เคล็ดลับซื้อรถมือสอง รวมเทคนิคและวิธีการเลือกซื้อรถมือสอง คลิก!! More

บทความใหม่

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวรถยนต์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวรถยนต์ แสดงบทความทั้งหมด

สุดยอดกระบะสายพันธุ์อเมริกันแท้ เชฟโรเลต โคโลราโด ไฮคันทรี

เชฟโรเลต โคโลราโด ไฮคันทรี
สืบทอดความแข็งแกร่งของกระบะสายพันธุ์อเมริกันแท้ โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ดุดัน ที่เป็นมากกว่ารถกระบะธรรมดา...แข็งแกร่งและหรูหรา ครบครันด้วยเทคโนโลยีเต็มขั้นที่พร้อมลุยไปกับคุณ

สัมผัสประสบการณ์รถกระบะใหม่ สุดยอดขุมพลังและสมรรถนะสุดแกร่งที่มาพร้อมความหรูหราสไตล์รถซีดาน ด้วยห้องโดยสารที่เพียบพร้อม ด้วยความสะดวกสบายเต็มพิกัด พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่า โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตดุดันและ
สัญลักษณ์ไฮคันทรี กระบะ 4 ประตู 
สไตล์อเมริกันแท้...พาคุณทะยานสู่ทุกเป้าหมายอย่างมั่นใจ


ไฟหน้าแบบโปรเจ็คเตอร์
พร้อมกรอบโครเมียมรมดำแบบสปอร์ตดูโฉบเฉี่ยว ปรับระดับทิศทางของแสง ด้วยสวิตช์ปรับระดับสูง-ต่ำ เพิ่มวิสัยทัศน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
กระจังหน้าแบบ Dual Port-Grille
สีเทาเข้มดีไซน์สปอร์ตพร้อมกรอบโครเมียม เอกลักษณ์เฉพาะเชฟโรเลต พร้อมสัญลักษณ์โบว์ไทด์ และไฟตัดหมอกหน้า ช่วยเพิ่มความปลอดภัยแม้ในสภาพอากาศวิกฤต 
ล้ออัลลอย 18 นิ้วแบบ Two – Tone ใหม่
โดดเด่นด้วยการผสมผสานด้วยโทนสีเทาดำเข้มพร้อมขอบล้อแบบปัดเงา เพิ่มความหรูหรา
สปอร์ตบาร์สีเดียวกับตัวรถ พร้อมตราสัญลักษณ์ ไฮคันทรี
เพิ่มความบึกบึนดูน่าเกรงขามดูสะดุดตาในทุกมุมมอง 

พร้อมทุกเส้นทาง ลงตัวทุกการใช้งาน ด้วยสัมผัสหรูหรา พร้อมกับสมรรถนะแข็งแกร่งเต็มขั้น
ลุยอย่างมีระดับไปกับเบาะหนังแท้สีน้ำตาลใหม่ (Brown Stone) ที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า (เฉพาะเบาะนั่งด้านคนขับ) ปรับตำแหน่งได้อย่างนุ่มนวล ให้คุณเลือกระดับการนั่งได้อย่างใจ ทั้งหรูหรา และโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยคอนโซลดำเงา (Piano Black) และยังมีระบบเชื่อมต่อการสื่อสาร และความบันเทิง (MyLink) ที่ช่วยให้ทุกการเดินทาง เต็มไปด้วยความเพลิดเพลิน และสะดวกสบาย เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ ในทุกเส้นทางเพลิดเพลินกับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนทุกรุ่นอย่างง่ายดาย ใช้งานได้ราบรื่นทั้งการสื่อสารและความบันเทิง สะดวกเพียงปลายนิ้วสัมผัสผ่านหน้าจอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว หรือสั่งงานผ่านปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย


พวงมาลัย Multi-Function
สั่งการได้ง่ายดายโดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย ด้วยปุ่มควบคุมเครื่องเสียง ปุ่มควบคุมการรับและวางสายโทรศัพท์ และปุ่มควบคุมระบบครุยส์คอนโทรล
เบาะหนังสีน้ำตาล ใหม่ (Brown Stone)
โดดเด่น มีระดับไม่เหมือนใคร ให้ห้องโดยสารสไตล์สปอร์ต หรูหรายิ่งขึ้น
ระบบปรับที่นั่งไฟฟ้า
ปรับตำแหน่งการนั่งขับขี่ได้อย่างใจ เพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่แม้ต้องเดินทางไกล 
ระบบเนวิเกชั่น
ค้นหาทุกจุดหมายได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ใช้งานง่ายด้วยระบบหน้าจอสัมผัส
กล้องมองหลัง
ปลอดภัยด้วยกล้องมองหลังพร้อมเส้นช่วยกะระยะ (Dynamic Guideline) ช่วยให้ถอยหลังเข้าจอดได้อย่างง่ายดาย

ระบบเชื่อมต่อการสื่อสารและความบันเทิง/MyLink

  • เชื่อมต่อทุกจังหวะชีวิต ทั้ง AM, FM, AUX, USB และ Bluetooth
  • เชื่อมต่อทุกความบันเทิง เลือกดูหนังผ่าน USB หรือ AUX หรือเลือกดูภาพใน Gallery ได้แบบสไลด์โชว์ พร้อมระบบตัดสัญญาณภาพอัตโนมัติ เมื่อมีสายเรียกเข้า
  • เชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สายด้วย Bluetooth ค้นหาหมายเลขจาก Phonebook และใช้งานโทรศัพท์ได้อย่างง่ายดาย
  • เชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด เลือกฟังสถานีวิทยุออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน เพื่อฟังเพลงและอัพเดทข่าวสารจากทั่วโลก
  • ตั้งค่ารถยนต์ได้ตามต้องการ เช่นระบบเสียงเตือน ระบบส่องสว่าง และระบบ Auto Door Lock เป็นต้น

เครื่องยนต์ดูราแมกซ์ 2.8 Duramax Diesel ความจุ 2.8 ลิตร คอมมอนเรล 4 สูบ 16 วาล์ว 200 แรงม้า พร้อมเทอร์โบแปรผันและอินเตอร์คูลเลอร์ เหนือกว่าด้วยเซอร์โวมอเตอร์ที่ควบคุมโดยสมองกลอัจฉริยะ (Engine Control Module) ช่วยเพิ่มแรงบิดในรอบต่ำได้สูงสุดถึง 500 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที เรียกกำลังได้อย่างใจ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบโอเวอร์ไดรฟ์ 2 อัตราทด และระบบ Active Select ให้คุณควบคุมทุกเกียร์ได้อย่างแม่นยำ และยังประหยัด ยิ่งขึ้นด้วยระบบหัวฉีดไดเร็คอินเจคชัน ให้คุณพร้อมลุยไปในทุกเส้นทางได้มากขึ้น

ระบบ Active Safety
ห้องโดยสารนิรภัยแบบรถระดับพรีเมียม ปกป้องทุกคนในรถด้วยโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งตามมาตรฐานรถยนต์อเมริกัน ป้องกันการบิดตัวของตัวถังได้แบบไร้กังวล พร้อมเสริมความแข็งแรง ด้วยคานนิรภัยที่แผงประตู ช่วยดูดซับแรงกระแทกจากการชนด้านข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบ Passive Safety
ถุงลมนิรภัยคู่ SRS คู่หน้าและเข็มมขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ (Pretensioner & Load Limit) ลดความรุนแรงจากการชนด้านหน้าด้วย
พวงมาลัยนิรภัยที่ยุบตัวอัตโนมัติ
กระจกบังลมหน้านิรภัย 2 ชั้น ช่วยยึดเกาะเศษกระจกไม่ให้แตกเป็นเศษคม

ระบบช่วงล่าง (Suspension)
มั่นคง เกาะถนนดีเยี่ยม มั่นใจทุกการขับขี่ ด้วยช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแบบปีกนกสองชั้น และช่วงล่างด้านหลังแบบลิฟสปริงแป้นรูปครึ่งวงรี ทำจากวัสดุเหล็กกล้าพร้อมโช้กอัพแก๊สให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ และเกาะถนนเป็นเยี่ยมไว้ใจได้ทุกย่านความเร็ว ทั้งทางตรงและทางโค้งทั้งขณะบรรทุกและรถเปล่า ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน HDC (Hill Descent Control)
เพิ่มความปลอดภัยขณะขับรถลงทางลาดชัน โดยสั่งการเครื่องยนต์ให้ทำงานสัมพันธ์กับเบรกโดยอัตโนมัติ เพื่อรักษาระดับความเร็วให้คุณขับลงทางลาดชันได้อย่างมั่นใจ

ระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน HSA (Hill Start Assist)
ออกตัวบนทางลาดชันอย่างมั่นใจ ด้วยระบบช่วยหยุดรถไม่ให้ไหลลงจากทางลาดชัน เพื่อให้คุณปล่อยเท้าจากเบรกมาแตะคันเร่งได้โดยไม่เสียการควบคุม

ระบบเบรก (Braking System)
ที่สุดแห่งความปลอดภัย อีกขั้นของเทคโนโลยีระบบเบรกที่มั่นใจได้ ด้วยระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อก ช่วยควบคุมการทรงตัว เเม้เบรกกระทันหันบนทุกสภาพถนน

  • ABS (Anti-Lock Braking System)
  • ระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อค
  • EBD (Electronic Brake Force Distribution)ระบบกระจายแรงเบรก
  • TCS (Traction Control System)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีทั้งขณะออกตัวและในโค้ง
  • ESC (Electronic Stability Control)
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
  • PBA (Panic Brake Assist)
  • ระบบรองรับการเบรกกระทันหัน
  • CBC (Cornering Brake Control)
  • ระบบสร้างสมดุลขณะเบรกในโค้ง
  • HBA (Hydraulic Brake Assist)
  • ระบบช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรก
  • HBFA (Hydraulic Brake Fade Assist)
  • ระบบชดเชยแรงดันน้ำมันเบรก
ที่มา เชฟโรเลต

CHEROLET

สุดยอดกระบะสายพันธุ์อเมริกันแท้ เชฟโรเลต โคโลราโด ไฮคันทรี ดุดัน แข็งแกร่งกว่าที่เคย

rutchapong  |  at   23:39


สุดยอดกระบะสายพันธุ์อเมริกันแท้ เชฟโรเลต โคโลราโด ไฮคันทรี

เชฟโรเลต โคโลราโด ไฮคันทรี
สืบทอดความแข็งแกร่งของกระบะสายพันธุ์อเมริกันแท้ โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ดุดัน ที่เป็นมากกว่ารถกระบะธรรมดา...แข็งแกร่งและหรูหรา ครบครันด้วยเทคโนโลยีเต็มขั้นที่พร้อมลุยไปกับคุณ

สัมผัสประสบการณ์รถกระบะใหม่ สุดยอดขุมพลังและสมรรถนะสุดแกร่งที่มาพร้อมความหรูหราสไตล์รถซีดาน ด้วยห้องโดยสารที่เพียบพร้อม ด้วยความสะดวกสบายเต็มพิกัด พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่า โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตดุดันและ
สัญลักษณ์ไฮคันทรี กระบะ 4 ประตู 
สไตล์อเมริกันแท้...พาคุณทะยานสู่ทุกเป้าหมายอย่างมั่นใจ


ไฟหน้าแบบโปรเจ็คเตอร์
พร้อมกรอบโครเมียมรมดำแบบสปอร์ตดูโฉบเฉี่ยว ปรับระดับทิศทางของแสง ด้วยสวิตช์ปรับระดับสูง-ต่ำ เพิ่มวิสัยทัศน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
กระจังหน้าแบบ Dual Port-Grille
สีเทาเข้มดีไซน์สปอร์ตพร้อมกรอบโครเมียม เอกลักษณ์เฉพาะเชฟโรเลต พร้อมสัญลักษณ์โบว์ไทด์ และไฟตัดหมอกหน้า ช่วยเพิ่มความปลอดภัยแม้ในสภาพอากาศวิกฤต 
ล้ออัลลอย 18 นิ้วแบบ Two – Tone ใหม่
โดดเด่นด้วยการผสมผสานด้วยโทนสีเทาดำเข้มพร้อมขอบล้อแบบปัดเงา เพิ่มความหรูหรา
สปอร์ตบาร์สีเดียวกับตัวรถ พร้อมตราสัญลักษณ์ ไฮคันทรี
เพิ่มความบึกบึนดูน่าเกรงขามดูสะดุดตาในทุกมุมมอง 

