมีหน้าที่ชำระเงินตามสัญญาประกันภัย เมื่อมีภัยที่เกิดกับรถที่เอาประกัน
คนร้าย (ผู้เช่าซื้อและผู้เอาประกันภัย) ได้รถไปตามสัญญาเช่าซื้อ จากนั้นได้นำรถคันดังกล่าวไปจำหน่ายให้กับผู้อื่นในราคาที่สูงกว่าที่ลงทุน (การลงทุนประมาณ 60,000 บาท) เช่น นำไปขายในประเทศเพื่อนบ้าน หรือไปหลอกขายให้ผู้อื่นโดยที่ผู้อื่นเข้าใจว่าเป็นรถที่ถูกต้อง กรณีเหล่านี้จะขายได้ประมาณ 200,000 บาท คนร้ายจะได้กำไรประมาณ 100,000 บาท หากคนร้ายทำหลาย ๆ คัน ก็จะได้กำไรเป็นจำนวนมาก หลังจากที่คนร้ายนำรถไปจำหน่ายแล้ว ก็จะมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่ารถคันดังกล่าวถูกโจรกรรมไป พนักงานสอบสวนรับคำร้องทุกข์และออกหลักฐานให้กับคนร้าย คนร้ายจะนำเอกสารการแจ้งความที่พนักงานสอบสวนออกให้ไปแสดงกับบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ (ผู้ให้เช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อและเป็นผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัย) และบริษัทประกันภัย (ผู้รับประกันภัยรถยนต์) คนร้ายก็ไม่ต้องรับผิดชอบในค่าเสียหายหรือค่ารถยนต์ที่เช่าซื้อ

จากนั้นบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ก็จะเรียกค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัยตามสัญญาประกันภัย บริษัทประกันภัยจะชำระเงินให้บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เพราะเป็นผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัย การกระทำดังกล่าวได้กำไรประมาณ หนึ่งแสนบาทเศษ ต่อรถ 1 คัน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ไม่เสียหายเพราะได้รับเงินจากบริษัทประกันภัย บริษัทประกันภัยเท่านั้นที่ได้รับความเสียหาย แต่ข้อเท็จจริงบริษัทประกันภัย คือ ตัวกลางในการระดมเงินจากผู้เอาประกันมาเก็บไว้แล้วจ่ายให้ผู้ประสบภัย หรือผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัย หากมีการจ่ายเงินตามสัญญาประกันภัยเป็นจำนวนมาก กฎหมายก็เปิดช่องให้มีการเพิ่มเบี้ยประกัน เพื่อชดเชยอัตราเสี่ยงภัยที่เกิดขึ้น

ประชาชนจำต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่สูงขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น ผู้ที่เสียประโยชน์ คือ ประชาชนที่ต้องเสียเบี้ยประกันในอัตราที่สูงขึ้น กระบวนการโดยใช้ช่องทาง ทางธุรกิจได้พัฒนาไปอีก โดยเป็นลักษณะขององค์กรคนร้ายอาชีพ หรืออาชญากรรมองค์การ โดยผู้ที่ทำอยู่ในบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์บางบริษัท และผู้ที่ได้ทำงานอยู่ในบริษัทประกันภัยได้ร่วมกันแสวงหาผลประโยชน์จากกระบวนการ
โดยพนักงานของบริษัทเงินทุนได้ทำหลักฐานปลอมเกี่ยวกับผู้เช่าซื้อทำการเช่าซื้อรถจากบริษัทเงินทุนและได้ทำประกันภัยกับบริษัทประกันภัย มีการดำเนินการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่ารถถูกโจรกรรม สมรู้ร่วมคิดกับพนักงานบริษัทประกันภัย ได้เงินจากบริษัทประกันภัยมาแบ่งผลประโยชน์ต่อกัน

- การนำซากรถไปทำประกันภัย แล้วแจ้งความร้องทุกข์ว่ารถหาย ปัจจุบันจะมีรถที่เกิดอุบัติเหตุชนกันเสียหายเป็นจำนวนมาก รถที่เกิดอุบัติเหตุจะได้รับความเสียหายมาก ไม่สามารถทำการซ่อมได้ หรือบางครั้งก็สามารถทำการซ่อมได้ แต่ราคาที่ซ่อมสูงกว่าราคาของรถที่มีสภาพซ่อมรถเรียบร้อยแล้ว คนร้ายจะซื้อซากรถที่เกิดอุบัติเหตุเสียหาย แต่คนร้ายจะนำซากรถไปทิ้ง คงเหลือแต่เอกสารประกอบรถ คือ สมุดคู่มือการจดทะเบียนรถ คนร้ายนำสมุดคู่มือไปทำประกันภัยรถคันดังกล่าว โดยสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าหน้าที่บางคนของบริษัทประกันภัย เมื่อรถมีประกันภัยแล้ว คนร้ายจะแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่ารถถูกโจรกรรมแล้วนำหลักฐานการรับแจ้งความของพนักงานสอบสวนไปรับเงินจากบริษัทประกันภัย ซึ่งคนร้ายสามารถกระทำเช่นนี้ได้หลาย ๆ คัน ก็จะได้เงินจำนวนมหาศาล

อย่างไรก็ตามขออย่าให้เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นกับใครเลยเพราะความสูญเสียนั้นแทบจะทำให้คนทำงานสุจริต ธรรมดา ๆ แทบสิ้นเนื้อประดาตัว
ข้อกฏหมายที่คนซื้อรถมือสองต้องรู้

รู้เขารู้เรา เผยวิธีการโจรกรรมรถ ตอนที่ 2

rutchapong  |  at   23:59

การโจรกรรมรถโดยอาศัยช่องทางธุรกิจ


สถิติคดีอาญาประเภทการโจรกรรมรถนั้น เกิดจากการที่ผู้เสียหายได้มาแจ้งความร้องทุกข์ว่ารถของตนได้ถูกคนร้ายโจรกรรม พนักงานสอบสวนมีหน้าที่รับคำร้องทุกข์ แต่ก็มีบางกรณีที่มีผู้เสียหายแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนว่ารถของตนได้ถูกคนร้ายโจรกรรมไป ทั้งที่ความเป็นจริงรถคันดังกล่าวไม่ถูกโจรกรรม แต่ผู้ที่มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวยได้นำรถไปจำหน่าย แล้วมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่ารถของตนหาย แต่ความจริงไม่มีรถหายตามที่แจ้งความร้องทุกข์

ด้วยเหตุดังกล่าวสถิติคดีโจรกรรมจะสูงขึ้น  ทั้งที่ความเป็นจริงไม่มีการโจรกรรมรถ และรถก็ไม่ถูกโจรกรรม แต่คนร้ายใช้ช่องทางธุรกิจและการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ ซึ่งมีกระบวนการดำเนินการใน 2 แนวทาง คือ

- เช่าซื้อรถ นำรถที่เช่าซื้อไปขาย แล้วต่อมาแจ้งความกับตำรวจว่ารถถูกโจรกรรม คนร้ายมีขั้นตอนการดำเนินการ คือ คนร้ายจะทำการเช่าซื้อรถจากบริษัทจำหน่ายรถ ในการเช่าซื้อจะทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ โดยคนร้ายชำระเงินงวดแรกจำนวนหนึ่ง (สมมติว่าราคาประมาณ 40,000 บาท) บริษัทให้เช่าซื้อให้ผู้เช่าซื้อ (คนร้าย) จ่ายเบี้ยประกันภัยรถคันที่เช่าซื้ออีกจำนวนหนึ่ง(สมมติว่าประมาณ 20,000 บาท) รวมเงินที่คนร้าย (ผู้เช่าซื้อ) ชำระไป 60,000 บาท คนร้าย (ผู้เช่าซื้อ) สามารถนำรถไปจากบริษัทผู้ให้เช่าซื้อจำนวน 1 คัน ราคาประมาณ 350,000 บาท โดยทำสัญญาเช่าซื้อต่อกัน
ตามสัญญาประกันภัยคนร้าย (ผู้เช่าซื้อ) คือ ผู้เอาประกันภัยหน้าที่ของผู้เอาประกันภัย คือ การชำระเบี้ยประกัน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ (ผู้ให้เช่าซื้อ) คือ ผู้รับผลประโยชน์จากสัญญาประกัน สิทธิ์ของผู้รับผลประโยชน์ตามสัญญาประกันภัย คือ เมื่อมีภัยต่อทรัพย์ที่เอาประกัน ผู้รับประโยชน์จากสัญญาประกันภัยมีสิทธิ์ได้รับเงินตามสัญญาประกันภัย บริษัทผู้ประกันภัยมีสิทธิ์ได้รับเบี้ยประกันจากคนร้าย (ผู้เอาประกันภัย) และมีหน้าที่ชำระเงินตามสัญญาประกันภัย เมื่อมีภัยที่เกิดกับรถที่เอาประกัน
คนร้าย (ผู้เช่าซื้อและผู้เอาประกันภัย) ได้รถไปตามสัญญาเช่าซื้อ จากนั้นได้นำรถคันดังกล่าวไปจำหน่ายให้กับผู้อื่นในราคาที่สูงกว่าที่ลงทุน (การลงทุนประมาณ 60,000 บาท) เช่น นำไปขายในประเทศเพื่อนบ้าน หรือไปหลอกขายให้ผู้อื่นโดยที่ผู้อื่นเข้าใจว่าเป็นรถที่ถูกต้อง กรณีเหล่านี้จะขายได้ประมาณ 200,000 บาท คนร้ายจะได้กำไรประมาณ 100,000 บาท หากคนร้ายทำหลาย ๆ คัน ก็จะได้กำไรเป็นจำนวนมาก หลังจากที่คนร้ายนำรถไปจำหน่ายแล้ว ก็จะมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่ารถคันดังกล่าวถูกโจรกรรมไป พนักงานสอบสวนรับคำร้องทุกข์และออกหลักฐานให้กับคนร้าย คนร้ายจะนำเอกสารการแจ้งความที่พนักงานสอบสวนออกให้ไปแสดงกับบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ (ผู้ให้เช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อและเป็นผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัย) และบริษัทประกันภัย (ผู้รับประกันภัยรถยนต์) คนร้ายก็ไม่ต้องรับผิดชอบในค่าเสียหายหรือค่ารถยนต์ที่เช่าซื้อ

