เคล็ดลับซื้อรถมือสอง รวมเทคนิคและวิธีการเลือกซื้อรถมือสอง คลิก!! More

บทความใหม่

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถยนต์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถยนต์ แสดงบทความทั้งหมด
การที่เราไม่ค่อยล้างรถยนต์ในช่วงหน้าฝน เพราะคิดว่า ล้างไปเดี๋ยวก็เลอะอีก เป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันมาแบบผิดๆ ลองคิดง่ายๆ ครับ เวลาที่เราออกกำลังกาย เหงื่อท่วมไปทั้งตัวเราเองยังต้องรีบอาบน้ำ เพื่อทำความสะอาดร่างกายใช่มั๊ยครับ รถยนต์สวยๆ ของเราก็เช่นเดียวกันครับ เมื่อเราขับรถลุยฝน ลุยน้ำท่วม สกปรกเลอะเทอะเราก็ควรที่จะรีบทำความสะอาด ล้างรถยนต์เช่นเดียวกันครับ

การดูแลรถยนต์ในหน้าฝน

เพราะอะไรครับ.... เพราะว่า ปัจจุบันนั้น ฝนเมืองไทย โดยเฉพาะกรุงเทพ และเขตอุตสาหกรรมนั้น จะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ หรือที่เรียกกันว่า "ฝนกรด" นั้นแหล่ะครับ ถ้าเราไม่รีบล้าง ทำความสะอาด ฝนกรดนี้ก็อาจจะกัดสีรถยนต์เราได้  ดังนั้น เราควรเปลี่ยนความคิด หันมาล้างรถอย่างประจำจะดีกว่า หน้าฝนควรที่จะต้องล้างรถยนต์มากกว่าหน้าอื่นๆ ด้วยครับ เพราะถ้าเราไม่ล้างรถ คราบน้ำ คราบขี้ไคล ก็จะสะสมอยู่ที่ผิวสี และอาจจะฝั่งแน่นเป็นคราบขี้ไคล ทำให้รถยนต์เราหม่น เหลือง ล้างไม่ออกครับ

วิธีการดูแลรักษาสีรถยนต์ ในช่วงหน้าฝน อย่างง่ายๆ 

1. หมั่นล้างรถอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังลุยฝนมาครับ เพื่อจะช่วยไม่ให้เกิดคราบฝังแน่นครับ แต่ถ้าเราไม่มีเวลามาก แนะนำให้ใช้สายยางฉีดไล่ฝุ่น โคลน และคราบน้ำฝนครับ

2. เมื่อเราขับรถลุยฝนมาแล้ว พยายามอย่าจอดรถตากแดดนะครับ เพราะจะทำให้คราบน้ำฝนแห้ง และเป็นคราบน้ำ ยิ่งถ้าเจอฝนกรดด้วยแล้ว คราบน้ำนั้นจะฝังตัวแน่น และอาจกัดลงถึงเนื้อสีได้ครับ (เช่นเดียวกันคราบน้ำแป้งในช่วงเทศกาลสงกรานต์)
ซึ่งถ้าเป็นคราบน้ำแล้วเราล้างไม่ออก แนะนำให้รีบนำรถเข้ามาขัดเคลือบสีโดยด่วนเลยนะครับ อย่าทิ้งไว้นาน เพราะมันอาจจะขัดไม่ออกครับ

3. ไม่ควรนำผ้าแห้งเช็ดรถหลังฝนตก เพราะอาจเป็นสาเหตุให้เกิดรอยได้ครับ เพราะขณะที่เราขับรถลุยฝนนั้น จะมีฝุ่น ทราย โคลน เกาะที่ผิวสี เมื่อเช็ดรถด้วยผ้าแห้ง ก็อาจเกิดริ้วรอยได้ครับ ดังนั้น ควรฉีดน้ำล้างจะดีที่สุดครับ

4. ไม่ควรล้างรถเองในช่วงเย็นๆ ค่ำๆ เพราะบางครั้ง น้ำที่ตกค้างอยู่ตามซอก ตะเข็บรถ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้รถเป็นสนิมได้ครับ

5. ในช่วงหน้าฝน ไม่ควรจอดรถใต้ร่มไม้ที่มียาง เกสร ดอก หรือผล เพราะในฤดูฝน มักมีลมกรรโชกที่รุนแรง นอกจากต้นไม้จะหักหรือล้มมาโดนรถแล้ว สิ่งดังกล่าวอาจจะปลิวมาติดรถ และทำให้ผิวสีด่างและเสียได้ หากเราไม่แก้ไขให้ทันท่วงที