พร้อมทุกเส้นทาง ลงตัวทุกการใช้งาน ด้วยสัมผัสหรูหรา พร้อมกับสมรรถนะแข็งแกร่งเต็มขั้น
ลุยอย่างมีระดับไปกับเบาะหนังแท้สีน้ำตาลใหม่ (Brown Stone) ที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า (เฉพาะเบาะนั่งด้านคนขับ) ปรับตำแหน่งได้อย่างนุ่มนวล ให้คุณเลือกระดับการนั่งได้อย่างใจ ทั้งหรูหรา และโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยคอนโซลดำเงา (Piano Black) และยังมีระบบเชื่อมต่อการสื่อสาร และความบันเทิง (MyLink) ที่ช่วยให้ทุกการเดินทาง เต็มไปด้วยความเพลิดเพลิน และสะดวกสบาย เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ ในทุกเส้นทางเพลิดเพลินกับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนทุกรุ่นอย่างง่ายดาย ใช้งานได้ราบรื่นทั้งการสื่อสารและความบันเทิง สะดวกเพียงปลายนิ้วสัมผัสผ่านหน้าจอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว หรือสั่งงานผ่านปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย


พวงมาลัย Multi-Function
สั่งการได้ง่ายดายโดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย ด้วยปุ่มควบคุมเครื่องเสียง ปุ่มควบคุมการรับและวางสายโทรศัพท์ และปุ่มควบคุมระบบครุยส์คอนโทรล
เบาะหนังสีน้ำตาล ใหม่ (Brown Stone)
โดดเด่น มีระดับไม่เหมือนใคร ให้ห้องโดยสารสไตล์สปอร์ต หรูหรายิ่งขึ้น
ระบบปรับที่นั่งไฟฟ้า
ปรับตำแหน่งการนั่งขับขี่ได้อย่างใจ เพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่แม้ต้องเดินทางไกล 
ระบบเนวิเกชั่น
ค้นหาทุกจุดหมายได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ใช้งานง่ายด้วยระบบหน้าจอสัมผัส
กล้องมองหลัง
ปลอดภัยด้วยกล้องมองหลังพร้อมเส้นช่วยกะระยะ (Dynamic Guideline) ช่วยให้ถอยหลังเข้าจอดได้อย่างง่ายดาย

ระบบเชื่อมต่อการสื่อสารและความบันเทิง/MyLink

  • เชื่อมต่อทุกจังหวะชีวิต ทั้ง AM, FM, AUX, USB และ Bluetooth
  • เชื่อมต่อทุกความบันเทิง เลือกดูหนังผ่าน USB หรือ AUX หรือเลือกดูภาพใน Gallery ได้แบบสไลด์โชว์ พร้อมระบบตัดสัญญาณภาพอัตโนมัติ เมื่อมีสายเรียกเข้า
  • เชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สายด้วย Bluetooth ค้นหาหมายเลขจาก Phonebook และใช้งานโทรศัพท์ได้อย่างง่ายดาย
  • เชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด เลือกฟังสถานีวิทยุออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน เพื่อฟังเพลงและอัพเดทข่าวสารจากทั่วโลก
  • ตั้งค่ารถยนต์ได้ตามต้องการ เช่นระบบเสียงเตือน ระบบส่องสว่าง และระบบ Auto Door Lock เป็นต้น

เครื่องยนต์ดูราแมกซ์ 2.8 Duramax Diesel ความจุ 2.8 ลิตร คอมมอนเรล 4 สูบ 16 วาล์ว 200 แรงม้า พร้อมเทอร์โบแปรผันและอินเตอร์คูลเลอร์ เหนือกว่าด้วยเซอร์โวมอเตอร์ที่ควบคุมโดยสมองกลอัจฉริยะ (Engine Control Module) ช่วยเพิ่มแรงบิดในรอบต่ำได้สูงสุดถึง 500 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที เรียกกำลังได้อย่างใจ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบโอเวอร์ไดรฟ์ 2 อัตราทด และระบบ Active Select ให้คุณควบคุมทุกเกียร์ได้อย่างแม่นยำ และยังประหยัด ยิ่งขึ้นด้วยระบบหัวฉีดไดเร็คอินเจคชัน ให้คุณพร้อมลุยไปในทุกเส้นทางได้มากขึ้น

ระบบ Active Safety
ห้องโดยสารนิรภัยแบบรถระดับพรีเมียม ปกป้องทุกคนในรถด้วยโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งตามมาตรฐานรถยนต์อเมริกัน ป้องกันการบิดตัวของตัวถังได้แบบไร้กังวล พร้อมเสริมความแข็งแรง ด้วยคานนิรภัยที่แผงประตู ช่วยดูดซับแรงกระแทกจากการชนด้านข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบ Passive Safety
ถุงลมนิรภัยคู่ SRS คู่หน้าและเข็มมขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ (Pretensioner & Load Limit) ลดความรุนแรงจากการชนด้านหน้าด้วย
พวงมาลัยนิรภัยที่ยุบตัวอัตโนมัติ
กระจกบังลมหน้านิรภัย 2 ชั้น ช่วยยึดเกาะเศษกระจกไม่ให้แตกเป็นเศษคม

ระบบช่วงล่าง (Suspension)
มั่นคง เกาะถนนดีเยี่ยม มั่นใจทุกการขับขี่ ด้วยช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแบบปีกนกสองชั้น และช่วงล่างด้านหลังแบบลิฟสปริงแป้นรูปครึ่งวงรี ทำจากวัสดุเหล็กกล้าพร้อมโช้กอัพแก๊สให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ และเกาะถนนเป็นเยี่ยมไว้ใจได้ทุกย่านความเร็ว ทั้งทางตรงและทางโค้งทั้งขณะบรรทุกและรถเปล่า ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน HDC (Hill Descent Control)
เพิ่มความปลอดภัยขณะขับรถลงทางลาดชัน โดยสั่งการเครื่องยนต์ให้ทำงานสัมพันธ์กับเบรกโดยอัตโนมัติ เพื่อรักษาระดับความเร็วให้คุณขับลงทางลาดชันได้อย่างมั่นใจ

ระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน HSA (Hill Start Assist)
ออกตัวบนทางลาดชันอย่างมั่นใจ ด้วยระบบช่วยหยุดรถไม่ให้ไหลลงจากทางลาดชัน เพื่อให้คุณปล่อยเท้าจากเบรกมาแตะคันเร่งได้โดยไม่เสียการควบคุม

ระบบเบรก (Braking System)
ที่สุดแห่งความปลอดภัย อีกขั้นของเทคโนโลยีระบบเบรกที่มั่นใจได้ ด้วยระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อก ช่วยควบคุมการทรงตัว เเม้เบรกกระทันหันบนทุกสภาพถนน

  • ABS (Anti-Lock Braking System)
  • ระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อค
  • EBD (Electronic Brake Force Distribution)ระบบกระจายแรงเบรก
  • TCS (Traction Control System)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีทั้งขณะออกตัวและในโค้ง
  • ESC (Electronic Stability Control)
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
  • PBA (Panic Brake Assist)
  • ระบบรองรับการเบรกกระทันหัน
  • CBC (Cornering Brake Control)
  • ระบบสร้างสมดุลขณะเบรกในโค้ง
  • HBA (Hydraulic Brake Assist)
  • ระบบช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรก
  • HBFA (Hydraulic Brake Fade Assist)
  • ระบบชดเชยแรงดันน้ำมันเบรก
ที่มา เชฟโรเลต

มหกรรม Fast Auto Show Thailand 2015 ยอดจองคึกคัก กระตุ้นตลาดรถยนต์ครึ่งปีหลัง

ปิดฉากไปแล้วอย่างงดงามกับมหกรรมแสดงและจำหน่ายรถยนต์ใหม่และรถยนต์ใหม่ใช้แล้ว Fast Auto Show Thailand 2015 ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “FAST เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่”     หลังประสบความสำเร็จมาต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน ตอบโจทย์ผู้บริโภคด้วยจุดแข็งซื้อรถในงานได้รับการประกันคุณภาพโดยกูรูรถยนต์ระดับแนวหน้าของเมืองไทย โดยงานนี้ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำทั้งป้ายแดงและรถยนต์ใช้แล้วจากศูนย์รถยนต์มือสองชั้นนำแฮปปี้กันถ้วนหน้า ด้วยยอดจองรถกว่า 2,780 คัน      มีผู้เข้าชมงานตลอด 5 วันทั้งสิ้น 230,000 คน ปีหน้าเตรียมจัดให้มีรถหลากหลายประเภทขึ้น

มหกรรม Fast Auto Show Thailand 2015

 นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานบริษัท คิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรม Fast Auto Show Thailand 2015” เปิดเผยว่า “มหกรรม Fast Auto Show Thailand 2015” ปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ถือว่าประสบความสำเร็จตามคาด มีผู้เข้าชมงานกว่า 230,000 คน ยอดจองรถใหม่ 1,900 คัน และยอดขายรถใช้แล้ว 880 คัน พูดได้เลยว่างานนี้เป็นแหล่งพบปะของผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่มีโอกาสมาพูดคุยและแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ซึ่งถือว่าได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย และเมื่อมองภาพรวมตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 แล้ว มหกรรม Fast Auto Show Thailand 2015 ถือเป็นงานแรกที่ทำให้ผู้ประกอบการรถยนต์และสถาบันการเงินเกิดการตื่นตัว และหันมาให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมรถยนต์มากขึ้น และที่สำคัญงานนี้ถือเป็นอีกแรงผลักดันหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

“แม้ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทยในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้จะลดลง 15% แต่ยอดขาย   ในงานถือว่าน่าพอใจเมื่อเทียบกับอัตราการลดลงของภาพรวมตลาด และในปีหน้าเราอาจจะเพิ่ม    ความหลากหลายของประเภทรถที่จะนำมาจัดแสดงในงานให้มากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการ       ให้ครอบคลุมทุกความต้องการยิ่งขึ้น อย่างเช่นในปีนี้เรามีรถจักรยานยนต์ใหญ่ ดูคาติ มาเข้าร่วม       จัดแสดงเป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งเชื่อว่าผู้ประกอบการและผู้บริโภคจะได้ประโยชน์จากงานนี้อีกเช่นเคย” นายพัฒนเดช กล่าว 

มหกรรม Fast Auto Show Thailand 2015

นายชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ฝ่ายรถใหม่  กล่าวว่า สืบเนื่องจากช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ที่ภาพรวมตลาดรถใหม่ยังคงมีอัตราเติบโตติดลบอยู่บ้าง เนื่องจากตลาดกำลังอยู่ในช่วงปรับสมดุลสู่ความต้องการที่แท้จริง มาถึงตอนนี้เราคาดว่าสถานการณ์จะปรับเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ เห็นได้จากค่ายรถยนต์หลายยี่ห้อมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมหกรรม Fast Auto Show Thailand 2015 ในปีนี้เราได้รับเกียรติจากค่ายซูซูกิที่นำรถยนต์ซีดานรุ่นใหม่เอี่ยม New Suzuki Ciaz มาเปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสสุดยอดยนตรกรรมใหม่นี้ก่อนใคร รวมถึงมีการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์จากอีกหลายค่ายในงาน อาทิ ยนตรกรรมจากปอร์เช่ ที่เป็นรถยนต์ไฮบริดซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นในตลาด ดังนั้นจึงพอสรุปได้ว่าตลาดรถยนต์ในครึ่งปีหลังจะมีแนวโน้มปรับตัวไปในทิศทางบวก เติบโตขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากหลายปัจจัย อาทิ นโยบายกระตุ้นรายจ่ายภาครัฐ และความคืบหน้าโครงการสำคัญๆ หลายโครงการ ภาคการส่งออกปรับตัวดีขึ้น การเปิดตัวรถยนต์ใหม่หลายรุ่น และอัตราภาษีใหม่ที่จะเริ่มบังคับใช้ในปีหน้า ซึ่งจะเป็นแรงหนุนที่ทำให้ตลาดปรับสมดุลเร็วขึ้น

สำหรับ “มหกรรม Fast Auto Show Thailand 2015” ในปีนี้มีค่ายรถยนต์ชั้นนำ 14 ราย      เข้าร่วมงาน พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นและแคมเปญพิเศษมากมาย ได้แก่ 1. ฮอนด้า 2. ฮุนได 3. อีซูซุ       4. มาสด้า 5. เอ็มจี 6. มิตซูบิชิ 7. นิสสัน 8. ปอร์เช 9. ซูซูกิ 10. โตโยต้า 11. ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เค้งหงษ์ทอง 12. ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ซูบารุ 13. ผู้นำเข้าอิสระ เทดดี้ ออโต้ เซลล์ และ 14. ผู้แทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ใหญ่ ดูคาติ

มหกรรม Fast Auto Show Thailand 2015

ด้าน นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงาน ฝ่ายรถใหม่ใช้แล้ว กล่าวว่า    ตลาดรถยนต์มือสองในขณะนี้ถือว่าเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสนใจเพราะมีตัวเลือกที่หลากหลายและราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายมากขึ้น อีกทั้งผู้บริโภคสะท้อนพฤติกรรมการเลือกใช้รถที่เหมาะสมกับปัจจัยทางเศรษฐกิจที่แท้จริงมากขึ้นด้วย สำหรับเทรนด์ความนิยมรถยนต์มือสองปีนี้นับว่าเป็นโอกาสทองของตลาดรถยนต์มือสองที่มีรถยนต์ให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มีการแข่งขันสูง ทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสได้เลือกรถยนต์ที่ตรงกับความต้องการได้ง่ายมากขึ้น 