จากนั้นบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ก็จะเรียกค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัยตามสัญญาประกันภัย บริษัทประกันภัยจะชำระเงินให้บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เพราะเป็นผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัย การกระทำดังกล่าวได้กำไรประมาณ หนึ่งแสนบาทเศษ ต่อรถ 1 คัน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ไม่เสียหายเพราะได้รับเงินจากบริษัทประกันภัย บริษัทประกันภัยเท่านั้นที่ได้รับความเสียหาย แต่ข้อเท็จจริงบริษัทประกันภัย คือ ตัวกลางในการระดมเงินจากผู้เอาประกันมาเก็บไว้แล้วจ่ายให้ผู้ประสบภัย หรือผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัย หากมีการจ่ายเงินตามสัญญาประกันภัยเป็นจำนวนมาก กฎหมายก็เปิดช่องให้มีการเพิ่มเบี้ยประกัน เพื่อชดเชยอัตราเสี่ยงภัยที่เกิดขึ้น

ประชาชนจำต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่สูงขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น ผู้ที่เสียประโยชน์ คือ ประชาชนที่ต้องเสียเบี้ยประกันในอัตราที่สูงขึ้น กระบวนการโดยใช้ช่องทาง ทางธุรกิจได้พัฒนาไปอีก โดยเป็นลักษณะขององค์กรคนร้ายอาชีพ หรืออาชญากรรมองค์การ โดยผู้ที่ทำอยู่ในบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์บางบริษัท และผู้ที่ได้ทำงานอยู่ในบริษัทประกันภัยได้ร่วมกันแสวงหาผลประโยชน์จากกระบวนการ
โดยพนักงานของบริษัทเงินทุนได้ทำหลักฐานปลอมเกี่ยวกับผู้เช่าซื้อทำการเช่าซื้อรถจากบริษัทเงินทุนและได้ทำประกันภัยกับบริษัทประกันภัย มีการดำเนินการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่ารถถูกโจรกรรม สมรู้ร่วมคิดกับพนักงานบริษัทประกันภัย ได้เงินจากบริษัทประกันภัยมาแบ่งผลประโยชน์ต่อกัน

- การนำซากรถไปทำประกันภัย แล้วแจ้งความร้องทุกข์ว่ารถหาย ปัจจุบันจะมีรถที่เกิดอุบัติเหตุชนกันเสียหายเป็นจำนวนมาก รถที่เกิดอุบัติเหตุจะได้รับความเสียหายมาก ไม่สามารถทำการซ่อมได้ หรือบางครั้งก็สามารถทำการซ่อมได้ แต่ราคาที่ซ่อมสูงกว่าราคาของรถที่มีสภาพซ่อมรถเรียบร้อยแล้ว คนร้ายจะซื้อซากรถที่เกิดอุบัติเหตุเสียหาย แต่คนร้ายจะนำซากรถไปทิ้ง คงเหลือแต่เอกสารประกอบรถ คือ สมุดคู่มือการจดทะเบียนรถ คนร้ายนำสมุดคู่มือไปทำประกันภัยรถคันดังกล่าว โดยสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าหน้าที่บางคนของบริษัทประกันภัย เมื่อรถมีประกันภัยแล้ว คนร้ายจะแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่ารถถูกโจรกรรมแล้วนำหลักฐานการรับแจ้งความของพนักงานสอบสวนไปรับเงินจากบริษัทประกันภัย ซึ่งคนร้ายสามารถกระทำเช่นนี้ได้หลาย ๆ คัน ก็จะได้เงินจำนวนมหาศาล

อย่างไรก็ตามขออย่าให้เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นกับใครเลยเพราะความสูญเสียนั้นแทบจะทำให้คนทำงานสุจริต ธรรมดา ๆ แทบสิ้นเนื้อประดาตัว

เผยวิธีการโจรกรรมรถ เผยแพร่ข้อมูลโดยกรมการขนส่งทางบก ซึ่งผู้ใช้รถทุกคนควรรู้

รถของใคร ใครก็รัก ถ้าตกเป็นเหยื่อรถหายเพราะพวกมิจฉาชีพขโมยไป ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่งหรือมือสองก็ทุกข์ใจมหาศาลได้ เพราะสำหรับหลาย ๆ คนแล้ว รถมือสองอาจจะเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของชีวิตหรือกว่าจะซื้อได้ต้องเก็บหอมรอบริบมานาน อาบเหงื่อต่างน้ำจนกว่าจะซื้อรถได้

การโจรกรรมรถ จึงเป็นอาชญากรรมที่มีสถิติว่าผู้เสียหายจะไปแจ้งความร้องทุกข์กับกรมตำรวจเกือบทุกราย เพราะรถเป็นทรัพย์ที่มีทะเบียน คนร้ายที่ลักรถอาจนำรถไปเป็นยานพาหนะในการกระทำผิดในคดีต่าง ๆ เจ้าของรถจึงต้องไปแจ้งความให้ตำรวจได้ทราบเป็นอันดับแรก จึงควรมารู้ถึงวิธีการโกงของมิจฉาชีพเหล่านี่ด้วยข้อมูลดี ๆ จากกรมการขนส่งทางบกที่มีประโยชน์แก่ประชาน เพื่อจะได้รู้ทันพวกมิจฉาชีพและปกป้องรถที่คุณรักได้ ซึ่งรถที่ได้จากการกระทำผิด จึงเป็นทรัพย์ที่สามารถทำการตรวจสอบได้ เช่น ตรวจสอบจากหมายเลขเครื่อง หมายเลขตัวถัง หมายเลขรหัสลับประจำตัวรถ สามารถตรวจสอบได้ว่ารถคันของกลางถูกโจรกรรมจากที่ใด ซึ่งวิธีการโจรกรรมรถของคนร้ายมีโครงสร้าง ดังนี้

โจรกรรมโดยกระทำต่อกุญแจ หรือไม่กระทำต่อกุญแจ

รถทุกคันจะมีกุญแจ อันเป็นอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรม หรือเป็นเครื่องถ่วงเวลาในการโจรกรรมของคนร้าย รถจักรยายนต์ ได้แก่ กุญแจใส่คอรถ กุญแจสำหรับติดเครื่องยนต์ หรือกุญแจที่ติดอยู่กับขาตั้งรถจักรยานยนต์ ส่วนรถยนต์ ได้แก่ กุญแจประตูรถ กุญแจฝากระโปรง กุญแจติดเครื่องยนต์ ฯลฯ คนร้ายได้เรียนรู้ระบบกุญแจและจุดอ่อนของระบบกุญแจดังกล่าว แล้วทำการโจรกรรมรถ แต่ก็มีบางรูปแบบที่มากระทำต่อกุญแจรถ ดังต่อไปนี้

การลักรถโดยกระทำต่อกุญแจรถ
ลักษณะกุญแจที่แตกต่างกันโดยส่วนใหญ่จะแตกต่างกันที่เขี้ยวของลูกกุญแจ แต่ลูกกุญแจของรถยี่ห้อเดียวกันจะมีโครงสร้างของลูกกุญแจที่เหมือนกันเรียกว่า “ลูกกุญแจโครงสร้างมาตรฐาน” ลูกกุญแจแบบนี้จะมีโรงงานผลิตลูกกุญแจออกจำหน่าย ช่างทำกุญแจที่เปิดอยู่ริมถนนหรือตามศูนย์การค้า จะไปซื้อลูกกุญแจโครงสร้างมาตรฐานมาไว้ที่ร้านทำกุญแจ เมื่อมีลูกค้านำกุญแจมาให้ทำ ช่างก็จะนำลูกกุญแจโครงสร้างมาตรฐานมาสร้างเขี้ยวกุญแจให้ตรงกัน

วิธีการสร้างเขี้ยวบนลูกกุญแจ จากลูกกุญแจโครงสร้างมาตรฐาน เพื่อทำการโจรกรรมรถ อาจทำได้ดังนี้