6. หากมีเวลาว่าง ก็แนะนำให้เคลือบสีด้วยครับ การเคลือบสีนั้น นอกจากจะทำให้รถเราสวยงามแล้ว ยังช่วยป้องกันคราบน้ำจากฝนกรดด้วยนะครับ ถ้าเราเคลือบสีบ่อยๆ น้ำจะไม่เกาะที่ตัวรถ จะทำให้ลดการเกิดคราบน้ำครับ และยังจะช่วยให้เราล้างรถได้ง่ายขึ้นด้วยครับ แต่ถ้าเราไม่เคลือบสีเลย โอกาสเกิดคราบน้ำก็มีสูง คราบสกปรกก็จะฝังตัวได้ง่าย ทำให้เราล้างรถลำบากครับ

รถใคร ๆ ก็รัก อย่างไรก็ตามในช่วงหน้าฝนนี้ทุกท่านก็อย่าลืมดูแลเอาใจใส่รถยนต์อันเป็นที่รัก ให้ดูดีอยู่เสมอ เพราะจะได้อยู่รับใช้เราไปได้อีกนาน ๆ

ไปหน้าแรก  การดูแลรักษารถยนต์

รถยนต์ใหม่

เทคนิคการดูแลรักษาสีรถยนต์ ในช่วงหน้าฝน ป้องกันการเกิดสนิม

rutchapong  |  at   19:56

การที่เราไม่ค่อยล้างรถยนต์ในช่วงหน้าฝน เพราะคิดว่า ล้างไปเดี๋ยวก็เลอะอีก เป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันมาแบบผิดๆ ลองคิดง่ายๆ ครับ เวลาที่เราออกกำลังกาย เหงื่อท่วมไปทั้งตัวเราเองยังต้องรีบอาบน้ำ เพื่อทำความสะอาดร่างกายใช่มั๊ยครับ รถยนต์สวยๆ ของเราก็เช่นเดียวกันครับ เมื่อเราขับรถลุยฝน ลุยน้ำท่วม สกปรกเลอะเทอะเราก็ควรที่จะรีบทำความสะอาด ล้างรถยนต์เช่นเดียวกันครับ

การดูแลรถยนต์ในหน้าฝน

เพราะอะไรครับ.... เพราะว่า ปัจจุบันนั้น ฝนเมืองไทย โดยเฉพาะกรุงเทพ และเขตอุตสาหกรรมนั้น จะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ หรือที่เรียกกันว่า "ฝนกรด" นั้นแหล่ะครับ ถ้าเราไม่รีบล้าง ทำความสะอาด ฝนกรดนี้ก็อาจจะกัดสีรถยนต์เราได้  ดังนั้น เราควรเปลี่ยนความคิด หันมาล้างรถอย่างประจำจะดีกว่า หน้าฝนควรที่จะต้องล้างรถยนต์มากกว่าหน้าอื่นๆ ด้วยครับ เพราะถ้าเราไม่ล้างรถ คราบน้ำ คราบขี้ไคล ก็จะสะสมอยู่ที่ผิวสี และอาจจะฝั่งแน่นเป็นคราบขี้ไคล ทำให้รถยนต์เราหม่น เหลือง ล้างไม่ออกครับ

วิธีการดูแลรักษาสีรถยนต์ ในช่วงหน้าฝน อย่างง่ายๆ 

1. หมั่นล้างรถอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังลุยฝนมาครับ เพื่อจะช่วยไม่ให้เกิดคราบฝังแน่นครับ แต่ถ้าเราไม่มีเวลามาก แนะนำให้ใช้สายยางฉีดไล่ฝุ่น โคลน และคราบน้ำฝนครับ

2. เมื่อเราขับรถลุยฝนมาแล้ว พยายามอย่าจอดรถตากแดดนะครับ เพราะจะทำให้คราบน้ำฝนแห้ง และเป็นคราบน้ำ ยิ่งถ้าเจอฝนกรดด้วยแล้ว คราบน้ำนั้นจะฝังตัวแน่น และอาจกัดลงถึงเนื้อสีได้ครับ (เช่นเดียวกันคราบน้ำแป้งในช่วงเทศกาลสงกรานต์)
ซึ่งถ้าเป็นคราบน้ำแล้วเราล้างไม่ออก แนะนำให้รีบนำรถเข้ามาขัดเคลือบสีโดยด่วนเลยนะครับ อย่าทิ้งไว้นาน เพราะมันอาจจะขัดไม่ออกครับ