“จากตัวเลขยอดขายรถยนต์ใหม่ใช้แล้วในงานปีนี้อยู่ที่ 880 คัน ถือว่ามียอดจำหน่ายดีมาก       ฟีดแบ็คดี ทั้งรถเล็กและรถใหญ่ รวมถึงรถหรูราคาหลักล้านขึ้น ซึ่งพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่มีกำลังซื้อสูง สถานะทางการเงินดี ตรงกับผลการสำรวจที่พบว่าประชากรที่อาศัยในทำเลฝั่งกรุงเทพตะวันออก       ซึ่งกำลังเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่มีกำลังซื้อสูงสุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคที่นิยมซื้อรถมือสองยังคงมีจำนวนมากพอสมควร ประกอบกับงานนี้ที่นอกจากจะมีข้อเสนอพิเศษและ โปรโมชั่นร้อนแรง    ที่ดึงดูดใจผู้บริโภคให้ตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น ยังมีความพิเศษตรงที่มีการรับประกันคุณภาพรถยนต์โดยกูรูรถยนต์ชื่อดังของเมืองไทยอย่างอาจารย์พัฒนเดชอีกด้วย จึงทำให้ยอดขายรถยนต์มือสองในปีนี้ประสบความสำเร็จเป็นไปตามที่คาดไว้ ซึ่งผู้ประกอบการทั้งหมดต่างยอมรับว่ายอดขายในปีนี้ประสบความสำเร็จเกินคาด และจะมาอีกแน่นอนในปีหน้า” นายอัษฎาวุธ กล่าวเพิ่มเติม 

งาน Fast Auto Show Thailand 2015 ได้รับความร่วมมือจากศูนย์รถยนต์มือสองรายใหญ่ จากทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้ง 6 ค่ายมาร่วมภายในงานประกอบด้วย โต ออโต้คาร์, วิสาร   ออโต้ คาร์, ศูนย์รถยนต์, 54 นิวัฒน์, โย รัชดา, DDS คาร์เซ็นเตอร์และเก่ง พระราม 9 ซึ่งผู้ประกอบการรถยนต์มือสองแต่ละราย ล้วนแต่มีประสบการณ์และความชำนาญมายาวนาน ดังนั้นจึงมั่นใจได้ในเรื่องของคุณภาพของรถยนต์ที่นำมาจำหน่าย ความหลากหลายของรถยนต์ที่นำมาจำหน่ายในงาน และการตรวจสอบคุณภาพ และผ่านการคัดเลือกโดยอาจารย์พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ทำให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์มือสองคุณภาพดีได้อย่างสบายใจและรวดเร็ว

ไปหน้าแรก  ข่าวสารรถยนต์


รถยนต์ใหม่

ปิดฉากอย่างสวยงามกับมหกรรม Fast Auto Show Thailand 2015 ยอดจองล้นทะลัก

rutchapong  |  at   18:17

มหกรรม Fast Auto Show Thailand 2015 ยอดจองคึกคัก กระตุ้นตลาดรถยนต์ครึ่งปีหลัง

ปิดฉากไปแล้วอย่างงดงามกับมหกรรมแสดงและจำหน่ายรถยนต์ใหม่และรถยนต์ใหม่ใช้แล้ว Fast Auto Show Thailand 2015 ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “FAST เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่”     หลังประสบความสำเร็จมาต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน ตอบโจทย์ผู้บริโภคด้วยจุดแข็งซื้อรถในงานได้รับการประกันคุณภาพโดยกูรูรถยนต์ระดับแนวหน้าของเมืองไทย โดยงานนี้ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำทั้งป้ายแดงและรถยนต์ใช้แล้วจากศูนย์รถยนต์มือสองชั้นนำแฮปปี้กันถ้วนหน้า ด้วยยอดจองรถกว่า 2,780 คัน      มีผู้เข้าชมงานตลอด 5 วันทั้งสิ้น 230,000 คน ปีหน้าเตรียมจัดให้มีรถหลากหลายประเภทขึ้น

มหกรรม Fast Auto Show Thailand 2015

 นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานบริษัท คิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรม Fast Auto Show Thailand 2015” เปิดเผยว่า “มหกรรม Fast Auto Show Thailand 2015” ปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ถือว่าประสบความสำเร็จตามคาด มีผู้เข้าชมงานกว่า 230,000 คน ยอดจองรถใหม่ 1,900 คัน และยอดขายรถใช้แล้ว 880 คัน พูดได้เลยว่างานนี้เป็นแหล่งพบปะของผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่มีโอกาสมาพูดคุยและแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ซึ่งถือว่าได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย และเมื่อมองภาพรวมตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 แล้ว มหกรรม Fast Auto Show Thailand 2015 ถือเป็นงานแรกที่ทำให้ผู้ประกอบการรถยนต์และสถาบันการเงินเกิดการตื่นตัว และหันมาให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมรถยนต์มากขึ้น และที่สำคัญงานนี้ถือเป็นอีกแรงผลักดันหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

“แม้ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทยในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้จะลดลง 15% แต่ยอดขาย   ในงานถือว่าน่าพอใจเมื่อเทียบกับอัตราการลดลงของภาพรวมตลาด และในปีหน้าเราอาจจะเพิ่ม    ความหลากหลายของประเภทรถที่จะนำมาจัดแสดงในงานให้มากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการ       ให้ครอบคลุมทุกความต้องการยิ่งขึ้น อย่างเช่นในปีนี้เรามีรถจักรยานยนต์ใหญ่ ดูคาติ มาเข้าร่วม       จัดแสดงเป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งเชื่อว่าผู้ประกอบการและผู้บริโภคจะได้ประโยชน์จากงานนี้อีกเช่นเคย” นายพัฒนเดช กล่าว 

มหกรรม Fast Auto Show Thailand 2015

นายชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ฝ่ายรถใหม่  กล่าวว่า สืบเนื่องจากช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ที่ภาพรวมตลาดรถใหม่ยังคงมีอัตราเติบโตติดลบอยู่บ้าง เนื่องจากตลาดกำลังอยู่ในช่วงปรับสมดุลสู่ความต้องการที่แท้จริง มาถึงตอนนี้เราคาดว่าสถานการณ์จะปรับเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ เห็นได้จากค่ายรถยนต์หลายยี่ห้อมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมหกรรม Fast Auto Show Thailand 2015 ในปีนี้เราได้รับเกียรติจากค่ายซูซูกิที่นำรถยนต์ซีดานรุ่นใหม่เอี่ยม New Suzuki Ciaz มาเปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสสุดยอดยนตรกรรมใหม่นี้ก่อนใคร รวมถึงมีการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์จากอีกหลายค่ายในงาน อาทิ ยนตรกรรมจากปอร์เช่ ที่เป็นรถยนต์ไฮบริดซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นในตลาด ดังนั้นจึงพอสรุปได้ว่าตลาดรถยนต์ในครึ่งปีหลังจะมีแนวโน้มปรับตัวไปในทิศทางบวก เติบโตขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากหลายปัจจัย อาทิ นโยบายกระตุ้นรายจ่ายภาครัฐ และความคืบหน้าโครงการสำคัญๆ หลายโครงการ ภาคการส่งออกปรับตัวดีขึ้น การเปิดตัวรถยนต์ใหม่หลายรุ่น และอัตราภาษีใหม่ที่จะเริ่มบังคับใช้ในปีหน้า ซึ่งจะเป็นแรงหนุนที่ทำให้ตลาดปรับสมดุลเร็วขึ้น

สำหรับ “มหกรรม Fast Auto Show Thailand 2015” ในปีนี้มีค่ายรถยนต์ชั้นนำ 14 ราย      เข้าร่วมงาน พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นและแคมเปญพิเศษมากมาย ได้แก่ 1. ฮอนด้า 2. ฮุนได 3. อีซูซุ       4. มาสด้า 5. เอ็มจี 6. มิตซูบิชิ 7. นิสสัน 8. ปอร์เช 9. ซูซูกิ 10. โตโยต้า 11. ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เค้งหงษ์ทอง 12. ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ซูบารุ 13. ผู้นำเข้าอิสระ เทดดี้ ออโต้ เซลล์ และ 14. ผู้แทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ใหญ่ ดูคาติ

มหกรรม Fast Auto Show Thailand 2015

ด้าน นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงาน ฝ่ายรถใหม่ใช้แล้ว กล่าวว่า    ตลาดรถยนต์มือสองในขณะนี้ถือว่าเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสนใจเพราะมีตัวเลือกที่หลากหลายและราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายมากขึ้น อีกทั้งผู้บริโภคสะท้อนพฤติกรรมการเลือกใช้รถที่เหมาะสมกับปัจจัยทางเศรษฐกิจที่แท้จริงมากขึ้นด้วย สำหรับเทรนด์ความนิยมรถยนต์มือสองปีนี้นับว่าเป็นโอกาสทองของตลาดรถยนต์มือสองที่มีรถยนต์ให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มีการแข่งขันสูง ทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสได้เลือกรถยนต์ที่ตรงกับความต้องการได้ง่ายมากขึ้น 

“จากตัวเลขยอดขายรถยนต์ใหม่ใช้แล้วในงานปีนี้อยู่ที่ 880 คัน ถือว่ามียอดจำหน่ายดีมาก       ฟีดแบ็คดี ทั้งรถเล็กและรถใหญ่ รวมถึงรถหรูราคาหลักล้านขึ้น ซึ่งพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่มีกำลังซื้อสูง สถานะทางการเงินดี ตรงกับผลการสำรวจที่พบว่าประชากรที่อาศัยในทำเลฝั่งกรุงเทพตะวันออก       ซึ่งกำลังเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่มีกำลังซื้อสูงสุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคที่นิยมซื้อรถมือสองยังคงมีจำนวนมากพอสมควร ประกอบกับงานนี้ที่นอกจากจะมีข้อเสนอพิเศษและ โปรโมชั่นร้อนแรง    ที่ดึงดูดใจผู้บริโภคให้ตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น ยังมีความพิเศษตรงที่มีการรับประกันคุณภาพรถยนต์โดยกูรูรถยนต์ชื่อดังของเมืองไทยอย่างอาจารย์พัฒนเดชอีกด้วย จึงทำให้ยอดขายรถยนต์มือสองในปีนี้ประสบความสำเร็จเป็นไปตามที่คาดไว้ ซึ่งผู้ประกอบการทั้งหมดต่างยอมรับว่ายอดขายในปีนี้ประสบความสำเร็จเกินคาด และจะมาอีกแน่นอนในปีหน้า” นายอัษฎาวุธ กล่าวเพิ่มเติม 

งาน Fast Auto Show Thailand 2015 ได้รับความร่วมมือจากศูนย์รถยนต์มือสองรายใหญ่ จากทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้ง 6 ค่ายมาร่วมภายในงานประกอบด้วย โต ออโต้คาร์, วิสาร   ออโต้ คาร์, ศูนย์รถยนต์, 54 นิวัฒน์, โย รัชดา, DDS คาร์เซ็นเตอร์และเก่ง พระราม 9 ซึ่งผู้ประกอบการรถยนต์มือสองแต่ละราย ล้วนแต่มีประสบการณ์และความชำนาญมายาวนาน ดังนั้นจึงมั่นใจได้ในเรื่องของคุณภาพของรถยนต์ที่นำมาจำหน่าย ความหลากหลายของรถยนต์ที่นำมาจำหน่ายในงาน และการตรวจสอบคุณภาพ และผ่านการคัดเลือกโดยอาจารย์พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ทำให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์มือสองคุณภาพดีได้อย่างสบายใจและรวดเร็ว

ไปหน้าแรก  ข่าวสารรถยนต์


รถยนต์ Supercar ที่เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของงาน Supercar & Import Car Show ครั้งที่ 5 ที่ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี ที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นคือเจ้า McLaren 650s Spider ซึ่งเป็นรถระดับซูเปอร์คาร์สัญชาติอังกฤษ โดยทางแม็คลาเรนได้เปิดตัวครั้งแรกที่งาน 2014 Geneva Motor Show ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา การออกแบบดีไซน์ใช้ต้นแบบมาจาก McLaren 12C และสุดยอดรถของแม็คลาเรนอย่าง McLaren P1 เป็นการผสมผสานการออกแบบเส้นสายได้อย่างลงตัว ตามหลักเส้นสายของแม็คลาเรนในปัจจุบัน ไม่เพียงแค่เรื่องรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยมดูเเล้วน่าหลงไหลเท่านั้น การออกแบบยังส่งผลให้ระบบแอร์โรไดนามิคดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 12C 