-อันตรายที่มาจากกุญแจดอกเดียวที่ ใช้ติดเครื่องยนต์ไขประตู ไขฝาน้ำมัน ไขฝากระโปรงท้าย
คนร้ายจะเล็งไปที่ฝาถังน้ำมัน ด้วยการใช้ไขควงหรือคีมดึงฝาน้ำมันรถยนต์คันที่ต้องการออก เพื่อดูกลไกลภายในช่องเสียบกุญแจ จากนั้นจะนำลูกกุญแจโครงสร้างมาตรฐานมาสร้างเขี้ยวโดยใช้ตะไบ จากนั้นจะนำกุญแจที่ตะไบแล้วไปไขประตูรถและติดเครื่องรถยนต์ เพราะลูกกุญแจรถยนต์มีเพียงดอกเดียว
-คนร้ายใช้คีมดึงยวงกุญแจประตูรถ ให้ยวงกุญแจประตูรถหลุดออกจากประตูรถยนต์ จากนั้นนำลูกกุญแจโครงสร้างมาตรฐานสำหรับรถยนต์ยี่ห้อนั้น ๆ มาสร้างเขี้ยวที่ตัดกุญแจ ให้ลูกกุญแจที่สร้างขึ้นมาสามารถไขควงกุญแจประตูรถ เป็นการดำเนินการเช่นเดียวกับการกระทำต่อฝาน้ำมันรถตามข้อ 1 คนร้ายจะนำลูกกุญแจที่สร้างขึ้นไปใช้ในการโจรกรรมรถ ทั้งกรณีที่ 1 และ 2 คนร้ายจะกระทำต่อรถยนต์ที่มีกุญแจแบน ส่วนกุญแจประตูรถชนิดกลม คนร้ายจะไม่ดึงยวงกุญแจออกมา เพราะกุญแจชนิดกลมไม่มีลูกกุญแจโครงสร้างมาตรฐาน แต่คนร้ายจะใช้คีมจับที่ยวงกุญแจ แล้วโยกยวงกุญแจให้หลวม จากนั้นหมุนคีมที่จับอยู่ที่ยวงกุญแจให้ตัวยวงกุญแจหมุน การกระทำเช่นนี้สามารถเปิดประตูรถได้
-การทำกุญแจดอกใหม่ โดยการลอกเลียนเขี้ยวกุญแจ แล้วติดตามทำการโจรกรรมรถซึ่งคนร้ายจะทำการลอกแบบกุญแจและทำลูกกุญแจขึ้นมาอีกดอกหนึ่ง ด้วยวิธีการนำกุญแจรถมาพิมพ์ลงไปบนดินน้ำมัน เทียน ขี้ผึ้ง
หรือการนำลูกกุญแจวางลงลบนกระดาษแล้วใช้ดินสอ ปากกาวาดตามรอยเขี้ยวลูกกุญแจของรถเป้าหมาย ก็จะได้รอยเขี้ยวลูกกุญแจของรถเป้าหมาย โดยมีการโจรกรรมในหลายรูปแบบ เช่น
-คนร้ายที่แฝงเป็นพนักงานเติมน้ำมัน ในสถานีบริการน้ำมัน
-พนักงานรับรถตามสถานีบริการต่าง ๆ
-พ่อค้าที่ขายรถมือสอง อาจจะทำกุญแจที่สามารถใช้กับรถคันที่เสนอขายไว้อีก 1 ดอก เมื่อมีผู้ซื้อรถคันดังกล่าวไป พ่อค้าหรือบุคคลในร้านติดตามไปทำการโจรกรรมรถ
-รถที่ยังอยู่ระหว่างการมีสัญญาเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าจะเป็นนิติบุคคล ผู้เช่าซื้อนำรถมาทำสัญญาเช่าตามสัญญาเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อจะยึดลูกกุญแจสำหรับรถตามสัญญาเช่าซื้อไว้จำนวน 1 ดอก พนักงานของบริษัทเช่าซื้อจะสร้างลูกกุญแจที่มีเขี้ยวตรงกับรถตามสัญญาเช่าซื้อขึ้นมาอีก 1 ดอก และนำลูกกุญแจดังกล่าวไปทำการโจรกรรมรถคันดังกล่าว
-ในกรณีที่รถยังอยู่ระหว่างการทำสัญญาเช่าซื้อขาดส่งเงินค่างวด บริษัทผู้ให้เช่าซื้อจะส่งพนักงานยึดรถออกทำการยึดรถ โดยมอบอำนาจในการยึดรถและมอบลูกกุญแจ เพื่อทำการยึดรถกลับคืนบริษัทผู้ให้เช่าซื้อพนักงานยึดรถนำลูกกุญแจที่ได้จากบริษัทผู้ให้เช่าซื้อไปทำการลักรถของผู้เช่าซื้อ
-บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เมื่อผลิตรถยนต์แต่ละคันเรียบร้อยแล้ว จะให้พนักงานของบริษัทขับรถที่ผลิตจากโรงงาน ไปส่งให้ลูกค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่าย ระหว่างทางพนักงานส่งรถจะทำลูกกุญแจขึ้นมาอีก 1 ดอก แล้วติดตามว่ารถคันดังกล่าวใครเป็นผู้ซื้อ จากนั้นก็ติดตามทำการลักรถจากผู้ซื้อ โดยใช้ลูกกุญแจที่ได้ลอกเลียนแบบไว้
-การสร้างอุปกรณ์พิเศษเรียกว่า เหล็กปีกเครื่องบิน ทำการโจรกรรมรถ (ศัพท์ทางเทคนิค)อุปกรณ์ดังกล่าวทำเลียนแบบลูกกุญแจรถ ปลายข้างหนึ่งมีลักษณะคล้ายลูกกุญแจสำหรับสอดเข้าไปในกุญแจประตูรถปลายอีกข้างหนึ่งเป็นเหลี่ยมอาจจะเป็นสี่เหลี่ยม หกเหลี่ยมหรือแปดเหลี่ยม
ในการทำการโจรกรรมรถ คนร้ายจะแทงปลายข้างแบนเข้าไปในรูกุญแจประตูรถ คงเหลือปลายที่เป็นเหลี่ยม คนร้ายนำคีมหรือกุญแจปากตายมาจับที่ปลายข้างที่เป็นเหลี่ยม หมุนเหล็กปีกเครื่องบิน ส่วนที่สอดอยู่ในรูกุญแจประตูรถจะทำลายสลักภายในรูกุญแจประตูรถ สามารถเปิดประตูออกได้ จากนั้นคนร้ายจะใช้อุปกรณ์ที่ทำการเปิดประตูรถดังกล่าว มาใช้ไขช่องกุญแจติดเครื่องยนต์ เหล็กปีกเครื่องบินจะทำการทำลายรูกุญแจติดเครื่องยนต์ ปลดล็อกคอพวงมาลัยรถยนต์หลุดออกและสามารถติดเครื่องยนต์ทำการโจรกรรมรถไป
การใช้เหล็กปีกเครื่องบินทำการโจรกรรมรถโดยเปิดประตูรถจะกระทำได้กับรถที่มีรูกุญแจประตูรถชนิดแบบเท่านั้น หากรถที่คนร้ายต้องการโจรกรรมมีรูกุญแจประตูรถเป็นกุญแจกลม คนร้ายก็จะเปิดประตูรถโดยวิธีการดังกล่าวไว้แล้ว
และจะใช้เหล็กปีกเครื่องบินทำการไขกุญแจติดเครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรมไว้ในรถ เช่น มีที่ใส่กุญแจคันห้ามล้อและคันคลัทช์ ติดตั้งสัญญาณป้องกันการโจรกรรม ติดตั้งระบบตัดไฟ ติดตั้งระบบตัดน้ำมัน และติดตั้งกุญแจใส่เกียร์ อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้น คนร้ายที่ทำการโจรกรรมรถ บางคนมีความรู้หรือเป็นผู้ชำนาญในการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรม คนร้ายคนดังกล่าวก็สามารถทำลายอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรมได้ โดยสภาพทั่วๆ ไป รถที่ถูกโจรกรรมจะถูกจอดทิ้งไว้ตามถนน หรือซอยเป็นจำนวนมาก รถบางคันก็ไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรม คนร้ายก็จะเลือกทำการโจรกรรมรถที่ไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรม คนร้ายจะเลือกทำการโจรกรรมเฉพาะรถที่ทำการโจรกรรมได้ง่าย

          การลักรถโดยไม่กระทำต่อกุญแจ
            การลักรถโดยใช้รถยกมาทำการยกรถที่ถูกโจรกรรม เมื่อคนร้ายพบรถ หรือต้องการที่จะทำการลักรถคันใด คนร้ายก็จะนำรถยก ซึ่งรถยกดังกล่าวเป็นรถยกสำหรับยกรถที่เกิดอุบัติเหตุ หรือเครื่องยนต์ขัดข้องมาทำการยกรถที่จะทำการโจรกรรม
คนร้ายมักทำการลักรถโดยใช้รถยกทำการยกรถที่จอดไว้ริมถนน การกระทำดังกล่าวเป็นการที่คนร้ายเป็นบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างยกรถลงมือกระทำโดยมีเจตนาทุจริตในบางครั้ง คนร้ายที่ไม่มีอุปกรณ์ในการยกรถก็จะว่าจ้างให้ผู้มีอาชีพประกอบกิจการรับจ้างยกรถให้ทำการยกรถคันที่ตนเองต้องการจะโจรกรรม โดยว่าจ้างให้ยกจากสถานที่ที่รถที่ถูกโจรกรรมจอดอยู่ไปยังสถานที่อีกแห่งหนึ่ง ในกรณีเช่นนี้ผู้มีอาชีพรรับจ้างยกรถไม่ใช่คนร้าย ไม่มีเจตนาทุจริต แต่กระทำไปโดยผู้ว่าจ้าง


ข้อกฏหมายที่คนซื้อรถมือสองต้องรู้

รู้เขารู้เรา เผยวิธีการโจรกรรมรถ ตอนที่ 1

rutchapong  |  at   23:54

เผยวิธีการโจรกรรมรถ เผยแพร่ข้อมูลโดยกรมการขนส่งทางบก ซึ่งผู้ใช้รถทุกคนควรรู้

รถของใคร ใครก็รัก ถ้าตกเป็นเหยื่อรถหายเพราะพวกมิจฉาชีพขโมยไป ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่งหรือมือสองก็ทุกข์ใจมหาศาลได้ เพราะสำหรับหลาย ๆ คนแล้ว รถมือสองอาจจะเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของชีวิตหรือกว่าจะซื้อได้ต้องเก็บหอมรอบริบมานาน อาบเหงื่อต่างน้ำจนกว่าจะซื้อรถได้

การโจรกรรมรถ จึงเป็นอาชญากรรมที่มีสถิติว่าผู้เสียหายจะไปแจ้งความร้องทุกข์กับกรมตำรวจเกือบทุกราย เพราะรถเป็นทรัพย์ที่มีทะเบียน คนร้ายที่ลักรถอาจนำรถไปเป็นยานพาหนะในการกระทำผิดในคดีต่าง ๆ เจ้าของรถจึงต้องไปแจ้งความให้ตำรวจได้ทราบเป็นอันดับแรก จึงควรมารู้ถึงวิธีการโกงของมิจฉาชีพเหล่านี่ด้วยข้อมูลดี ๆ จากกรมการขนส่งทางบกที่มีประโยชน์แก่ประชาน เพื่อจะได้รู้ทันพวกมิจฉาชีพและปกป้องรถที่คุณรักได้ ซึ่งรถที่ได้จากการกระทำผิด จึงเป็นทรัพย์ที่สามารถทำการตรวจสอบได้ เช่น ตรวจสอบจากหมายเลขเครื่อง หมายเลขตัวถัง หมายเลขรหัสลับประจำตัวรถ สามารถตรวจสอบได้ว่ารถคันของกลางถูกโจรกรรมจากที่ใด ซึ่งวิธีการโจรกรรมรถของคนร้ายมีโครงสร้าง ดังนี้