3. ไม่ควรนำผ้าแห้งเช็ดรถหลังฝนตก เพราะอาจเป็นสาเหตุให้เกิดรอยได้ครับ เพราะขณะที่เราขับรถลุยฝนนั้น จะมีฝุ่น ทราย โคลน เกาะที่ผิวสี เมื่อเช็ดรถด้วยผ้าแห้ง ก็อาจเกิดริ้วรอยได้ครับ ดังนั้น ควรฉีดน้ำล้างจะดีที่สุดครับ

4. ไม่ควรล้างรถเองในช่วงเย็นๆ ค่ำๆ เพราะบางครั้ง น้ำที่ตกค้างอยู่ตามซอก ตะเข็บรถ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้รถเป็นสนิมได้ครับ

5. ในช่วงหน้าฝน ไม่ควรจอดรถใต้ร่มไม้ที่มียาง เกสร ดอก หรือผล เพราะในฤดูฝน มักมีลมกรรโชกที่รุนแรง นอกจากต้นไม้จะหักหรือล้มมาโดนรถแล้ว สิ่งดังกล่าวอาจจะปลิวมาติดรถ และทำให้ผิวสีด่างและเสียได้ หากเราไม่แก้ไขให้ทันท่วงที

6. หากมีเวลาว่าง ก็แนะนำให้เคลือบสีด้วยครับ การเคลือบสีนั้น นอกจากจะทำให้รถเราสวยงามแล้ว ยังช่วยป้องกันคราบน้ำจากฝนกรดด้วยนะครับ ถ้าเราเคลือบสีบ่อยๆ น้ำจะไม่เกาะที่ตัวรถ จะทำให้ลดการเกิดคราบน้ำครับ และยังจะช่วยให้เราล้างรถได้ง่ายขึ้นด้วยครับ แต่ถ้าเราไม่เคลือบสีเลย โอกาสเกิดคราบน้ำก็มีสูง คราบสกปรกก็จะฝังตัวได้ง่าย ทำให้เราล้างรถลำบากครับ

รถใคร ๆ ก็รัก อย่างไรก็ตามในช่วงหน้าฝนนี้ทุกท่านก็อย่าลืมดูแลเอาใจใส่รถยนต์อันเป็นที่รัก ให้ดูดีอยู่เสมอ เพราะจะได้อยู่รับใช้เราไปได้อีกนาน ๆ

ไปหน้าแรก  การดูแลรักษารถยนต์

ช่วงนี้เป็นช่วงของฤดูฝน มีฝนกระจายตกทั่วพื้นที่ของประเทศไทย น้ำฝนที่ตกลงมาทำให้ถนนเฉอะแฉะ มีความลื่นมากว่าปกติ ดังนั้นการขับรถยนต์ต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและการสิ้นเปลืองน้ำมัน ขอแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับการบำรุงรักษารถยนต์ต้อนรับหน้าฝนดังนี้ครับ

ดูแลรถยนต์หน้าฝน

1. ยางรถยนต์ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ต้องตรวจสอบการสึกของดอกยาง รอยบาดแผลของยาง มีตะปูของมีคมทิ่มแทงหรือไม่ ดอกยางสึกเกินไปเมื่อโดนน้ำจะไม่เกาะกับพื้นผิวถนน และที่สำคัญควรตรวจเช็คลมยางสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

     2. ระบบเบรก ตรวจดูการสึกของผ้าเบรกและระบบเบรกเบื้องต้นได้ที่คันเบรกที่เท้า ถ้าต้องการเบรกแล้วต้องเหยียบจมลงไปลึกผิดปกติ และไม่หยุดทันทียังมีลื่นไหลต่อ แสงดว่าระบบเบรกเสื่อมซึ่งมีทั้งผ้าเบรกสึก และระบบน้ำมันเบรกเสื่อม ต้องให้ช่างแก้ไขด่วน “ปัจจุบันรถรุ่นใหม่ ๆ มักจะมีไฟเตือนเมื่อเบรกสึก”

    3.ระบบปัดน้ำฝน ใบปัดน้ำฝนเมื่อผ่านการใช้งานไปนาน ๆ ยางปัดน้ำฝนจะแข็งตัว การยึดหยุ่นจะลดลงทำให้ปัดน้ำไม่หมด ควรเปลี่ยนยางปัดน้ำฝนใหม่ทุกปี เมื่อเข้าหน้าฝน น้ำในหม้อน้ำ ปั๊มน้ำ และหัวฉีดตันหรือไม่ ลองกดทดสอบดูว่ายังทำงานปกติหรือไม่ จะใส่น้ำยาเช็ดกระจกลงในหม้อน้ำปัดน้ำฝนนิดหน่อยก็สามารถทำได้