Supercar McLaren 650S


แม็คลาเรน 650 เอส รูปลักษณ์ด้านข้างและด้านหลังดูเเล้วเหมือนกับ McLaren 12C แต่พอเดินมาด้านหน้าเหมือนถอดแบบมาจาก McLaren P1 …หลายคนคงเกิดคำถามว่าเจ้า 650เอส คันนี้อาจจะเข้ามาทำตลาดแทน McLaren 12C หรือเปล่า ? เนื่องจากว่าพอดูสเปคและรูปลักษณ์แล้วเปลี่ยนเเปลงจาก 12C น้อยมาก

เริ่มตั้งแต่แชสซีใช้ยังคงใช้คาร์บอนไฟเบอร์ เครื่องยนต์วางกลางตามยาวตัวเดียวกันรหัส McLaren M838T แบบ V8 ขนาดความจุ 3.8 ลิตร เทอร์โบคู่  แต่สิ่งที่เหนือกว่า 12C รุ่นมารตฐานคือ สามารถรีดกำลังออกมาได้ 650 แรงม้า (478KW) 641HP ที่ 7,250 รอบ/นาที ส่วน แรงบิด 678 นิวตันเมตร(500 lb-ft) ที่ 6,000 รอบต่อนาที มาพร้อมกับระบบเกียร์ดูอัลคลัช 7 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง  ในรุ่นคูเป้มีน้ำหนัก 1,301 กิโลกรัม (2,868LB) [อัตราส่วนน้ำหนักต่อแรงม้าอยู่ที่ 2 กิโลกรัม/แรงม้า ซึ่งแน่นอนว่าอัตรส่วนนี้ดีกว่า McLaren 12C อย่างเห็นได้ชัด เพราะ 12C มีน้ำหนักที่มากกว่า (2,956LB) แต่มีเเรงม้าเพียง 625 แรงม้าเท่านั้น ทำให้อัตราเร่งดีกว่านั่นเอง]…มีความเร็วสูงสุดที่  333 กิโลเมตร/ชั่วโมง (207 ไมล์ต่อชั่วโมง) อัตราเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง (0-62 ไมล์ต่อชั่วโมง) ใน 3 วินาที  และจาก 0-200 กิโลเมตร/ชั่วโมง (0-124 ไมล์ต่อชั่วโมง) ใน 8.4 วินาที

เปรียบเทียบสเปค McLaren 650S กับ McLaren 12C ทุกรุ่น
650S / 12C / 650S Spider / 12C Spider …ทุกรุ่นใช้เครื่องยนต์ V8 ขนาด 3,799 ซีซี รหัส M838T เทคโนโลยีเทอร์โบคู่ รอบเครื่องยนต์สูงสุดที่ 8,500 รอบ/นาที เหมือนกัน

Supercar McLaren 650S


McLaren 650S
ความเร็วสูงสุด : 333KPH (207MPH)
อัตราเร่ง : 0-100KPH (62MPH) ใน 3.0 วินาที
อัตราเร่ง : 0-200KPH (124MPH) ใน 8.4 วินาที
แรงม้า : 650PS (478KW) 641HP @ 7,250RPM
แรงบิด :  678NM (500LB FT) @ 6,000RPM
อัตราการสิ้นเปลือง : 11.7 ลิตร/100KM
อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ : 275G/KM
น้ำหนักรถ : 1,301KG (2,868LB)

McLaren 12C
ความเร็วสูงสุด : 329KPH (204MPH)
อัตราเร่ง : 0-100KPH (62MPH) ใน 3.3 วินาที (3.1S WITH CORSA TYRES)
อัตราเร่ง : 0-200KPH (124MPH) ใน 9.2 วินาที (9.0S WITH CORSA TYRES)
แรงม้า : 625PS (460KW) 616HP @ 7,500RPM
แรงบิด :  600NM (443LB FT) @ 3,000-7,000RPM
อัตราการสิ้นเปลือง : 11.7L/100KM
อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ : 279G/KM
น้ำหนักรถ : 1,341KG (2,956LB)

McLaren 650S Spider
ความเร็วสูงสุด : 329KPH (204MPH)
อัตราเร่ง : 0-100KPH (62MPH) ใน 3.0 วินาที
อัตราเร่ง : 0-200KPH (124MPH) ใน 8.6 วินาที
แรงม้า : 650PS (478KW) 641HP @ 7,250RPM
แรงบิด :  678NM (500LB FT) @ 6,000RPM
อัตราการสิ้นเปลือง : 11.7L/100KM
อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ : 275G/KM
น้ำหนักรถ : 1,341KG (2,956LB)

McLaren 12C Spider
ความเร็วสูงสุด : 329KPH (204MPH)
อัตราเร่ง : 0-100KPH (62MPH) ใน 3.3S (3.1S WITH CORSA TYRES)
อัตราเร่ง :0-200KPH (124MPH) ใน 9.2S (9.0S WITH CORSA TYRES)
แรงม้า : 625PS (460KW) 616HP @ 7,500RPM
แรงบิด :  600NM (443LB FT) @ 3,000-7,000RPM
อัตราการสิ้นเปลือง : 11.7L/100KM
อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ : 279G/KM
น้ำหนักรถ : 1,341KG (2,956LB)

สรุปสิ่งที่เห็นได้ชัดของความแตกต่างระหว่าง McLaren 650S กับ McLaren 12C คือความเร็วสูงสุดที่เพิ่มมากขึ้น อัตราร่งจาก 0-100 และ 0-200 กิโลเมตรที่ดีขึ้น แรงม้าที่เพิ่มมากขึ้นเนื่องจากมีแรงบิดที่มากกว่าเดิม อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลง น้ำหนักรถที่เบาลง …ดังนั้น 650S เบากว่า แรงกว่า เร็วกว่า รักโลกมากกว่า 12C และราคาก็แรงกว่า

ราคา McLaren 650S และ McLaren 650S Spider ที่ บริษัท นิช คาร์ จำกัด ซึ่งทางนิชคาร์เป็นตัวแทนและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ McLaren อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 26 ล้านบาทสำหรับ  McLaren 650S.. ส่วน 27.5 ล้านบาท สำหรับ  McLaren 650S Spider

ไปหน้าแรก  ข่าวรถยนต์ใหม่


ที่มา www.thailandsupercars.com/mclaren-650s-spider-12c.html

รถ Super Car

สุดยอด Supercar McLaren 650S กับขุมกำลังที่เหนือกว่า

rutchapong  |  at   21:26

รถยนต์ Supercar ที่เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของงาน Supercar & Import Car Show ครั้งที่ 5 ที่ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี ที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นคือเจ้า McLaren 650s Spider ซึ่งเป็นรถระดับซูเปอร์คาร์สัญชาติอังกฤษ โดยทางแม็คลาเรนได้เปิดตัวครั้งแรกที่งาน 2014 Geneva Motor Show ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา การออกแบบดีไซน์ใช้ต้นแบบมาจาก McLaren 12C และสุดยอดรถของแม็คลาเรนอย่าง McLaren P1 เป็นการผสมผสานการออกแบบเส้นสายได้อย่างลงตัว ตามหลักเส้นสายของแม็คลาเรนในปัจจุบัน ไม่เพียงแค่เรื่องรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยมดูเเล้วน่าหลงไหลเท่านั้น การออกแบบยังส่งผลให้ระบบแอร์โรไดนามิคดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 12C 

Supercar McLaren 650S


แม็คลาเรน 650 เอส รูปลักษณ์ด้านข้างและด้านหลังดูเเล้วเหมือนกับ McLaren 12C แต่พอเดินมาด้านหน้าเหมือนถอดแบบมาจาก McLaren P1 …หลายคนคงเกิดคำถามว่าเจ้า 650เอส คันนี้อาจจะเข้ามาทำตลาดแทน McLaren 12C หรือเปล่า ? เนื่องจากว่าพอดูสเปคและรูปลักษณ์แล้วเปลี่ยนเเปลงจาก 12C น้อยมาก

เริ่มตั้งแต่แชสซีใช้ยังคงใช้คาร์บอนไฟเบอร์ เครื่องยนต์วางกลางตามยาวตัวเดียวกันรหัส McLaren M838T แบบ V8 ขนาดความจุ 3.8 ลิตร เทอร์โบคู่  แต่สิ่งที่เหนือกว่า 12C รุ่นมารตฐานคือ สามารถรีดกำลังออกมาได้ 650 แรงม้า (478KW) 641HP ที่ 7,250 รอบ/นาที ส่วน แรงบิด 678 นิวตันเมตร(500 lb-ft) ที่ 6,000 รอบต่อนาที มาพร้อมกับระบบเกียร์ดูอัลคลัช 7 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง  ในรุ่นคูเป้มีน้ำหนัก 1,301 กิโลกรัม (2,868LB) [อัตราส่วนน้ำหนักต่อแรงม้าอยู่ที่ 2 กิโลกรัม/แรงม้า ซึ่งแน่นอนว่าอัตรส่วนนี้ดีกว่า McLaren 12C อย่างเห็นได้ชัด เพราะ 12C มีน้ำหนักที่มากกว่า (2,956LB) แต่มีเเรงม้าเพียง 625 แรงม้าเท่านั้น ทำให้อัตราเร่งดีกว่านั่นเอง]…มีความเร็วสูงสุดที่  333 กิโลเมตร/ชั่วโมง (207 ไมล์ต่อชั่วโมง) อัตราเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง (0-62 ไมล์ต่อชั่วโมง) ใน 3 วินาที  และจาก 0-200 กิโลเมตร/ชั่วโมง (0-124 ไมล์ต่อชั่วโมง) ใน 8.4 วินาที

เปรียบเทียบสเปค McLaren 650S กับ McLaren 12C ทุกรุ่น
650S / 12C / 650S Spider / 12C Spider …ทุกรุ่นใช้เครื่องยนต์ V8 ขนาด 3,799 ซีซี รหัส M838T เทคโนโลยีเทอร์โบคู่ รอบเครื่องยนต์สูงสุดที่ 8,500 รอบ/นาที เหมือนกัน

Supercar McLaren 650S


McLaren 650S
ความเร็วสูงสุด : 333KPH (207MPH)
อัตราเร่ง : 0-100KPH (62MPH) ใน 3.0 วินาที
อัตราเร่ง : 0-200KPH (124MPH) ใน 8.4 วินาที
แรงม้า : 650PS (478KW) 641HP @ 7,250RPM
แรงบิด :  678NM (500LB FT) @ 6,000RPM
อัตราการสิ้นเปลือง : 11.7 ลิตร/100KM
อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ : 275G/KM
น้ำหนักรถ : 1,301KG (2,868LB)

McLaren 12C
ความเร็วสูงสุด : 329KPH (204MPH)
อัตราเร่ง : 0-100KPH (62MPH) ใน 3.3 วินาที (3.1S WITH CORSA TYRES)
อัตราเร่ง : 0-200KPH (124MPH) ใน 9.2 วินาที (9.0S WITH CORSA TYRES)
แรงม้า : 625PS (460KW) 616HP @ 7,500RPM
แรงบิด :  600NM (443LB FT) @ 3,000-7,000RPM
อัตราการสิ้นเปลือง : 11.7L/100KM
อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ : 279G/KM
น้ำหนักรถ : 1,341KG (2,956LB)

McLaren 650S Spider
ความเร็วสูงสุด : 329KPH (204MPH)
อัตราเร่ง : 0-100KPH (62MPH) ใน 3.0 วินาที
อัตราเร่ง : 0-200KPH (124MPH) ใน 8.6 วินาที
แรงม้า : 650PS (478KW) 641HP @ 7,250RPM
แรงบิด :  678NM (500LB FT) @ 6,000RPM
อัตราการสิ้นเปลือง : 11.7L/100KM
อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ : 275G/KM
น้ำหนักรถ : 1,341KG (2,956LB)

McLaren 12C Spider
ความเร็วสูงสุด : 329KPH (204MPH)
อัตราเร่ง : 0-100KPH (62MPH) ใน 3.3S (3.1S WITH CORSA TYRES)
อัตราเร่ง :0-200KPH (124MPH) ใน 9.2S (9.0S WITH CORSA TYRES)
แรงม้า : 625PS (460KW) 616HP @ 7,500RPM
แรงบิด :  600NM (443LB FT) @ 3,000-7,000RPM
อัตราการสิ้นเปลือง : 11.7L/100KM
อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ : 279G/KM
น้ำหนักรถ : 1,341KG (2,956LB)

สรุปสิ่งที่เห็นได้ชัดของความแตกต่างระหว่าง McLaren 650S กับ McLaren 12C คือความเร็วสูงสุดที่เพิ่มมากขึ้น อัตราร่งจาก 0-100 และ 0-200 กิโลเมตรที่ดีขึ้น แรงม้าที่เพิ่มมากขึ้นเนื่องจากมีแรงบิดที่มากกว่าเดิม อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลง น้ำหนักรถที่เบาลง …ดังนั้น 650S เบากว่า แรงกว่า เร็วกว่า รักโลกมากกว่า 12C และราคาก็แรงกว่า