โจรกรรมโดยกระทำต่อกุญแจ หรือไม่กระทำต่อกุญแจ

รถทุกคันจะมีกุญแจ อันเป็นอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรม หรือเป็นเครื่องถ่วงเวลาในการโจรกรรมของคนร้าย รถจักรยายนต์ ได้แก่ กุญแจใส่คอรถ กุญแจสำหรับติดเครื่องยนต์ หรือกุญแจที่ติดอยู่กับขาตั้งรถจักรยานยนต์ ส่วนรถยนต์ ได้แก่ กุญแจประตูรถ กุญแจฝากระโปรง กุญแจติดเครื่องยนต์ ฯลฯ คนร้ายได้เรียนรู้ระบบกุญแจและจุดอ่อนของระบบกุญแจดังกล่าว แล้วทำการโจรกรรมรถ แต่ก็มีบางรูปแบบที่มากระทำต่อกุญแจรถ ดังต่อไปนี้

การลักรถโดยกระทำต่อกุญแจรถ
ลักษณะกุญแจที่แตกต่างกันโดยส่วนใหญ่จะแตกต่างกันที่เขี้ยวของลูกกุญแจ แต่ลูกกุญแจของรถยี่ห้อเดียวกันจะมีโครงสร้างของลูกกุญแจที่เหมือนกันเรียกว่า “ลูกกุญแจโครงสร้างมาตรฐาน” ลูกกุญแจแบบนี้จะมีโรงงานผลิตลูกกุญแจออกจำหน่าย ช่างทำกุญแจที่เปิดอยู่ริมถนนหรือตามศูนย์การค้า จะไปซื้อลูกกุญแจโครงสร้างมาตรฐานมาไว้ที่ร้านทำกุญแจ เมื่อมีลูกค้านำกุญแจมาให้ทำ ช่างก็จะนำลูกกุญแจโครงสร้างมาตรฐานมาสร้างเขี้ยวกุญแจให้ตรงกัน

วิธีการสร้างเขี้ยวบนลูกกุญแจ จากลูกกุญแจโครงสร้างมาตรฐาน เพื่อทำการโจรกรรมรถ อาจทำได้ดังนี้

-อันตรายที่มาจากกุญแจดอกเดียวที่ ใช้ติดเครื่องยนต์ไขประตู ไขฝาน้ำมัน ไขฝากระโปรงท้าย
คนร้ายจะเล็งไปที่ฝาถังน้ำมัน ด้วยการใช้ไขควงหรือคีมดึงฝาน้ำมันรถยนต์คันที่ต้องการออก เพื่อดูกลไกลภายในช่องเสียบกุญแจ จากนั้นจะนำลูกกุญแจโครงสร้างมาตรฐานมาสร้างเขี้ยวโดยใช้ตะไบ จากนั้นจะนำกุญแจที่ตะไบแล้วไปไขประตูรถและติดเครื่องรถยนต์ เพราะลูกกุญแจรถยนต์มีเพียงดอกเดียว
-คนร้ายใช้คีมดึงยวงกุญแจประตูรถ ให้ยวงกุญแจประตูรถหลุดออกจากประตูรถยนต์ จากนั้นนำลูกกุญแจโครงสร้างมาตรฐานสำหรับรถยนต์ยี่ห้อนั้น ๆ มาสร้างเขี้ยวที่ตัดกุญแจ ให้ลูกกุญแจที่สร้างขึ้นมาสามารถไขควงกุญแจประตูรถ เป็นการดำเนินการเช่นเดียวกับการกระทำต่อฝาน้ำมันรถตามข้อ 1 คนร้ายจะนำลูกกุญแจที่สร้างขึ้นไปใช้ในการโจรกรรมรถ ทั้งกรณีที่ 1 และ 2 คนร้ายจะกระทำต่อรถยนต์ที่มีกุญแจแบน ส่วนกุญแจประตูรถชนิดกลม คนร้ายจะไม่ดึงยวงกุญแจออกมา เพราะกุญแจชนิดกลมไม่มีลูกกุญแจโครงสร้างมาตรฐาน แต่คนร้ายจะใช้คีมจับที่ยวงกุญแจ แล้วโยกยวงกุญแจให้หลวม จากนั้นหมุนคีมที่จับอยู่ที่ยวงกุญแจให้ตัวยวงกุญแจหมุน การกระทำเช่นนี้สามารถเปิดประตูรถได้
-การทำกุญแจดอกใหม่ โดยการลอกเลียนเขี้ยวกุญแจ แล้วติดตามทำการโจรกรรมรถซึ่งคนร้ายจะทำการลอกแบบกุญแจและทำลูกกุญแจขึ้นมาอีกดอกหนึ่ง ด้วยวิธีการนำกุญแจรถมาพิมพ์ลงไปบนดินน้ำมัน เทียน ขี้ผึ้ง
หรือการนำลูกกุญแจวางลงลบนกระดาษแล้วใช้ดินสอ ปากกาวาดตามรอยเขี้ยวลูกกุญแจของรถเป้าหมาย ก็จะได้รอยเขี้ยวลูกกุญแจของรถเป้าหมาย โดยมีการโจรกรรมในหลายรูปแบบ เช่น
-คนร้ายที่แฝงเป็นพนักงานเติมน้ำมัน ในสถานีบริการน้ำมัน
-พนักงานรับรถตามสถานีบริการต่าง ๆ
-พ่อค้าที่ขายรถมือสอง อาจจะทำกุญแจที่สามารถใช้กับรถคันที่เสนอขายไว้อีก 1 ดอก เมื่อมีผู้ซื้อรถคันดังกล่าวไป พ่อค้าหรือบุคคลในร้านติดตามไปทำการโจรกรรมรถ
-รถที่ยังอยู่ระหว่างการมีสัญญาเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าจะเป็นนิติบุคคล ผู้เช่าซื้อนำรถมาทำสัญญาเช่าตามสัญญาเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อจะยึดลูกกุญแจสำหรับรถตามสัญญาเช่าซื้อไว้จำนวน 1 ดอก พนักงานของบริษัทเช่าซื้อจะสร้างลูกกุญแจที่มีเขี้ยวตรงกับรถตามสัญญาเช่าซื้อขึ้นมาอีก 1 ดอก และนำลูกกุญแจดังกล่าวไปทำการโจรกรรมรถคันดังกล่าว
-ในกรณีที่รถยังอยู่ระหว่างการทำสัญญาเช่าซื้อขาดส่งเงินค่างวด บริษัทผู้ให้เช่าซื้อจะส่งพนักงานยึดรถออกทำการยึดรถ โดยมอบอำนาจในการยึดรถและมอบลูกกุญแจ เพื่อทำการยึดรถกลับคืนบริษัทผู้ให้เช่าซื้อพนักงานยึดรถนำลูกกุญแจที่ได้จากบริษัทผู้ให้เช่าซื้อไปทำการลักรถของผู้เช่าซื้อ
-บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เมื่อผลิตรถยนต์แต่ละคันเรียบร้อยแล้ว จะให้พนักงานของบริษัทขับรถที่ผลิตจากโรงงาน ไปส่งให้ลูกค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่าย ระหว่างทางพนักงานส่งรถจะทำลูกกุญแจขึ้นมาอีก 1 ดอก แล้วติดตามว่ารถคันดังกล่าวใครเป็นผู้ซื้อ จากนั้นก็ติดตามทำการลักรถจากผู้ซื้อ โดยใช้ลูกกุญแจที่ได้ลอกเลียนแบบไว้
-การสร้างอุปกรณ์พิเศษเรียกว่า เหล็กปีกเครื่องบิน ทำการโจรกรรมรถ (ศัพท์ทางเทคนิค)อุปกรณ์ดังกล่าวทำเลียนแบบลูกกุญแจรถ ปลายข้างหนึ่งมีลักษณะคล้ายลูกกุญแจสำหรับสอดเข้าไปในกุญแจประตูรถปลายอีกข้างหนึ่งเป็นเหลี่ยมอาจจะเป็นสี่เหลี่ยม หกเหลี่ยมหรือแปดเหลี่ยม
ในการทำการโจรกรรมรถ คนร้ายจะแทงปลายข้างแบนเข้าไปในรูกุญแจประตูรถ คงเหลือปลายที่เป็นเหลี่ยม คนร้ายนำคีมหรือกุญแจปากตายมาจับที่ปลายข้างที่เป็นเหลี่ยม หมุนเหล็กปีกเครื่องบิน ส่วนที่สอดอยู่ในรูกุญแจประตูรถจะทำลายสลักภายในรูกุญแจประตูรถ สามารถเปิดประตูออกได้ จากนั้นคนร้ายจะใช้อุปกรณ์ที่ทำการเปิดประตูรถดังกล่าว มาใช้ไขช่องกุญแจติดเครื่องยนต์ เหล็กปีกเครื่องบินจะทำการทำลายรูกุญแจติดเครื่องยนต์ ปลดล็อกคอพวงมาลัยรถยนต์หลุดออกและสามารถติดเครื่องยนต์ทำการโจรกรรมรถไป
การใช้เหล็กปีกเครื่องบินทำการโจรกรรมรถโดยเปิดประตูรถจะกระทำได้กับรถที่มีรูกุญแจประตูรถชนิดแบบเท่านั้น หากรถที่คนร้ายต้องการโจรกรรมมีรูกุญแจประตูรถเป็นกุญแจกลม คนร้ายก็จะเปิดประตูรถโดยวิธีการดังกล่าวไว้แล้ว
และจะใช้เหล็กปีกเครื่องบินทำการไขกุญแจติดเครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรมไว้ในรถ เช่น มีที่ใส่กุญแจคันห้ามล้อและคันคลัทช์ ติดตั้งสัญญาณป้องกันการโจรกรรม ติดตั้งระบบตัดไฟ ติดตั้งระบบตัดน้ำมัน และติดตั้งกุญแจใส่เกียร์ อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้น คนร้ายที่ทำการโจรกรรมรถ บางคนมีความรู้หรือเป็นผู้ชำนาญในการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรม คนร้ายคนดังกล่าวก็สามารถทำลายอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรมได้ โดยสภาพทั่วๆ ไป รถที่ถูกโจรกรรมจะถูกจอดทิ้งไว้ตามถนน หรือซอยเป็นจำนวนมาก รถบางคันก็ไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรม คนร้ายก็จะเลือกทำการโจรกรรมรถที่ไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรม คนร้ายจะเลือกทำการโจรกรรมเฉพาะรถที่ทำการโจรกรรมได้ง่าย