ราคา McLaren 650S และ McLaren 650S Spider ที่ บริษัท นิช คาร์ จำกัด ซึ่งทางนิชคาร์เป็นตัวแทนและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ McLaren อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 26 ล้านบาทสำหรับ  McLaren 650S.. ส่วน 27.5 ล้านบาท สำหรับ  McLaren 650S Spider

ไปหน้าแรก  ข่าวรถยนต์ใหม่


ที่มา www.thailandsupercars.com/mclaren-650s-spider-12c.html


นิสสัน เอ็นพี 300 นาวารา ใหม่ นับเป็นรถกระบะพันธุ์แกร่งรุ่นที่ 12 ของนิสสัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสบการณ์ของนิสสันในด้านความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถือในการออกแบบรถกระบะสำหรับตลาดที่ผู้บริโภคมองหาผลิตภัณฑ์ที่เป็นเลิศ

นอกจากนี้ นิสสัน เอ็นพี 300 นาวารา ใหม่ มาพร้อมสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการประหยัดน้ำมัน อัตราเร่ง การควบคุมรถในการขับขี่ ทั้งยังมีโครงสร้างที่แข็งแกร่งทนทานยิ่งขึ้น และรูปลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัยแต่ยังคงความบึกบึน แข็งแกร่ง


การออกแบบของนิสสัน เอ็นพี 300 นาวารา ใหม่ โดดเด่นและมีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น ด้วยรูปทรงของไฟส่องสว่างตอนกลางวันแบบ LED ด้านหน้าที่มีลักษณะคล้ายบูมเมอแรง นอกจากนี้ คิ้วโครเมียมข้างตัวเรถและกระจกมองข้างแบบโครเมียมพร้อมไฟเลี้ยว ยังช่วยเสริมความโฉบเฉี่ยวให้กับตัวรถยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ เอ็นพี 300 นาวารา ยังมาพร้อม 2 สีใหม่ให้เลือก ได้แก่ สีส้มสะวันนาห์ และสีน้ำตาบ เอิร์ธ บรอนซ์ ซึ่งช่วยเน้นภาพลักษณ์ของความทรงพลังและทันสมัยอันเป็นเอกลักษณ์ของนิสสัน เอ็นพี 300 นาวารา
ระบบขับเคลื่อนของนิสสัน เอ็นพี 300 นาวารา ใหม่ ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันและการปล่อยมลพิษ พร้อมทั้งระบบควบคุมการทรงตัว และระบบเบรกที่เหนือระดับและเป็นผู้นำในตลาด ในส่วนของเครื่องยนต์ได้รับการพัฒนาเพื่อให้มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันและการปล่อยมลพิษที่ดีที่สุด ในรถระดับเดียวกัน แต่ยังคงไว้ซึ่งความทรงพลังและอัตราเร่งที่ดีเยี่ยม เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร DOHC แบบ 4 สูบแถวเรียงใหม่นี้ ให้กำลังสูงสุดที่ 190 แรงม้า และ 163 แรงม้าที่ 3600 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 450 นิวตัน-เมตร ที่ 2000 รอบ


เอ็นพี 300 นาวาราใหม่ มาพร้อม ระบบเกียร์ให้เลือก 2 แบบ คือ เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด สำหรับระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ช่วยประหยัดน้ำมันในช่วงความเร็วต่ำ แต่คงไว้ซึ่งอัตราเร่งที่ดีเยี่ยม พร้อมกับอัตราทดเกียร์ที่กว้างขึ้น เพื่อรองรับการขับขี่ในทุกความเร็ว และความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์ สำหรับระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ได้รับการพัฒนาให้ประหยัดน้ำมันในทุกช่วง พร้อมพัฒนาให้มีความนุ่มนวลยิ่งขึ้นเมื่อเปลี่ยนเกียร์

ไปหน้าแรก  ข่าวรถใหม่


Nissan NP300 Navara

เปิดตัว Nissan NP300 Navara รถกระบะเจเนอเรชั่นใหม่

rutchapong  |  at   22:17


นิสสัน เอ็นพี 300 นาวารา ใหม่ นับเป็นรถกระบะพันธุ์แกร่งรุ่นที่ 12 ของนิสสัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสบการณ์ของนิสสันในด้านความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถือในการออกแบบรถกระบะสำหรับตลาดที่ผู้บริโภคมองหาผลิตภัณฑ์ที่เป็นเลิศ

นอกจากนี้ นิสสัน เอ็นพี 300 นาวารา ใหม่ มาพร้อมสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการประหยัดน้ำมัน อัตราเร่ง การควบคุมรถในการขับขี่ ทั้งยังมีโครงสร้างที่แข็งแกร่งทนทานยิ่งขึ้น และรูปลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัยแต่ยังคงความบึกบึน แข็งแกร่ง


การออกแบบของนิสสัน เอ็นพี 300 นาวารา ใหม่ โดดเด่นและมีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น ด้วยรูปทรงของไฟส่องสว่างตอนกลางวันแบบ LED ด้านหน้าที่มีลักษณะคล้ายบูมเมอแรง นอกจากนี้ คิ้วโครเมียมข้างตัวเรถและกระจกมองข้างแบบโครเมียมพร้อมไฟเลี้ยว ยังช่วยเสริมความโฉบเฉี่ยวให้กับตัวรถยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ เอ็นพี 300 นาวารา ยังมาพร้อม 2 สีใหม่ให้เลือก ได้แก่ สีส้มสะวันนาห์ และสีน้ำตาบ เอิร์ธ บรอนซ์ ซึ่งช่วยเน้นภาพลักษณ์ของความทรงพลังและทันสมัยอันเป็นเอกลักษณ์ของนิสสัน เอ็นพี 300 นาวารา
ระบบขับเคลื่อนของนิสสัน เอ็นพี 300 นาวารา ใหม่ ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันและการปล่อยมลพิษ พร้อมทั้งระบบควบคุมการทรงตัว และระบบเบรกที่เหนือระดับและเป็นผู้นำในตลาด ในส่วนของเครื่องยนต์ได้รับการพัฒนาเพื่อให้มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันและการปล่อยมลพิษที่ดีที่สุด ในรถระดับเดียวกัน แต่ยังคงไว้ซึ่งความทรงพลังและอัตราเร่งที่ดีเยี่ยม เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร DOHC แบบ 4 สูบแถวเรียงใหม่นี้ ให้กำลังสูงสุดที่ 190 แรงม้า และ 163 แรงม้าที่ 3600 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 450 นิวตัน-เมตร ที่ 2000 รอบ


เอ็นพี 300 นาวาราใหม่ มาพร้อม ระบบเกียร์ให้เลือก 2 แบบ คือ เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด สำหรับระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ช่วยประหยัดน้ำมันในช่วงความเร็วต่ำ แต่คงไว้ซึ่งอัตราเร่งที่ดีเยี่ยม พร้อมกับอัตราทดเกียร์ที่กว้างขึ้น เพื่อรองรับการขับขี่ในทุกความเร็ว และความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์ สำหรับระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ได้รับการพัฒนาให้ประหยัดน้ำมันในทุกช่วง พร้อมพัฒนาให้มีความนุ่มนวลยิ่งขึ้นเมื่อเปลี่ยนเกียร์

ไปหน้าแรก  ข่าวรถใหม่



รถยนต์ Volkswagen นั้นมีแนวคิดที่จะจัดการนำเจ้า Passat เข้าสู่ตลาดทวีปอเมริกาเหนือภายในงานเปิดตัวอย่าง Detroit auto show ในอาทิตย์หน้าด้วยอัพเดทล่าสุดอย่าง “Passat Performance Concept” ซึ่งในปี 2012 มีบันทึกการขายด้วยจำนวนมากถึง 117,023 คันภายในประเทศ


แนวคิดนี้นั้นจะทำให้ข้างนอกตัวรถดูดีเป็นอย่างมากด้วย Concept การทำล้อแม็กซ์ขนาด 10 นิ้วแบบพิเศษ, พร้อมเซทอัพระบบท่อไอเสียแบบคู่, ไฟหน้าแบบ Bi-Xenon ที่มาพร้อมกับระบบ Front Lighting System (AFS) ช่วยเพิ่มความสว่างปิดท้ายด้วยไฟ LED ที่ไฟท้ายและฝาครอบกระจกที่ทำจาก carbon

และบางส่วนทีเผยออกไปนั่นคือสั่งที่ทาง VW นั้นยอมรับที่จะเปิดเผยแก่เรา แต่ที่เพิ่มมานั้นเป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้เครื่องยนต์ที่คุณนั้นจะพบกับเครื่องยนต์ EA888 ของโฟล์คสวาเกนรุ่นใหม่ขนาด 1.8 ลิตรแบบ turbocharged ขนาด 4 สูบที่ให้กำลัง 247 แรงม้าและใช้ระบบเกียร์แบบอัตโนมัติ 6 สปีด

ในส่วนของด้านช่วงล่างของตัวรถที่เป็นแบบสปอร์ตนั้นจะมาพร้อมกับระบบพวงมาลัยกลไฟฟ้าเพื่อเพิ่มการจัดการที่สมบูรณ์แบบและช่วยอัพเกรดประสิทธิภาพของเจ้ารถ Passat การตกแต่งภายในนั้นแม้เราไม่ได้เห็นมัน แต่จากการศึกษาองค์ประกอบจะพบว่าทาง VW จะใช้วัสดุภายในเป็นแบบคาร์บอนเหมือนผิวสัมผัสบนแผงหน้าปัด ด้วยการจับคู่คาร์บอนสไตล์สองสีบริเวณเบาะนั่งแบบหนังและด้านข้างของตัวรถ
VOLKSWAGEN

Volkswagen พร้อมเปิดตัว “Passat” ในงาน Detroit Show ด้วยกำลังเครื่องยนต์ 247 แรงม้า

rutchapong  |  at   07:42


รถยนต์ Volkswagen นั้นมีแนวคิดที่จะจัดการนำเจ้า Passat เข้าสู่ตลาดทวีปอเมริกาเหนือภายในงานเปิดตัวอย่าง Detroit auto show ในอาทิตย์หน้าด้วยอัพเดทล่าสุดอย่าง “Passat Performance Concept” ซึ่งในปี 2012 มีบันทึกการขายด้วยจำนวนมากถึง 117,023 คันภายในประเทศ


แนวคิดนี้นั้นจะทำให้ข้างนอกตัวรถดูดีเป็นอย่างมากด้วย Concept การทำล้อแม็กซ์ขนาด 10 นิ้วแบบพิเศษ, พร้อมเซทอัพระบบท่อไอเสียแบบคู่, ไฟหน้าแบบ Bi-Xenon ที่มาพร้อมกับระบบ Front Lighting System (AFS) ช่วยเพิ่มความสว่างปิดท้ายด้วยไฟ LED ที่ไฟท้ายและฝาครอบกระจกที่ทำจาก carbon

และบางส่วนทีเผยออกไปนั่นคือสั่งที่ทาง VW นั้นยอมรับที่จะเปิดเผยแก่เรา แต่ที่เพิ่มมานั้นเป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้เครื่องยนต์ที่คุณนั้นจะพบกับเครื่องยนต์ EA888 ของโฟล์คสวาเกนรุ่นใหม่ขนาด 1.8 ลิตรแบบ turbocharged ขนาด 4 สูบที่ให้กำลัง 247 แรงม้าและใช้ระบบเกียร์แบบอัตโนมัติ 6 สปีด

ในส่วนของด้านช่วงล่างของตัวรถที่เป็นแบบสปอร์ตนั้นจะมาพร้อมกับระบบพวงมาลัยกลไฟฟ้าเพื่อเพิ่มการจัดการที่สมบูรณ์แบบและช่วยอัพเกรดประสิทธิภาพของเจ้ารถ Passat การตกแต่งภายในนั้นแม้เราไม่ได้เห็นมัน แต่จากการศึกษาองค์ประกอบจะพบว่าทาง VW จะใช้วัสดุภายในเป็นแบบคาร์บอนเหมือนผิวสัมผัสบนแผงหน้าปัด ด้วยการจับคู่คาร์บอนสไตล์สองสีบริเวณเบาะนั่งแบบหนังและด้านข้างของตัวรถ


นับเป็นรถยนต์แบบ sports coupe ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว และคุณจะไม่ต้องแปลกใจที่ได้รู้ว่าในสัปดาห์นี้งานอย่าง Tokyo Auto Salon 2013 นั้นรถทุกคันจะถูกกลบด้วยรัศมีของเจ้า Toyota 86(Scion FR-S ใน North America) อย่างแน่นอน