          การลักรถโดยไม่กระทำต่อกุญแจ
            การลักรถโดยใช้รถยกมาทำการยกรถที่ถูกโจรกรรม เมื่อคนร้ายพบรถ หรือต้องการที่จะทำการลักรถคันใด คนร้ายก็จะนำรถยก ซึ่งรถยกดังกล่าวเป็นรถยกสำหรับยกรถที่เกิดอุบัติเหตุ หรือเครื่องยนต์ขัดข้องมาทำการยกรถที่จะทำการโจรกรรม
คนร้ายมักทำการลักรถโดยใช้รถยกทำการยกรถที่จอดไว้ริมถนน การกระทำดังกล่าวเป็นการที่คนร้ายเป็นบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างยกรถลงมือกระทำโดยมีเจตนาทุจริตในบางครั้ง คนร้ายที่ไม่มีอุปกรณ์ในการยกรถก็จะว่าจ้างให้ผู้มีอาชีพประกอบกิจการรับจ้างยกรถให้ทำการยกรถคันที่ตนเองต้องการจะโจรกรรม โดยว่าจ้างให้ยกจากสถานที่ที่รถที่ถูกโจรกรรมจอดอยู่ไปยังสถานที่อีกแห่งหนึ่ง ในกรณีเช่นนี้ผู้มีอาชีพรรับจ้างยกรถไม่ใช่คนร้าย ไม่มีเจตนาทุจริต แต่กระทำไปโดยผู้ว่าจ้าง


“ทุกขลาภ” คือสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกคนอย่างไม่คาดคิด การซื้อรถมือสองด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง หรือใครคนอื่นจะซื้อให้ก็ตาม ก็เปรียบเสมือนตนเองมีลาภที่มีแขนขาในการเดินทาง ที่ไม่ต้องลำบาก ตากแดดตากฝน แออัดอยู่ในรถเมล์ หรืออยู่กับรถแท็กซี่ราคาแพง ลาภนั้นก็นำทุกข์มาให้เสมอ ไม่ว่าค่าซ่อม ค่าน้ำมัน และที่แย่ที่สุดคือเอาคดีความมาให้ ทั้งที่เจ้าของรถก่อเองโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว แต่ส่วนใหญ่มักจะทำให้เสียทรัพย์ เข้าไปเกี่ยวกันกับความผิดทางกฎหมาย การซื้อรถมือสองควรรู้ทันและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ เพราะคุณจะกลายเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบ

ดาวน์รถ กลายเป็น “ดาวโจร”

ในการขายดาวน์รถยนต์ เกิดปัญหากับผู้เช่าซื้อมากมายหลายประการ เพราะรถอยู่ในระหว่างการผ่อนชำระค่าซื้อกับสถาบันการเงินแต่ผู้เช่าซื้อผ่อนไม่ไหว มักจะเอารถไปขายเต็นท์ ที่เรียกว่า “ขายดาวน์” โดยมีเงื่อนไขให้ผู้ซื้อไปผ่อนชำระต่อกับสถาบันการเงินเอง แต่ผลปรากฏว่า
 
                        -ผู้ซื้อดาวน์ไม่ยอมผ่อนต่อ
                        -นำรถไปขายต่อให้กับบุคคลภายนอก
                        -ไม่ได้เปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อจากผู้เช่าซื้อคนเดิม เป็นผู้เช่าซื้อคนใหม่

บริษัทไฟแนนซ์ยกเลิกสัญญาและเรียกให้ส่งมอบรถคืน แต่ผู้เช่าซื้อไม่สามารถส่งมอบได้ เพราะเนื่องจากผู้ที่ซื้อรถต่อไปนั้นนำรถไปขายต่ออีกทีและตามตัวไม่ได้จึงไม่ต่างจากอาชญากรรม ผู้เช่าซื้อจึงตกเป็นจำเลยฐานยักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ซึ่งมีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ในคดีเช่นนี้มีมากกว่านี้ คือ ต้องชดใช้ค่ารถต่อไปจนหมดจึงเป็นทุกข์ที่เกิดขึ้นโดยที่ตนไม่ได้ก่อ

ดังนั้นการขายดาวน์ที่ถูกต้อง จึงต้องแจ้งให้กับบริษัทไฟแนนซ์ทราบและนัดหมายผู้เช่าซื้อไปทำเรื่องเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อจากเดิมเป็นผู้เช่าซื้อรายใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ซื้อรถราคาถูกมีสิทธิ์ติดคุกได้

            ในกรณีนี้คือลูกค้าไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ว่ารถที่ตนเองซื้อมานั้น เป็นรถที่ถูกขโมยมา หรือเป็นรถที่ใช้ก่ออาชญากรรมจึงเข้าข่ายรับซื้อของโจร ปอ.มาตรา 357
ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิด ถ้าความผิดนั้น เข้าลักษณะ ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก หรือเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรับของโจร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าการกระทำความผิดฐานรับของโจรนั้น ได้กระทำเพื่อค้ากำไรหรือได้กระทำต่อทรัพย์อันได้มาโดยการลักทรัพย์ตามมาตรา 335 (10) ชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงสองหมื่นบาท
ถ้าการกระทำความผิดฐานรับของโจรนั้น ได้กระทำต่อทรัพย์อันได้มาโดยการลักทรัพย์ตามมาตรา 335 ทวิ การชิงทรัพย์ตามมาตรา 339 ทวิ หรือการปล้นทรัพย์ตามมาตรา 340 ทวิ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสามหมื่นบาท
ดังนั้นเมื่อทราบว่า รถประเภทนี้จะมีราคาถูกกว่าท้องตลาดมาก ๆ และอาจมีการสวมทะเบียนมาอีกต่อหนึ่งจึงเป็นอันตราย เสี่ยงที่ผู้ซื้อมีสิทธิ์รับซื้อของโจรอย่างมาก จึงต้องตรวจสอบหรือสอบถามประวัติความเป็นมา ความเป็นเจ้าของที่แท้จริงว่ามีเอกสารสิทธิ์กำกับหรือไม่

ซื้อรถมือสองจากต่างประเทศอาจถูกหลอกสูญเงิน ไม่มีใครรับผิดชอบได้

 หลาย ๆ คนถูกโจรรถมือสองที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากญี่ปุ่น เป็นรถเล็ก ๆ ขนาดน่ารัก ๆ แต่รถเหล่านี้จะละเลยจดทะเบียนไม่ได้ รถประเภทนี้เอกสารที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ รถมือสองในต่างประเทศนั้น ถูกกว่ารถมือสองบ้านเราแยะแต่เมื่อหาข้อมูลดีๆ จะพบว่ามีข้อจำกัดหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของคุณสมบัติและเรื่องภาษี หากไม่มีภาษีนำเข้า แต่ก็มีเต็นท์รถขี้โกง เล่นกับความอยากได้ของคน ด้วยการสวมทะเบียน หรือหมกเม็ด ทำใบอินวอยด์ปลอม ดังนั้นก่อนจะทำการซื้อขายต้องพิจารณาคุณสมบัติผู้ที่จะนำรถยนต์นั่งส่วนบุคคลใช้แล้ว เข้ามาในราชอาณาจักร

-ต้องเป็นผู้ที่พำนักอยู่ในประเทศนั้น ๆ เป็นเวลาเกิน 1 ปี 6 เดือน แล้วเดินทางกลับและนำเข้าได้คนละ 1 คัน
-ต้องถือกรรมสิทธิ์รถตามทะเบียนระหว่างอยู่ในต่างประเทศไม่น้อยกว่า 1 ปี 6 เดือน
-ต้องมีใบขับขี่ที่แสดงว่าได้ใช้รถมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี 6 เดือน
-เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นเรื่อง ได้แก่หนังสือเดินทางพร้อมสำเนาทะเบียนรถยนต์
-สำเนาใบขับขี่ของประเทศที่ใช้รถ หรือใบขับขี่นานาชาติ พร้อมสำเนา
-ต้องมีเอกสารแสดงการมีภูมิลำเนาในประเทศไทย สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาคำสั่งไป-กลับ

(กรณีเป็นข้าราชการ) เอกสารที่นำมาแสดงต้องเป็นต้นฉบับพร้อมสำเนา 1 ชุด หากไม่สามารถนำต้นฉบับมาแสดงได้ ให้หน่วยงานที่ออกเอกสารหรือหน่วยงานราชการของไทยที่ประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองสำเนาเอกสารที่นำมาแสดงแทน
กรณีเอกสารที่นำมาแสดงเป็นภาษาต่างประเทศที่มิใช่ภาษาอังกฤษให้แปลและรับรองคำแปลโดยหน่วยงานราชการ หรือสถาบันแปลเอกสารด้วย ในกรณีที่มีคนนำเข้ามาแล้ว (เต็นท์) และอยู่ในกระบวนการซื้อขาย สิ่งที่ต้องมีคือหนังสือสัญญาซื้อขาย สำเนาบัตรประชาชนผู้ขาย-ผู้ซื้อ (แล้วแต่ผู้ขายจะขอ) สำเนาทะเบียนบ้าน ใบอินวอยด์ หลักฐานของรถทุกอย่าง
ฝั่งคนขายต้องมีสำเนาเกี่ยวกับหลักฐานส่วนตัว ทะเบียนบ้านหรือถ้าเป็นร้านจำหน่ายให้เอาสำเนาการค้า หรือทะเบียนการค้าไว้ด้วยพร้อมเซ็นต์รับรองสำเนาทุกใบ รวมถึงใบสัญญาซื้อขาย เก็บไว้ประกอบหลักฐานคนละชุดและใบมอบอำนาจสำหรับเวลาโอน ถ้าไม่ใช่ชื่อคุณแต่ให้คนอื่นไปทำทะเบียนแทนให้แนบใบเอกสารให้พร้อมสำหรับเอาไปเสียภาษี สำคัญตรงใบอินวอยด์ต้องดูให้ครบ หลายคนซื้อรถมาหวังจะเอาไปทำทะเบียน แต่อินวอยด์ไม่ครบก็ไม่สามารถทำทะเบียนได้ ก็ต้องจอดทิ้งไว้ เพราะหากขับไปอาจถูกยืดได้ หรือต้องจำใจขายทิ้ง

ที่สำคัญอย่าหลงเชื่อคนขายให้มัดจำรถเพราะถ้ามีรถ แล้วก็ต้องมีใบอินวอยด์ด้วยพร้อมกับตัวรถ บางคันมีอินวอยด์เป็นสิบชุดต้องควรระวังไว้ และต้องไม่เป็นสำเนาด้วย ใบอินวอยด์นั้นประกอบด้วย
-เลขที่ทะเบียนคนนำเข้า
-โกดังหรือตู้คนเทรนเนอร์เลขที่เท่าไร วันที่เท่าไร
ซึ่งมีเต็มที่เกือบยี่สิบใบ เพื่อความแน่ใจควรติดต่อสอบถามกรมการขนส่งทางบก จะได้ใช้รถถูกกฎหมายและไม่ต้องขับแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพราะกลัวโดนสรรพกรมายึด
ในส่วนข้อกฎหมาย การนำเข้ายานพาหนะส่วนบุคคลแบบถาวรก็เป็นเรื่องยุ่งยากเช่นกัน รถยนต์นั่งใหม่ทุกประเภท ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนใช้งานต่างประเทศ สามารถนำเข้าได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์ และไม่จำกัดจำนวน ยกเว้นรถที่มีน้ำหนักไม่เกิน 3,500 กิโลกรัม ผู้นำเข้าต้องขอใบอนุญาตนำเข้าจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ (สมอ.) โทรศัพท์ 0-2202-3331

ส่วนรถยนต์นั่งใช้แล้ว ต้องขออนุญาตก่อนการนำเข้าจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โทร 0-2547-4804 และถ้ารถมีน้ำหนักไม่เกิน 3,500 กิโลกรัม ต้องขอใบอนุญาตนำเข้าจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ (สมอ.) ที่สำคัญคือ รถยนต์นั่งใช้แล้วจะต้องได้รับอนุญาตการนำเข้าจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ก่อนวันที่เรือขนส่งเข้าเทียบท่า

ช่างเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากมาย จนหลาย ๆ คน เลิกฝันที่จะมีรถญี่ปุ่นมือสองน่ารัก ๆ ไว้ขับใช้ไปมากมายแล้วล่ะ และเมื่อมันเป็นเรื่องยุ่งยากอย่างนี้ รถมือสองจากต่างประเทศโดยเฉพาะรถญี่ปุ่น จึงมักจะตัดหัว ตัดท้าย แล้วสำแดงว่าเป็นอะไหล่ จากนั้นจึงนำเข้ามาประกอบกับรถในไทย แต่ปัญหาคือไม่ผ่านภาษีและจะเป็นรถที่สวมทะเบียน หากถูกจับได้ถูกยึดอย่างเดียว จึงไม่แนะนำ ซึ่งหลาย ๆ คนอาจเคยเปลี่ยนทะเบียนเมื่อซื้อรถมือสองมาเพราะไม่ค่อยอยากใช้ทะเบียนเดิม อาจจะกลัวถูกตามหนี้ หรือาจหนีไม่ต้องการให้ญาติพี่น้องรู้ว่าใช้รถคันนี้ รวมถึงป้ายทะเบียนอาจดูไม่เป็นมงคลไม่ชอบ รวมถึงเหตุผลอื่น ๆ

วิธีการคือไปขอเลขทะเบียนใหม่ที่ชอบได้ จากนั้นก็ทำเรื่องสลับทะเบียน มีค่าธรรมเนียมพอสมควรแต่ไม่เกินพันบาท เป็นการทำที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ว่าคุณจะเสียเงินไปทำไมล่ะ เก็บเงินไปเติมน้ำมันหรือซื้อขนมให้ลูกไม่ดีกว่าหรือ ที่กล่าวมานั้นหมายถึงการเปลี่ยนทะเบียนจริง ๆ กับกรมการขนส่งทางบก แต่ป้ายทะเบียนไม่สวยแล้วมาเปลี่ยนแบบที่จะกล่าวต่อไปนี้ หาเรื่องเสียเงิน แถมผิดกฎหมายอีกต่างหาก  เช่น ซื้อกรอบป้ายทะเบียนแต่งตามคลับรถ หรือร้านประดับยนต์ ซึ่งป้ายทะเบียนพวกนี้เป็นป้ายทะเบียนยาว ป้ายทะเบียนกันน้ำ ป้ายทะเบียนเอียงไม่แนบติดตัวรถ ป้ายเหล่านี้ผิดกฎหมาย อาจโดนตำรวจโบกเรียกได้

ข้อกฏหมายที่คนซื้อรถมือสองต้องรู้

ซื้อรถมือสองแล้วเกิดคดีทำอย่างไร

rutchapong  |  at   21:45

“ทุกขลาภ” คือสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกคนอย่างไม่คาดคิด การซื้อรถมือสองด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง หรือใครคนอื่นจะซื้อให้ก็ตาม ก็เปรียบเสมือนตนเองมีลาภที่มีแขนขาในการเดินทาง ที่ไม่ต้องลำบาก ตากแดดตากฝน แออัดอยู่ในรถเมล์ หรืออยู่กับรถแท็กซี่ราคาแพง ลาภนั้นก็นำทุกข์มาให้เสมอ ไม่ว่าค่าซ่อม ค่าน้ำมัน และที่แย่ที่สุดคือเอาคดีความมาให้ ทั้งที่เจ้าของรถก่อเองโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว แต่ส่วนใหญ่มักจะทำให้เสียทรัพย์ เข้าไปเกี่ยวกันกับความผิดทางกฎหมาย การซื้อรถมือสองควรรู้ทันและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ เพราะคุณจะกลายเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบ

ดาวน์รถ กลายเป็น “ดาวโจร”

ในการขายดาวน์รถยนต์ เกิดปัญหากับผู้เช่าซื้อมากมายหลายประการ เพราะรถอยู่ในระหว่างการผ่อนชำระค่าซื้อกับสถาบันการเงินแต่ผู้เช่าซื้อผ่อนไม่ไหว มักจะเอารถไปขายเต็นท์ ที่เรียกว่า “ขายดาวน์” โดยมีเงื่อนไขให้ผู้ซื้อไปผ่อนชำระต่อกับสถาบันการเงินเอง แต่ผลปรากฏว่า
 
                        -ผู้ซื้อดาวน์ไม่ยอมผ่อนต่อ
                        -นำรถไปขายต่อให้กับบุคคลภายนอก
                        -ไม่ได้เปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อจากผู้เช่าซื้อคนเดิม เป็นผู้เช่าซื้อคนใหม่

บริษัทไฟแนนซ์ยกเลิกสัญญาและเรียกให้ส่งมอบรถคืน แต่ผู้เช่าซื้อไม่สามารถส่งมอบได้ เพราะเนื่องจากผู้ที่ซื้อรถต่อไปนั้นนำรถไปขายต่ออีกทีและตามตัวไม่ได้จึงไม่ต่างจากอาชญากรรม ผู้เช่าซื้อจึงตกเป็นจำเลยฐานยักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ซึ่งมีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ในคดีเช่นนี้มีมากกว่านี้ คือ ต้องชดใช้ค่ารถต่อไปจนหมดจึงเป็นทุกข์ที่เกิดขึ้นโดยที่ตนไม่ได้ก่อ

ดังนั้นการขายดาวน์ที่ถูกต้อง จึงต้องแจ้งให้กับบริษัทไฟแนนซ์ทราบและนัดหมายผู้เช่าซื้อไปทำเรื่องเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อจากเดิมเป็นผู้เช่าซื้อรายใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ซื้อรถราคาถูกมีสิทธิ์ติดคุกได้

            ในกรณีนี้คือลูกค้าไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ว่ารถที่ตนเองซื้อมานั้น เป็นรถที่ถูกขโมยมา หรือเป็นรถที่ใช้ก่ออาชญากรรมจึงเข้าข่ายรับซื้อของโจร ปอ.มาตรา 357
ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิด ถ้าความผิดนั้น เข้าลักษณะ ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก หรือเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรับของโจร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าการกระทำความผิดฐานรับของโจรนั้น ได้กระทำเพื่อค้ากำไรหรือได้กระทำต่อทรัพย์อันได้มาโดยการลักทรัพย์ตามมาตรา 335 (10) ชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงสองหมื่นบาท
ถ้าการกระทำความผิดฐานรับของโจรนั้น ได้กระทำต่อทรัพย์อันได้มาโดยการลักทรัพย์ตามมาตรา 335 ทวิ การชิงทรัพย์ตามมาตรา 339 ทวิ หรือการปล้นทรัพย์ตามมาตรา 340 ทวิ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสามหมื่นบาท
ดังนั้นเมื่อทราบว่า รถประเภทนี้จะมีราคาถูกกว่าท้องตลาดมาก ๆ และอาจมีการสวมทะเบียนมาอีกต่อหนึ่งจึงเป็นอันตราย เสี่ยงที่ผู้ซื้อมีสิทธิ์รับซื้อของโจรอย่างมาก จึงต้องตรวจสอบหรือสอบถามประวัติความเป็นมา ความเป็นเจ้าของที่แท้จริงว่ามีเอกสารสิทธิ์กำกับหรือไม่