ในส่วนของตัวอุปกรณ์เสริมของ Toyota’s แบบดั้งเดิมนั้นได้ทำงานเป็นวิสัยทัศน์ของตัวเองในรุ่นที่กำหนดอย่าง “coupe dubbed 86xStyle Cb” นั้นมีการผสมองค์ประกอบของการออกแบบแบบคลาสสิกและทันสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

สำหรับในส่วนที่มีการเปลี่ยนมากที่สุดคือการการเปลี่ยนแปลงการออกแบบบริเวณด้านหน้าของตัวรถที่ได้ออกแบบส่วนจมูกใหม่สำหรับเจ้า 86 คันนี้ และในส่วนท้ายของตัวรถนั้นจะมีการออกแบบไฟท้ายใหม่และนำสปอยเลอร์แบบ Lip มาใช้ รวมไปถึงเปลี่ยนกันชนและท่อไอเสียแบบใหม่

ปิดท้ายการออกแบบภายนอกด้วยการเพ้นท์สีสองรูปแบบและล้อแม็กซ์ของ BBS ขนาด 18 นิ้วที่ใช้ยางขนาด 215/45 ทางด้านหน้าและ 225/45 ทางด้านหลังตามลำดับ และในส่วนของห้องโดยสารนั้นถูกตกแต่งด้วยการใช้สีน้ำตาลเข้ม รวมไปถึงหนังแบบสีสะอาดตาที่เข้ามาตกแต่งในส่วนของแดชบอร์ดใหม่และส่วนพิเศษอื่นๆ
TOYOTA

Toyota ออกรถโฉมใหม่ “86xStyle Cb Concept” สปอร์ตซีดานสุดหรู

rutchapong  |  at   07:32


นับเป็นรถยนต์แบบ sports coupe ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว และคุณจะไม่ต้องแปลกใจที่ได้รู้ว่าในสัปดาห์นี้งานอย่าง Tokyo Auto Salon 2013 นั้นรถทุกคันจะถูกกลบด้วยรัศมีของเจ้า Toyota 86(Scion FR-S ใน North America) อย่างแน่นอน


ในส่วนของตัวอุปกรณ์เสริมของ Toyota’s แบบดั้งเดิมนั้นได้ทำงานเป็นวิสัยทัศน์ของตัวเองในรุ่นที่กำหนดอย่าง “coupe dubbed 86xStyle Cb” นั้นมีการผสมองค์ประกอบของการออกแบบแบบคลาสสิกและทันสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

สำหรับในส่วนที่มีการเปลี่ยนมากที่สุดคือการการเปลี่ยนแปลงการออกแบบบริเวณด้านหน้าของตัวรถที่ได้ออกแบบส่วนจมูกใหม่สำหรับเจ้า 86 คันนี้ และในส่วนท้ายของตัวรถนั้นจะมีการออกแบบไฟท้ายใหม่และนำสปอยเลอร์แบบ Lip มาใช้ รวมไปถึงเปลี่ยนกันชนและท่อไอเสียแบบใหม่

ปิดท้ายการออกแบบภายนอกด้วยการเพ้นท์สีสองรูปแบบและล้อแม็กซ์ของ BBS ขนาด 18 นิ้วที่ใช้ยางขนาด 215/45 ทางด้านหน้าและ 225/45 ทางด้านหลังตามลำดับ และในส่วนของห้องโดยสารนั้นถูกตกแต่งด้วยการใช้สีน้ำตาลเข้ม รวมไปถึงหนังแบบสีสะอาดตาที่เข้ามาตกแต่งในส่วนของแดชบอร์ดใหม่และส่วนพิเศษอื่นๆ


ถือเป็นระยะเวลาประมาณ 2 เดือนแล้วหลังจากงานแสดงรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่งานหนึ่งของปี 2012 อย่าง LA Auto Show ที่จบลงไปเมื่อปีที่แล้ว และล่าสุดนั้นทาง 2013 (2014 ในโฉม North America) Nissan GT-R นั้นก็ได้เข้าไปจัดจำหน่ายในยุโรปแล้ว 


ซึ่งดู ๆ แล้วมันอาจจะดูไม่แตกต่างกันกับแบบจำลองมากนัก แต่ภายใต้ฝากระโปรงนั้นก็มีเครื่องยนต์ขนาด 3.8 ลิตรแบบ V6 ซ่อนอยู่ ด้วยกำลังแรงม้า 545 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 627 Nm ปิดท้ายด้วยวาล์วสำหรับบายพาสเทอร์โบชาร์จเจอร์

ในส่วนของตัวถังรถนั้นก็ได้รับการเสริมความแกร่ง รวมไปถึงบริเวณแผงหน้าปัดที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งรวมไปถึงสปริงและบาร์ด้านหน้าที่ได้รับบการปรับปรุงเพื่อให้เสถียรภาพที่ดีขึ้นที่ความเร็วสูงและช่วงล่างที่ทำให้ได้รับความปลอดภัยมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเหล่านี้นั้นจะได้รับการดำเนินการหลังจากที่ Nissan’s Team GT-R ซึ่งดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะนั้นทำการทดสอบเจ้า GT-R ในสนามทดสอบรถ Nürburgring ชื่อดังเป็นเวลา 24 ชม. เพื่อศึกษาข้อมูลและเก็บข้อมูลต่างๆของตัวรถให้ได้มากที่สุด

ซึ่งผลดังกล่าวนั้นสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 (0-62 mph) ได้เวลาน้อยกว่ารุ่นเก่าอยู่ 0.1 วินาทีเหลือเพียงแค่ 2.7 วินาทีและ 2013 GT-R ยังทำเวลาในการวิ่งที่ Nordschleife ได้ภายในเวลา 7:18.6 นาที ซึ่งน้อยกว่ารถรุ่นเก่าของมันที่ทำได้ 7:21.0 นาที
Nissan GT-R

แรงกว่าเดิม! Nissan ทดสอบรถโฉมใหม่ “2013 GT-R” โฉมยุโรปทำเวลาเยี่ยม

rutchapong  |  at   07:29


ถือเป็นระยะเวลาประมาณ 2 เดือนแล้วหลังจากงานแสดงรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่งานหนึ่งของปี 2012 อย่าง LA Auto Show ที่จบลงไปเมื่อปีที่แล้ว และล่าสุดนั้นทาง 2013 (2014 ในโฉม North America) Nissan GT-R นั้นก็ได้เข้าไปจัดจำหน่ายในยุโรปแล้ว 


ซึ่งดู ๆ แล้วมันอาจจะดูไม่แตกต่างกันกับแบบจำลองมากนัก แต่ภายใต้ฝากระโปรงนั้นก็มีเครื่องยนต์ขนาด 3.8 ลิตรแบบ V6 ซ่อนอยู่ ด้วยกำลังแรงม้า 545 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 627 Nm ปิดท้ายด้วยวาล์วสำหรับบายพาสเทอร์โบชาร์จเจอร์

ในส่วนของตัวถังรถนั้นก็ได้รับการเสริมความแกร่ง รวมไปถึงบริเวณแผงหน้าปัดที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งรวมไปถึงสปริงและบาร์ด้านหน้าที่ได้รับบการปรับปรุงเพื่อให้เสถียรภาพที่ดีขึ้นที่ความเร็วสูงและช่วงล่างที่ทำให้ได้รับความปลอดภัยมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเหล่านี้นั้นจะได้รับการดำเนินการหลังจากที่ Nissan’s Team GT-R ซึ่งดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะนั้นทำการทดสอบเจ้า GT-R ในสนามทดสอบรถ Nürburgring ชื่อดังเป็นเวลา 24 ชม. เพื่อศึกษาข้อมูลและเก็บข้อมูลต่างๆของตัวรถให้ได้มากที่สุด

ซึ่งผลดังกล่าวนั้นสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 (0-62 mph) ได้เวลาน้อยกว่ารุ่นเก่าอยู่ 0.1 วินาทีเหลือเพียงแค่ 2.7 วินาทีและ 2013 GT-R ยังทำเวลาในการวิ่งที่ Nordschleife ได้ภายในเวลา 7:18.6 นาที ซึ่งน้อยกว่ารถรุ่นเก่าของมันที่ทำได้ 7:21.0 นาที


Toyota Altis E85 โตโยต้าเปิดตัวรถยนต์ โตโยต้า อัลติส ใหม่ สำหรับรุ่นปีล่าสุดโดยมีการติดตั้งเครื่องยนต์ที่สามารถรองรับพลังงานทาง เลือก E85 ให้กับรุ่น 1.8 ลิตร พร้อมทั้งปรับราคาลดลง ตามอัตราภาษีรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแก๊ซโซฮอล E85 Toyota Altis 2013 รุ่นปรับปรุงใหม่ 7 Wonder Speed พร้อม E85 เร้าใจ เต็มสมรรถนะกับCorolla Altis ใหม่ พร้อมดึง อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ซุปเปอร์สตาร์สาวมาเป็นพรีเซนเตอร์ ประกบคู่กับ โฬม พัชฏะ นามปาน ซึ่ง Toyota ให้เหตุผลในการดึง อั้ม พัชราภา มาเป็นพรีเซนเตอร์ Corolla Altis E85ใหม่ เพราะอั้ม เป็นดาราที่มีชื่อเสียงอย่างยาวนานเหมือนกับรถตระกูล Corolla ที่ได้รับความนิยมอย่างยาวนานเช่นกัน 


2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85

Toyota Altis ใหม่ สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล E85 ในรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร โดยได้มีการปรับเปลี่ยนวัสดุและชนิดสารเคลือบของอุปกรณ์ต่างๆ อาทิเช่น แหวนลูกสูบและลูกสูบ ท่อส่งน้ำมันเข้าหัวฉีดวาล์วและบ่าวาล์วของทั้งไอดีและไอเสีย หัวเทียน รวมทั้ง PCV วาล์ว เพื่อให้สามารถรองรับการใช้น้ำมัน แก๊สโซฮอล E85 ได้อย่างมั่นใจตามมาตรฐานจากโรงงานของ Toyota พร้อมกับได้รับสิทธิประโยชน์จากอัตราภาษีรถยนต์ที่ลดลง 

ราคา Toyota Altis รุ่น 2.0 V Navi ราคา 1,199,000 บาท

ราคา Toyota Altis รุ่น 2.0 V A/T ราคา 1,064,000 บาท

ราคา Toyota Altis รุ่น 2.0 G A/T ราคา 979,000 บาท

ราคา Toyota Altis รุ่น 1.8 G Navi (รุ่นเพิ่มเติม) ราคา 949,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.8 G A/T ราคา 899,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.8 E A/T ราคา 829,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.6 E CNG A/T ราคา 859,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.6 G A/T ราคา 819,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.6 J M/T ราคา 751,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น CNG M/T (Color) ราคา 756,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น CNG M/T ราคา 744,000 บาท


2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85

รูปลักษณ์ภายนอก
Toyota Altis E85 ตอบรับทุกความต้องการด้วยเทคโนโลยีจากโตโยต้า ที่พัฒนาเครื่องยนต์และอุปกรณ์รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างหลากหลาย (Flex Fuel) ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอลระหว่างร้อยละ 0-85 อาทิ แก๊สโซฮอล์ประเภท E10 E20 E85 หรือน้ำมันเบนซินทั่วไป (EO)ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอน้ำมันหมดถัง ก็สามารถเติมน้ำมันเหล่านี้ผสมกันเป็นสัดส่วนใดๆ ก็ได้อีกด้วย


2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85

รูปลักษณ์ภายใน
Toyota Altis E85 ใหม่ ห้องโดยสารกว้างขวาง ตกแต่งทันสมัย ดีไซน์สปอร์ตใหม่กว่า ด้วยเบาะหนังสีดำตอบรับสไตล์ที่เร้าใจยิ่งขึ้น

ที่มา www.thaicarnews.com
Toyota Altis E85

2013 Toyota Altis E85 ราคาโตโยต้าอัลติสใหม่

rutchapong  |  at   00:33


Toyota Altis E85 โตโยต้าเปิดตัวรถยนต์ โตโยต้า อัลติส ใหม่ สำหรับรุ่นปีล่าสุดโดยมีการติดตั้งเครื่องยนต์ที่สามารถรองรับพลังงานทาง เลือก E85 ให้กับรุ่น 1.8 ลิตร พร้อมทั้งปรับราคาลดลง ตามอัตราภาษีรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแก๊ซโซฮอล E85 Toyota Altis 2013 รุ่นปรับปรุงใหม่ 7 Wonder Speed พร้อม E85 เร้าใจ เต็มสมรรถนะกับCorolla Altis ใหม่ พร้อมดึง อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ซุปเปอร์สตาร์สาวมาเป็นพรีเซนเตอร์ ประกบคู่กับ โฬม พัชฏะ นามปาน ซึ่ง Toyota ให้เหตุผลในการดึง อั้ม พัชราภา มาเป็นพรีเซนเตอร์ Corolla Altis E85ใหม่ เพราะอั้ม เป็นดาราที่มีชื่อเสียงอย่างยาวนานเหมือนกับรถตระกูล Corolla ที่ได้รับความนิยมอย่างยาวนานเช่นกัน 