ซื้อรถมือสองจากต่างประเทศอาจถูกหลอกสูญเงิน ไม่มีใครรับผิดชอบได้

 หลาย ๆ คนถูกโจรรถมือสองที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากญี่ปุ่น เป็นรถเล็ก ๆ ขนาดน่ารัก ๆ แต่รถเหล่านี้จะละเลยจดทะเบียนไม่ได้ รถประเภทนี้เอกสารที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ รถมือสองในต่างประเทศนั้น ถูกกว่ารถมือสองบ้านเราแยะแต่เมื่อหาข้อมูลดีๆ จะพบว่ามีข้อจำกัดหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของคุณสมบัติและเรื่องภาษี หากไม่มีภาษีนำเข้า แต่ก็มีเต็นท์รถขี้โกง เล่นกับความอยากได้ของคน ด้วยการสวมทะเบียน หรือหมกเม็ด ทำใบอินวอยด์ปลอม ดังนั้นก่อนจะทำการซื้อขายต้องพิจารณาคุณสมบัติผู้ที่จะนำรถยนต์นั่งส่วนบุคคลใช้แล้ว เข้ามาในราชอาณาจักร

-ต้องเป็นผู้ที่พำนักอยู่ในประเทศนั้น ๆ เป็นเวลาเกิน 1 ปี 6 เดือน แล้วเดินทางกลับและนำเข้าได้คนละ 1 คัน
-ต้องถือกรรมสิทธิ์รถตามทะเบียนระหว่างอยู่ในต่างประเทศไม่น้อยกว่า 1 ปี 6 เดือน
-ต้องมีใบขับขี่ที่แสดงว่าได้ใช้รถมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี 6 เดือน
-เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นเรื่อง ได้แก่หนังสือเดินทางพร้อมสำเนาทะเบียนรถยนต์
-สำเนาใบขับขี่ของประเทศที่ใช้รถ หรือใบขับขี่นานาชาติ พร้อมสำเนา
-ต้องมีเอกสารแสดงการมีภูมิลำเนาในประเทศไทย สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาคำสั่งไป-กลับ

(กรณีเป็นข้าราชการ) เอกสารที่นำมาแสดงต้องเป็นต้นฉบับพร้อมสำเนา 1 ชุด หากไม่สามารถนำต้นฉบับมาแสดงได้ ให้หน่วยงานที่ออกเอกสารหรือหน่วยงานราชการของไทยที่ประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองสำเนาเอกสารที่นำมาแสดงแทน
กรณีเอกสารที่นำมาแสดงเป็นภาษาต่างประเทศที่มิใช่ภาษาอังกฤษให้แปลและรับรองคำแปลโดยหน่วยงานราชการ หรือสถาบันแปลเอกสารด้วย ในกรณีที่มีคนนำเข้ามาแล้ว (เต็นท์) และอยู่ในกระบวนการซื้อขาย สิ่งที่ต้องมีคือหนังสือสัญญาซื้อขาย สำเนาบัตรประชาชนผู้ขาย-ผู้ซื้อ (แล้วแต่ผู้ขายจะขอ) สำเนาทะเบียนบ้าน ใบอินวอยด์ หลักฐานของรถทุกอย่าง
ฝั่งคนขายต้องมีสำเนาเกี่ยวกับหลักฐานส่วนตัว ทะเบียนบ้านหรือถ้าเป็นร้านจำหน่ายให้เอาสำเนาการค้า หรือทะเบียนการค้าไว้ด้วยพร้อมเซ็นต์รับรองสำเนาทุกใบ รวมถึงใบสัญญาซื้อขาย เก็บไว้ประกอบหลักฐานคนละชุดและใบมอบอำนาจสำหรับเวลาโอน ถ้าไม่ใช่ชื่อคุณแต่ให้คนอื่นไปทำทะเบียนแทนให้แนบใบเอกสารให้พร้อมสำหรับเอาไปเสียภาษี สำคัญตรงใบอินวอยด์ต้องดูให้ครบ หลายคนซื้อรถมาหวังจะเอาไปทำทะเบียน แต่อินวอยด์ไม่ครบก็ไม่สามารถทำทะเบียนได้ ก็ต้องจอดทิ้งไว้ เพราะหากขับไปอาจถูกยืดได้ หรือต้องจำใจขายทิ้ง

ที่สำคัญอย่าหลงเชื่อคนขายให้มัดจำรถเพราะถ้ามีรถ แล้วก็ต้องมีใบอินวอยด์ด้วยพร้อมกับตัวรถ บางคันมีอินวอยด์เป็นสิบชุดต้องควรระวังไว้ และต้องไม่เป็นสำเนาด้วย ใบอินวอยด์นั้นประกอบด้วย
-เลขที่ทะเบียนคนนำเข้า
-โกดังหรือตู้คนเทรนเนอร์เลขที่เท่าไร วันที่เท่าไร
ซึ่งมีเต็มที่เกือบยี่สิบใบ เพื่อความแน่ใจควรติดต่อสอบถามกรมการขนส่งทางบก จะได้ใช้รถถูกกฎหมายและไม่ต้องขับแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพราะกลัวโดนสรรพกรมายึด
ในส่วนข้อกฎหมาย การนำเข้ายานพาหนะส่วนบุคคลแบบถาวรก็เป็นเรื่องยุ่งยากเช่นกัน รถยนต์นั่งใหม่ทุกประเภท ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนใช้งานต่างประเทศ สามารถนำเข้าได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์ และไม่จำกัดจำนวน ยกเว้นรถที่มีน้ำหนักไม่เกิน 3,500 กิโลกรัม ผู้นำเข้าต้องขอใบอนุญาตนำเข้าจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ (สมอ.) โทรศัพท์ 0-2202-3331

ส่วนรถยนต์นั่งใช้แล้ว ต้องขออนุญาตก่อนการนำเข้าจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โทร 0-2547-4804 และถ้ารถมีน้ำหนักไม่เกิน 3,500 กิโลกรัม ต้องขอใบอนุญาตนำเข้าจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ (สมอ.) ที่สำคัญคือ รถยนต์นั่งใช้แล้วจะต้องได้รับอนุญาตการนำเข้าจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ก่อนวันที่เรือขนส่งเข้าเทียบท่า

ช่างเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากมาย จนหลาย ๆ คน เลิกฝันที่จะมีรถญี่ปุ่นมือสองน่ารัก ๆ ไว้ขับใช้ไปมากมายแล้วล่ะ และเมื่อมันเป็นเรื่องยุ่งยากอย่างนี้ รถมือสองจากต่างประเทศโดยเฉพาะรถญี่ปุ่น จึงมักจะตัดหัว ตัดท้าย แล้วสำแดงว่าเป็นอะไหล่ จากนั้นจึงนำเข้ามาประกอบกับรถในไทย แต่ปัญหาคือไม่ผ่านภาษีและจะเป็นรถที่สวมทะเบียน หากถูกจับได้ถูกยึดอย่างเดียว จึงไม่แนะนำ ซึ่งหลาย ๆ คนอาจเคยเปลี่ยนทะเบียนเมื่อซื้อรถมือสองมาเพราะไม่ค่อยอยากใช้ทะเบียนเดิม อาจจะกลัวถูกตามหนี้ หรือาจหนีไม่ต้องการให้ญาติพี่น้องรู้ว่าใช้รถคันนี้ รวมถึงป้ายทะเบียนอาจดูไม่เป็นมงคลไม่ชอบ รวมถึงเหตุผลอื่น ๆ

วิธีการคือไปขอเลขทะเบียนใหม่ที่ชอบได้ จากนั้นก็ทำเรื่องสลับทะเบียน มีค่าธรรมเนียมพอสมควรแต่ไม่เกินพันบาท เป็นการทำที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ว่าคุณจะเสียเงินไปทำไมล่ะ เก็บเงินไปเติมน้ำมันหรือซื้อขนมให้ลูกไม่ดีกว่าหรือ ที่กล่าวมานั้นหมายถึงการเปลี่ยนทะเบียนจริง ๆ กับกรมการขนส่งทางบก แต่ป้ายทะเบียนไม่สวยแล้วมาเปลี่ยนแบบที่จะกล่าวต่อไปนี้ หาเรื่องเสียเงิน แถมผิดกฎหมายอีกต่างหาก  เช่น ซื้อกรอบป้ายทะเบียนแต่งตามคลับรถ หรือร้านประดับยนต์ ซึ่งป้ายทะเบียนพวกนี้เป็นป้ายทะเบียนยาว ป้ายทะเบียนกันน้ำ ป้ายทะเบียนเอียงไม่แนบติดตัวรถ ป้ายเหล่านี้ผิดกฎหมาย อาจโดนตำรวจโบกเรียกได้


            หลาย ๆ คนตัดสินใจซื้อรถมือสองมาใช้ แต่อย่าลืมว่านอกจากค่าดาวน์ ค่าผ่อนรถ ค่าทำสีรถ ยังมีค่าปรับที่คุณอาจจะต้องจ่ายหากทำผิดกฎจราจรที่คนทั่วไปทำผิดกันมาก โดยเฉพาะคนที่กำลังจะซื้อรถมือสองเป็นรถคันแรกในชีวิต ควรระวังไว้ ดังนี้

ความผิด บทมาตราและอัตราโทษ ตาม พรบ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 (แก้ไขเพิ่มเติมถึง พ.ศ. 2537) ที่คนทั่วไปมักจะทำผิด