2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85

Toyota Altis ใหม่ สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล E85 ในรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร โดยได้มีการปรับเปลี่ยนวัสดุและชนิดสารเคลือบของอุปกรณ์ต่างๆ อาทิเช่น แหวนลูกสูบและลูกสูบ ท่อส่งน้ำมันเข้าหัวฉีดวาล์วและบ่าวาล์วของทั้งไอดีและไอเสีย หัวเทียน รวมทั้ง PCV วาล์ว เพื่อให้สามารถรองรับการใช้น้ำมัน แก๊สโซฮอล E85 ได้อย่างมั่นใจตามมาตรฐานจากโรงงานของ Toyota พร้อมกับได้รับสิทธิประโยชน์จากอัตราภาษีรถยนต์ที่ลดลง 

ราคา Toyota Altis รุ่น 2.0 V Navi ราคา 1,199,000 บาท

ราคา Toyota Altis รุ่น 2.0 V A/T ราคา 1,064,000 บาท

ราคา Toyota Altis รุ่น 2.0 G A/T ราคา 979,000 บาท

ราคา Toyota Altis รุ่น 1.8 G Navi (รุ่นเพิ่มเติม) ราคา 949,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.8 G A/T ราคา 899,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.8 E A/T ราคา 829,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.6 E CNG A/T ราคา 859,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.6 G A/T ราคา 819,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.6 J M/T ราคา 751,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น CNG M/T (Color) ราคา 756,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น CNG M/T ราคา 744,000 บาท


2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85

รูปลักษณ์ภายนอก
Toyota Altis E85 ตอบรับทุกความต้องการด้วยเทคโนโลยีจากโตโยต้า ที่พัฒนาเครื่องยนต์และอุปกรณ์รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างหลากหลาย (Flex Fuel) ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอลระหว่างร้อยละ 0-85 อาทิ แก๊สโซฮอล์ประเภท E10 E20 E85 หรือน้ำมันเบนซินทั่วไป (EO)ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอน้ำมันหมดถัง ก็สามารถเติมน้ำมันเหล่านี้ผสมกันเป็นสัดส่วนใดๆ ก็ได้อีกด้วย


2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85

รูปลักษณ์ภายใน
Toyota Altis E85 ใหม่ ห้องโดยสารกว้างขวาง ตกแต่งทันสมัย ดีไซน์สปอร์ตใหม่กว่า ด้วยเบาะหนังสีดำตอบรับสไตล์ที่เร้าใจยิ่งขึ้น

ที่มา www.thaicarnews.com


ประเทศอเมริกา ถือเป็นอีกตลาดรถยนต์ใหญ่ ในโลก ที่ค่ายรถยนต์ทั้งหลายต่างหมายมั่นปั้นมือในการที่จะทำให้รถยนต์ของตัวเองติดตลาดในปีนี้ ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมา ในอเมริกา ก็มีความเข้มงวดมากขึ้น ในการเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยของตัวรถ รวมถึงเรื่องราวของการประหยัดน้ำมันที่ดีมากยิ่งขึ้น ด้วย ซึ่งทำให้ค่ายรถยนต์หลายเจ้าลำบากไปตามๆกัน และในปีที่ผ่านมา เราลองมาดูสิว่า ค่ายไหน มีรถที่ถูกใจนำมา ซึ่งยอดขายมากที่สุดในรอบปี
อันดับที่ 10  Ford Escape

                ส่อแววว่าไทยจะปิ๋วสำหรับรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลางรุ่นใหม่ หลังมีแนวโน้มที่ค่าย ford  จะเน้นรถยนต์คอมแพ็คอเนกประสงค์ลงตลาดมากกว่า ในปีนี้ แต่ที่บ้านเกิดเมืองนอนของฟอร์ด เจ้า  Ford escape  ก็พุ่งทะยานเข้ามาด้วยยอดขาย 261,008 คัน เพิ่มจากปีที่แล้ว 2.6 %  แต่ทั้งที่มียอดมากกว่า แต่อันดับกลับตกจากอันดับ 5 มาในปีที่ผ่านมา

อันดับที่ 9  Honda CR-V
                ปีที่แล้วเงียบเชียบ สำหรับอเนกประสงค์จากค่ายฮอนด้า จนไม่ติดอันดับ แต่ในปีที่ผ่านมา ค่ายรถยนต์  Honda  ก็ยิ้มออก เมื่อ CR-V  ใหม่ พายอดพุ่งถึง 29% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ ทำให้มียอดขายกว่า 281,622 คัน ในปีที่ผ่านมา
 อันดับที่ 8  Toyota Corolla  
                ยังคงเส้นคงวากับ คอมแพ็คคาร์จากค่ายรถยนต์เจ้านี้ที่ปีที่ผานมา สามารถตอบโจทย์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะไม่ได้มีอะไรใหม่ แต่ก็ยังคงที่ในตำแหน่งด้วยยอดขาย 290,947 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 21.1 %
อันดับที่ 7  Ram Truck
                กระบะค่ายนี้ยังเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง กับ Ram และในปีที่ผ่านมา ก็ยังรักษาตำแหน่งเดิมเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายกว่า 293,363 คัน เพิ่มขึ้น 19.9 % จากปีที่ผ่านมา
อันดับที่ 6 Nissan altima
                ปรับโฉมไปแล้วในอเมริกา และมันมีแนวโน้มมาวางจำหน่ายในประเทศไทย ที่จะเริ่มขึ้นอีกไม่ช้านี้ โดยรถยนต์ Nissan Altima  ใหม่ ถลาตัวเข้าสู่อันดับที่ 6 ด้วยยอดขาย 302,934 คัน มากกว่า ในปีที่ผ่านมา ถึง 12.6% แต่ ถึงจะดูมากขึ้น แต่มันก็กลับมีอันดับที่ลดลงจากปีที่ผ่านมา
อันดับที่ 5 Honda Civic
                อาจจะโดนกระแสวิพากษ์อย่างหนัก แต่  Honda civic ก็เป็นที่กล่าวถึงอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา ด้วยความนิยมที่เป็นทุนเดิม ทำให้เมื่อเปิดตัวรุ่นใหม่มีการไต่อันดับขึ้นมาจนติดในอันดับที่ 5 และเป็นรถยนต์ที่ยอดโตสูงสุดในอันดับรถยนตืที่ขายดีที่สุดในอเมริกา ด้วยอัตราเพิ่มขึ้น 43.7 % เลยทีเดียว
อันดับที่ 4 Honda Accord
                มาเป็นอันดับที่ 4 ในปีนี้ และนั่นทำให้ ในท๊อปลิสของ อเมริกา มีฮอนด้าเกือบจะครบไลน์เลยทีเดียวด้วย ยอดจำหน่ายสูงสุด 331,872 คัน และมีอัตราเติบโตที่เพิ่มขึ้นถึง 40.8% ไต่อันดับขึ้นมาถึง 5 อันดับ จากปีที่แล้ว

อันดับที่ 3 Toyota Camry
                ยังติดลมบนเช่นเดิมสำหรับ  Toyota Camry  ส่วนหนึ่งมีการพูดถึงว่าคนตั้งใจรอรุ่นใหม่มากกว่า หลังจากที่รุ่นเก่าเจอปัญหาคันเร่งค้างและมันก็มาอยู่ในอันดับที่ 3  ด้วยยอดขาย 404,886 หรือเพิ่มขึ้น 31.2 %  อาจจะน้อยกว่าคู่แข่ง แต่ก็ดีที่รักษาตำแหน่งในอันดับนี้ไว้ได้
อันดับที่ 2  Chevrolet Silverado
                อันดับที่ 2 เป็นกระบะม้าใช้จากค่ายโบว์ไทน์ ที่เข้ามาด้วยความนิยมของมันที่ยังรักษาไว้ได้อย่างงดงามด้วยยอดขาย 418,312 คัน เมื่อปีที่ผ่านมา และมีอัตราเติบโตน้อยมากเพียง 0.8% เท่านั้น
อันดับที่ 1  Ford F-Series
                อันดับที่ 1 ปีนี้ยังคงเป็นแชมป์เก่าจากเมื่อปีที่แล้วกับกระบะพันธุ์แกร่งจากค่าย Ford  ในตระกูล F-Series  ที่รักษาความเป็นแชมป์ได้ดี ยิ่งมีการแนะนำเครื่องยนต์ใหม่เข้ามาพร้อมกันด้วย  ทำให้ยอดขายปีนี้ โตถึง 10.3 % ด้วยยอดขาย 646,316 คัน ในปีที่ผ่านมา
            แม้รถบางรุ่นในอเมริกาจะไม่ได้มีวางจำหน่ายในประเทศไทย แต่จากยอดขายในอเมริกา ก็พอชี้วัดได้ว่ารถยนต์รุ่นไหนมีดีในตัว เพราะ คุณภาพคือเรื่องสำคัญในอเมริกา
ที่มา auto.sanook.com
รถยนต์ใหม่

10 รถขายดีในอเมริกา คันไหนบ้างถูกใจขาซิ่งเมืองลุงแซม

rutchapong  |  at   00:24


ประเทศอเมริกา ถือเป็นอีกตลาดรถยนต์ใหญ่ ในโลก ที่ค่ายรถยนต์ทั้งหลายต่างหมายมั่นปั้นมือในการที่จะทำให้รถยนต์ของตัวเองติดตลาดในปีนี้ ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมา ในอเมริกา ก็มีความเข้มงวดมากขึ้น ในการเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยของตัวรถ รวมถึงเรื่องราวของการประหยัดน้ำมันที่ดีมากยิ่งขึ้น ด้วย ซึ่งทำให้ค่ายรถยนต์หลายเจ้าลำบากไปตามๆกัน และในปีที่ผ่านมา เราลองมาดูสิว่า ค่ายไหน มีรถที่ถูกใจนำมา ซึ่งยอดขายมากที่สุดในรอบปี
อันดับที่ 10  Ford Escape

                ส่อแววว่าไทยจะปิ๋วสำหรับรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลางรุ่นใหม่ หลังมีแนวโน้มที่ค่าย ford  จะเน้นรถยนต์คอมแพ็คอเนกประสงค์ลงตลาดมากกว่า ในปีนี้ แต่ที่บ้านเกิดเมืองนอนของฟอร์ด เจ้า  Ford escape  ก็พุ่งทะยานเข้ามาด้วยยอดขาย 261,008 คัน เพิ่มจากปีที่แล้ว 2.6 %  แต่ทั้งที่มียอดมากกว่า แต่อันดับกลับตกจากอันดับ 5 มาในปีที่ผ่านมา

อันดับที่ 9  Honda CR-V
                ปีที่แล้วเงียบเชียบ สำหรับอเนกประสงค์จากค่ายฮอนด้า จนไม่ติดอันดับ แต่ในปีที่ผ่านมา ค่ายรถยนต์  Honda  ก็ยิ้มออก เมื่อ CR-V  ใหม่ พายอดพุ่งถึง 29% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ ทำให้มียอดขายกว่า 281,622 คัน ในปีที่ผ่านมา
 อันดับที่ 8  Toyota Corolla  
                ยังคงเส้นคงวากับ คอมแพ็คคาร์จากค่ายรถยนต์เจ้านี้ที่ปีที่ผานมา สามารถตอบโจทย์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะไม่ได้มีอะไรใหม่ แต่ก็ยังคงที่ในตำแหน่งด้วยยอดขาย 290,947 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 21.1 %
อันดับที่ 7  Ram Truck
                กระบะค่ายนี้ยังเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง กับ Ram และในปีที่ผ่านมา ก็ยังรักษาตำแหน่งเดิมเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายกว่า 293,363 คัน เพิ่มขึ้น 19.9 % จากปีที่ผ่านมา
อันดับที่ 6 Nissan altima
                ปรับโฉมไปแล้วในอเมริกา และมันมีแนวโน้มมาวางจำหน่ายในประเทศไทย ที่จะเริ่มขึ้นอีกไม่ช้านี้ โดยรถยนต์ Nissan Altima  ใหม่ ถลาตัวเข้าสู่อันดับที่ 6 ด้วยยอดขาย 302,934 คัน มากกว่า ในปีที่ผ่านมา ถึง 12.6% แต่ ถึงจะดูมากขึ้น แต่มันก็กลับมีอันดับที่ลดลงจากปีที่ผ่านมา
อันดับที่ 5 Honda Civic
                อาจจะโดนกระแสวิพากษ์อย่างหนัก แต่  Honda civic ก็เป็นที่กล่าวถึงอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา ด้วยความนิยมที่เป็นทุนเดิม ทำให้เมื่อเปิดตัวรุ่นใหม่มีการไต่อันดับขึ้นมาจนติดในอันดับที่ 5 และเป็นรถยนต์ที่ยอดโตสูงสุดในอันดับรถยนตืที่ขายดีที่สุดในอเมริกา ด้วยอัตราเพิ่มขึ้น 43.7 % เลยทีเดียว
อันดับที่ 4 Honda Accord
                มาเป็นอันดับที่ 4 ในปีนี้ และนั่นทำให้ ในท๊อปลิสของ อเมริกา มีฮอนด้าเกือบจะครบไลน์เลยทีเดียวด้วย ยอดจำหน่ายสูงสุด 331,872 คัน และมีอัตราเติบโตที่เพิ่มขึ้นถึง 40.8% ไต่อันดับขึ้นมาถึง 5 อันดับ จากปีที่แล้ว

อันดับที่ 3 Toyota Camry
                ยังติดลมบนเช่นเดิมสำหรับ  Toyota Camry  ส่วนหนึ่งมีการพูดถึงว่าคนตั้งใจรอรุ่นใหม่มากกว่า หลังจากที่รุ่นเก่าเจอปัญหาคันเร่งค้างและมันก็มาอยู่ในอันดับที่ 3  ด้วยยอดขาย 404,886 หรือเพิ่มขึ้น 31.2 %  อาจจะน้อยกว่าคู่แข่ง แต่ก็ดีที่รักษาตำแหน่งในอันดับนี้ไว้ได้
อันดับที่ 2  Chevrolet Silverado
                อันดับที่ 2 เป็นกระบะม้าใช้จากค่ายโบว์ไทน์ ที่เข้ามาด้วยความนิยมของมันที่ยังรักษาไว้ได้อย่างงดงามด้วยยอดขาย 418,312 คัน เมื่อปีที่ผ่านมา และมีอัตราเติบโตน้อยมากเพียง 0.8% เท่านั้น
อันดับที่ 1  Ford F-Series
                อันดับที่ 1 ปีนี้ยังคงเป็นแชมป์เก่าจากเมื่อปีที่แล้วกับกระบะพันธุ์แกร่งจากค่าย Ford  ในตระกูล F-Series  ที่รักษาความเป็นแชมป์ได้ดี ยิ่งมีการแนะนำเครื่องยนต์ใหม่เข้ามาพร้อมกันด้วย  ทำให้ยอดขายปีนี้ โตถึง 10.3 % ด้วยยอดขาย 646,316 คัน ในปีที่ผ่านมา
            แม้รถบางรุ่นในอเมริกาจะไม่ได้มีวางจำหน่ายในประเทศไทย แต่จากยอดขายในอเมริกา ก็พอชี้วัดได้ว่ารถยนต์รุ่นไหนมีดีในตัว เพราะ คุณภาพคือเรื่องสำคัญในอเมริกา
ที่มา auto.sanook.com

เมื่อพูดถึงค่ายรถยนต์จากแดนน้ำหอม คงไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์รยนต์ในนามว่า Peugeot ที่ในปีที่ผ่านมาก็สร้างผลงานไว้มากมาย และในปีใหม่นี้ ก็กำลังจะมีการแนะนำรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นใหม่วางจำหน่ายในตลาดยุโรป
All-New Peugeot 2008

การเตรียมแนะนำรถยนต์รุ่นนี้เป็นไปตามความคาดหมายหลังจากที่เป็นข่าวคราวกันมานาน ในที่สุดค่ายรถยนต์แดนแฟชั่นรายนี้ก็เปิดภาพว่าที่รถยนต์รุ่นใหม่ออกมาอย่างเป็นทางการ โดยเชื่อว่า อาจจะมีการส่งเข้างานโชว์ในภูมิภาคที่จะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้า
All-New Peugeot 2008 อาจจะเป็นรถยนต์อีกรุ่นที่มีแนวโน้มเข้าในตลาดหลายประเทศที่รถยนต์อเนกประสงค์ได้รับความนิยมสูง รวมถึงบ้านเรา ในฐานะรถอเนกประสงค์ขนาดกระทัดรัดที่ลงตัวในการออกแบบด้วยเส้นสายแบบใหม่ โดยมันจะเป็นคู่แข่งของรถยนต์หลายรุ่น หลังรถอเนกประสงค์กลุ่มนี้เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นตามลำดับในตลาดปัจจุบัน
เรือนร่างที่ถูกแนะนำภายใต้ขนาดความยาว 4,140 ม.ม. กว้าง 1,740 ม.ม. ถือเป็นขนาดที่กำลังพอเหมาะทั้งในการใช้งานในเขตเมืองหรือจะออกท่องโลกกว้าง โดยตามรายละเอียดที่เคยเปิดตัวออกมาในการศึกษาความเป็นไปได้นั้น เผยว่าจะมีทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ให้เลือก รวมถึงในรุ่นท๊อปสุดนั้นจะเป็นเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เทอร์โบให้กำลัง 154 แรงม้า โดยรถยนต์ All-New Peugeot 2008 ใหม่นี้ มีแผนในการจะผลิตใน 3 โรงงานสำคัญของเปอร์โย ทั้งในฝรั่งเศส บราซิล และในบ้านใกล้เรือนเคียงบ้านเราอย่างจีนด้วย
สำหรับกำหนดการในการเปิดตัวเจ้ารถยนต์อเนกระสงค์รุ่นนี้มีความเป็นไปได้สูงที่มันจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Geneva Motor Show 2013 ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม ส่วนตัวจริงนี้จะมีอะไรน่าสนใจ บอกได้เลยว่า คันนี้น่าติดตาม
All-New Peugeot 2008

ภาพแรกว่าที่รถอเนกประสงค์ All-New Peugeot

rutchapong  |  at   00:18

เมื่อพูดถึงค่ายรถยนต์จากแดนน้ำหอม คงไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์รยนต์ในนามว่า Peugeot ที่ในปีที่ผ่านมาก็สร้างผลงานไว้มากมาย และในปีใหม่นี้ ก็กำลังจะมีการแนะนำรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นใหม่วางจำหน่ายในตลาดยุโรป
All-New Peugeot 2008

การเตรียมแนะนำรถยนต์รุ่นนี้เป็นไปตามความคาดหมายหลังจากที่เป็นข่าวคราวกันมานาน ในที่สุดค่ายรถยนต์แดนแฟชั่นรายนี้ก็เปิดภาพว่าที่รถยนต์รุ่นใหม่ออกมาอย่างเป็นทางการ โดยเชื่อว่า อาจจะมีการส่งเข้างานโชว์ในภูมิภาคที่จะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้า
All-New Peugeot 2008 อาจจะเป็นรถยนต์อีกรุ่นที่มีแนวโน้มเข้าในตลาดหลายประเทศที่รถยนต์อเนกประสงค์ได้รับความนิยมสูง รวมถึงบ้านเรา ในฐานะรถอเนกประสงค์ขนาดกระทัดรัดที่ลงตัวในการออกแบบด้วยเส้นสายแบบใหม่ โดยมันจะเป็นคู่แข่งของรถยนต์หลายรุ่น หลังรถอเนกประสงค์กลุ่มนี้เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นตามลำดับในตลาดปัจจุบัน
เรือนร่างที่ถูกแนะนำภายใต้ขนาดความยาว 4,140 ม.ม. กว้าง 1,740 ม.ม. ถือเป็นขนาดที่กำลังพอเหมาะทั้งในการใช้งานในเขตเมืองหรือจะออกท่องโลกกว้าง โดยตามรายละเอียดที่เคยเปิดตัวออกมาในการศึกษาความเป็นไปได้นั้น เผยว่าจะมีทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ให้เลือก รวมถึงในรุ่นท๊อปสุดนั้นจะเป็นเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เทอร์โบให้กำลัง 154 แรงม้า โดยรถยนต์ All-New Peugeot 2008 ใหม่นี้ มีแผนในการจะผลิตใน 3 โรงงานสำคัญของเปอร์โย ทั้งในฝรั่งเศส บราซิล และในบ้านใกล้เรือนเคียงบ้านเราอย่างจีนด้วย
สำหรับกำหนดการในการเปิดตัวเจ้ารถยนต์อเนกระสงค์รุ่นนี้มีความเป็นไปได้สูงที่มันจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Geneva Motor Show 2013 ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม ส่วนตัวจริงนี้จะมีอะไรน่าสนใจ บอกได้เลยว่า คันนี้น่าติดตาม

รถยนต์ใหม่: พึ่งเริ่มต้นเดือนแรกของปี 2013 เดินทางมายังไม่ทันข้ามเดือนก็มีการพูดถึง Mazda 2014 กันแล้ว ข่าวแง้ม ๆ มาว่าเปิดราคาค่าตัวของเจ้า Mazda 6 ปี 2014 สนนราคาที่ 600,000++ ดีไซน์ดูล้ำสมัย โฉบเฉี่ยวด้วยกระจังหน้าไปจนถึงไฟท้าย สีแดงที่นำเสนอก็ดูเป็นแดงเพลิง ให้ความรู้สึกสปอร์ตและดุดันดีจัง 
อ๊ะ ๆ แต่อย่าพึ่งตกใจว่าทำไมราคาที่แจ้งไว้ทำไมมันถูกจัง  ราคานี้เป็นราคาค่าตัวที่เมืองนอก ซึ่งยังไม่ได้่นำเข้ามาในประเทศไทย ราคาเมืองนอกถูกกำหนดไว้ที่ $20,880 ก็เป็นเงินไทยประมาณ 600,000 กว่า ๆ นั่นล่ะครับ หากพี่ไทยมีการนำมาขายเมื่อไร ราคาคงได้มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน พูดถึงเจ้า Mazda 6 ตัวนี้ ถูกนำเสนอว่าสามารถวิ่งได้ด้วยน้ำมัน 6.5 ลิตร ต่อ 100 กม. หรือ 15.4 กม. / ลิตร ซึ่งก็ถือว่าประหยัดน้ำมันในระดับนึงหากเทียบกับรถในระดับเดียวกัน ซึ่งมาพร้อมกับเครื่อง 4 สูบ 2500 cc เกียร์ 6 สปีด 184 แรงม้า  (สเป็คสูงขนาดนี้ มาไทยนี่ราคามีโดดแน่เลยครับ เฮ้อ) สำหรับเหล่าสาวก Mazda ก็เตรียมน้ำลายหกกันได้เลย นำเข้ามาเมื่อไหร่มีกระเป๋าฉีกแน่นอน 
 ขอบคุณที่มา autozeed.com
MAZDA

ได้ฤกษ์เปิดราคา Mazda 6 ปี 2014 สนนราคาที่ 600,000++

rutchapong  |  at   23:37

รถยนต์ใหม่: พึ่งเริ่มต้นเดือนแรกของปี 2013 เดินทางมายังไม่ทันข้ามเดือนก็มีการพูดถึง Mazda 2014 กันแล้ว ข่าวแง้ม ๆ มาว่าเปิดราคาค่าตัวของเจ้า Mazda 6 ปี 2014 สนนราคาที่ 600,000++ ดีไซน์ดูล้ำสมัย โฉบเฉี่ยวด้วยกระจังหน้าไปจนถึงไฟท้าย สีแดงที่นำเสนอก็ดูเป็นแดงเพลิง ให้ความรู้สึกสปอร์ตและดุดันดีจัง 
อ๊ะ ๆ แต่อย่าพึ่งตกใจว่าทำไมราคาที่แจ้งไว้ทำไมมันถูกจัง  ราคานี้เป็นราคาค่าตัวที่เมืองนอก ซึ่งยังไม่ได้่นำเข้ามาในประเทศไทย ราคาเมืองนอกถูกกำหนดไว้ที่ $20,880 ก็เป็นเงินไทยประมาณ 600,000 กว่า ๆ นั่นล่ะครับ หากพี่ไทยมีการนำมาขายเมื่อไร ราคาคงได้มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน พูดถึงเจ้า Mazda 6 ตัวนี้ ถูกนำเสนอว่าสามารถวิ่งได้ด้วยน้ำมัน 6.5 ลิตร ต่อ 100 กม. หรือ 15.4 กม. / ลิตร ซึ่งก็ถือว่าประหยัดน้ำมันในระดับนึงหากเทียบกับรถในระดับเดียวกัน ซึ่งมาพร้อมกับเครื่อง 4 สูบ 2500 cc เกียร์ 6 สปีด 184 แรงม้า  (สเป็คสูงขนาดนี้ มาไทยนี่ราคามีโดดแน่เลยครับ เฮ้อ) สำหรับเหล่าสาวก Mazda ก็เตรียมน้ำลายหกกันได้เลย นำเข้ามาเมื่อไหร่มีกระเป๋าฉีกแน่นอน 
 ขอบคุณที่มา autozeed.com

บทความรถยนต์ที่น่าสนใจ