- ใช้รถไม่จดทะเบียน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
- ใช้รถไม่เสียภาษีประจำปีภายในเขตกำหนด ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ใช้รถไม่แสดงเครื่องหมายเสียภาษี ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ใช้รถไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ใช้รถที่มีส่วนควบหรือเครื่องอุปกรณ์ไม่ครบถ้วน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- เปลี่ยนแปลงสีของรถผิดจากที่จดทะเบียนไว้ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- เปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งจองรถให้ผิดไปที่จากจดทะเบียน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ขับรถยนต์ที่มีไว้เพื่อขายหรือเพื่อซ่อม (รถป้ายแดง) ระหว่างพระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้น เวลากลางคืน) โดยไม่มีความจำเป็นและได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาตขับรถ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถที่จะแสดงได้ทันที (เว้นแต่ผู้ฝึกหัดขับรถ) ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
- ขับรถไม่มีสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถที่จะแสดงได้ทันที ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
- ยินยอมให้ผู้ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถ เข้าขับรถของตน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- รับจ้างรถบรรทุกคนโดยสาร โดยใช้รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ไม่เกิน 7 คน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
- ขับรถระหว่างถูกยึดใบอนุญาตขับรถ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ใช้เครื่องหมายที่นายทะเบียนออกให้สำหรับรถคันหนึ่งกับรถอีกคันหนึ่ง ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
- นำรถที่ไม่มั่นคงแข็งแรงอาจเกิดอันตรายหรือทำให้เสื่อมเสียสุขภาพอนามัย มาใช้ในทางเดินรถ ปรับขั้นต่ำ 200 บาท แต่ไม่เกิน 500 บาท
- นำรถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาใช้ในทางเดินรถ ปรับขั้นต่ำ 300 บาท แต่ไม่เกิน 1,000 บาท
- นำรถที่เครื่องยนต์ก่อให้เกิดก๊าซ ฝุ่นควัน ละอองเคมี เกินเกณฑ์ที่อธิบดีฯ กำหนมาใช้ในทางเดินรถ ปรับขั้นต่ำ 500 บาท แต่ไม่เกิน 1,000 บาท
- นำรถที่เครื่องยนต์ก่อให้เกิดเสียงเกินเกณฑ์ที่อธิบดีฯ กำหนด มาใช้ในทางเดินรถ ปรับขั้นต่ำ 500 บาท แต่ไม่เกิน 1,000 บาท
- ขับรถในทางไม่เปิดไฟ หรือใช้แสงสว่างในเวลาที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอที่จะมองเห็นคน รถ หรือสิ่งกีดขวางในทางได้โดยชัดแจ้งภายในระยะ 150 เมตร ปรับขั้นต่ำ 200 บาท แต่ไม่เกิน 1,000 บาท
- ใช้สัญญาณไฟวับวามผิดเงื่อนไขที่อธิบดีฯ กำหนด ปรับขั้นต่ำ 300 บาท แต่ไม่เกิน 500 บาท
- ขับรถบรรทุกของยื่นเกินความยาวของตัวรถในทางเดินรถ ไม่ติดธงสีแดงไว้ตอนปลายสุดให้มองเห็นได้ภายในระยะ 150 เมตร ปรับขั้นต่ำ 300 บาท แต่ไม่เกิน 1,000 บาท
- ขับรถบรรทุกวัตถุระเบิด หรือวัตถุอันตรายไม่จัดให้มีป้ายแสดงถึงวัตถุที่บรรทุก จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับขั้นต่ำ 300 บาท แต่ไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ขับรถไม่จัดให้มีสิ่งป้องกันมิให้คน สัตว์ หรือสิ่งของที่บรรทุกตกหล่น รั่วไหล ส่งกลิ่น ส่องแสงสะท้อน หรือปลิวไปจารถ อันอาจก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ ทำให้ทางสกปรกเปรอะเปื้อน ทำให้เสื่อมเสียสุขภาพอนามัยแก่ประชาชน หรือก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน ปรับขั้นต่ำ 200 บาท แต่ไมเกิน 500 บาท
- ขับรถไม่ปฎิบัติตามสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรที่ได้ติดตั้งไว้ หรือทำให้ปรากฏในทางหรือที่พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงให้ทราบ ปรับขั้นต่ำ 300 บาท แต่ไม่เกิน 1,000 บาท
- ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง ปรับขั้นต่ำ 300 บาท แต่ไม่เกิน 1,000 บาท
- ฝ่าฝืนคำสั่งข้อบังคับหรือระเบียบของเจ้าพนักงานจราจรซึ่งสั่งประกาศห้ามหยุดหรือจอด ปรับขั้นต่ำ 300 บาท แต่ไม่เกิน 1,000 บาท
ข้อกฏหมายที่คนซื้อรถมือสองต้องรู้

ข้อกฎหมายสำคัญ ที่ผู้ขับรถมือสองต้องรู้

rutchapong  |  at   21:28


            หลาย ๆ คนตัดสินใจซื้อรถมือสองมาใช้ แต่อย่าลืมว่านอกจากค่าดาวน์ ค่าผ่อนรถ ค่าทำสีรถ ยังมีค่าปรับที่คุณอาจจะต้องจ่ายหากทำผิดกฎจราจรที่คนทั่วไปทำผิดกันมาก โดยเฉพาะคนที่กำลังจะซื้อรถมือสองเป็นรถคันแรกในชีวิต ควรระวังไว้ ดังนี้

ความผิด บทมาตราและอัตราโทษ ตาม พรบ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 (แก้ไขเพิ่มเติมถึง พ.ศ. 2537) ที่คนทั่วไปมักจะทำผิด

- ใช้รถไม่จดทะเบียน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
- ใช้รถไม่เสียภาษีประจำปีภายในเขตกำหนด ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ใช้รถไม่แสดงเครื่องหมายเสียภาษี ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ใช้รถไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ใช้รถที่มีส่วนควบหรือเครื่องอุปกรณ์ไม่ครบถ้วน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- เปลี่ยนแปลงสีของรถผิดจากที่จดทะเบียนไว้ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- เปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งจองรถให้ผิดไปที่จากจดทะเบียน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ขับรถยนต์ที่มีไว้เพื่อขายหรือเพื่อซ่อม (รถป้ายแดง) ระหว่างพระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้น เวลากลางคืน) โดยไม่มีความจำเป็นและได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาตขับรถ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถที่จะแสดงได้ทันที (เว้นแต่ผู้ฝึกหัดขับรถ) ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
- ขับรถไม่มีสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถที่จะแสดงได้ทันที ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
- ยินยอมให้ผู้ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถ เข้าขับรถของตน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- รับจ้างรถบรรทุกคนโดยสาร โดยใช้รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ไม่เกิน 7 คน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
- ขับรถระหว่างถูกยึดใบอนุญาตขับรถ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ใช้เครื่องหมายที่นายทะเบียนออกให้สำหรับรถคันหนึ่งกับรถอีกคันหนึ่ง ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
- นำรถที่ไม่มั่นคงแข็งแรงอาจเกิดอันตรายหรือทำให้เสื่อมเสียสุขภาพอนามัย มาใช้ในทางเดินรถ ปรับขั้นต่ำ 200 บาท แต่ไม่เกิน 500 บาท
- นำรถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาใช้ในทางเดินรถ ปรับขั้นต่ำ 300 บาท แต่ไม่เกิน 1,000 บาท
- นำรถที่เครื่องยนต์ก่อให้เกิดก๊าซ ฝุ่นควัน ละอองเคมี เกินเกณฑ์ที่อธิบดีฯ กำหนมาใช้ในทางเดินรถ ปรับขั้นต่ำ 500 บาท แต่ไม่เกิน 1,000 บาท
- นำรถที่เครื่องยนต์ก่อให้เกิดเสียงเกินเกณฑ์ที่อธิบดีฯ กำหนด มาใช้ในทางเดินรถ ปรับขั้นต่ำ 500 บาท แต่ไม่เกิน 1,000 บาท
- ขับรถในทางไม่เปิดไฟ หรือใช้แสงสว่างในเวลาที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอที่จะมองเห็นคน รถ หรือสิ่งกีดขวางในทางได้โดยชัดแจ้งภายในระยะ 150 เมตร ปรับขั้นต่ำ 200 บาท แต่ไม่เกิน 1,000 บาท
- ใช้สัญญาณไฟวับวามผิดเงื่อนไขที่อธิบดีฯ กำหนด ปรับขั้นต่ำ 300 บาท แต่ไม่เกิน 500 บาท
- ขับรถบรรทุกของยื่นเกินความยาวของตัวรถในทางเดินรถ ไม่ติดธงสีแดงไว้ตอนปลายสุดให้มองเห็นได้ภายในระยะ 150 เมตร ปรับขั้นต่ำ 300 บาท แต่ไม่เกิน 1,000 บาท
- ขับรถบรรทุกวัตถุระเบิด หรือวัตถุอันตรายไม่จัดให้มีป้ายแสดงถึงวัตถุที่บรรทุก จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับขั้นต่ำ 300 บาท แต่ไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ขับรถไม่จัดให้มีสิ่งป้องกันมิให้คน สัตว์ หรือสิ่งของที่บรรทุกตกหล่น รั่วไหล ส่งกลิ่น ส่องแสงสะท้อน หรือปลิวไปจารถ อันอาจก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ ทำให้ทางสกปรกเปรอะเปื้อน ทำให้เสื่อมเสียสุขภาพอนามัยแก่ประชาชน หรือก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน ปรับขั้นต่ำ 200 บาท แต่ไมเกิน 500 บาท
- ขับรถไม่ปฎิบัติตามสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรที่ได้ติดตั้งไว้ หรือทำให้ปรากฏในทางหรือที่พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงให้ทราบ ปรับขั้นต่ำ 300 บาท แต่ไม่เกิน 1,000 บาท
- ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง ปรับขั้นต่ำ 300 บาท แต่ไม่เกิน 1,000 บาท
- ฝ่าฝืนคำสั่งข้อบังคับหรือระเบียบของเจ้าพนักงานจราจรซึ่งสั่งประกาศห้ามหยุดหรือจอด ปรับขั้นต่ำ 300 บาท แต่ไม่เกิน 1,000 บาท

บทความรถยนต์ที่น่าสนใจ