    4.ตรวจเช็คระบบไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต่าง ๆ เปิดไฟทั้งหมดดูว่าทำงานตามปกติหรือไม่ มีหลอดไหนติดหรือไม่ติด ถ้าพบว่ามีหลอดไหนไม่ติด ควรเปลี่ยนให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพราะเมื่อเวลาฝนตกหนัก ๆ ทัศนะวิสัยจะไม่ดี การเปิดไฟช่วยส่องทาง หรือไฟเตือนต่าง ๆ จะทำให้รถคันอื่นสังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น สามารถลดความเสี่ยงและการเกิดอุบัติเหตุได้

ข้อแนะนำทั้งหมดนี้ เป็นการตรวจเช็คเบื้องต้นเพื่อเตรียมรถยนต์ที่แสนรักของเราให้พร้อมใช้งานในหน้าฝน และเพื่อช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้อีกด้วย

ไปหน้าแรก  การดูแลรถยนต์




รถยนต์ใหม่

วิธีดูแลรถยนต์ให้พร้อมใช้ในหน้าฝน

rutchapong  |  at   19:40

ช่วงนี้เป็นช่วงของฤดูฝน มีฝนกระจายตกทั่วพื้นที่ของประเทศไทย น้ำฝนที่ตกลงมาทำให้ถนนเฉอะแฉะ มีความลื่นมากว่าปกติ ดังนั้นการขับรถยนต์ต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและการสิ้นเปลืองน้ำมัน ขอแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับการบำรุงรักษารถยนต์ต้อนรับหน้าฝนดังนี้ครับ

ดูแลรถยนต์หน้าฝน

1. ยางรถยนต์ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ต้องตรวจสอบการสึกของดอกยาง รอยบาดแผลของยาง มีตะปูของมีคมทิ่มแทงหรือไม่ ดอกยางสึกเกินไปเมื่อโดนน้ำจะไม่เกาะกับพื้นผิวถนน และที่สำคัญควรตรวจเช็คลมยางสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

     2. ระบบเบรก ตรวจดูการสึกของผ้าเบรกและระบบเบรกเบื้องต้นได้ที่คันเบรกที่เท้า ถ้าต้องการเบรกแล้วต้องเหยียบจมลงไปลึกผิดปกติ และไม่หยุดทันทียังมีลื่นไหลต่อ แสงดว่าระบบเบรกเสื่อมซึ่งมีทั้งผ้าเบรกสึก และระบบน้ำมันเบรกเสื่อม ต้องให้ช่างแก้ไขด่วน “ปัจจุบันรถรุ่นใหม่ ๆ มักจะมีไฟเตือนเมื่อเบรกสึก”

    3.ระบบปัดน้ำฝน ใบปัดน้ำฝนเมื่อผ่านการใช้งานไปนาน ๆ ยางปัดน้ำฝนจะแข็งตัว การยึดหยุ่นจะลดลงทำให้ปัดน้ำไม่หมด ควรเปลี่ยนยางปัดน้ำฝนใหม่ทุกปี เมื่อเข้าหน้าฝน น้ำในหม้อน้ำ ปั๊มน้ำ และหัวฉีดตันหรือไม่ ลองกดทดสอบดูว่ายังทำงานปกติหรือไม่ จะใส่น้ำยาเช็ดกระจกลงในหม้อน้ำปัดน้ำฝนนิดหน่อยก็สามารถทำได้

    4.ตรวจเช็คระบบไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต่าง ๆ เปิดไฟทั้งหมดดูว่าทำงานตามปกติหรือไม่ มีหลอดไหนติดหรือไม่ติด ถ้าพบว่ามีหลอดไหนไม่ติด ควรเปลี่ยนให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพราะเมื่อเวลาฝนตกหนัก ๆ ทัศนะวิสัยจะไม่ดี การเปิดไฟช่วยส่องทาง หรือไฟเตือนต่าง ๆ จะทำให้รถคันอื่นสังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น สามารถลดความเสี่ยงและการเกิดอุบัติเหตุได้

ข้อแนะนำทั้งหมดนี้ เป็นการตรวจเช็คเบื้องต้นเพื่อเตรียมรถยนต์ที่แสนรักของเราให้พร้อมใช้งานในหน้าฝน และเพื่อช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้อีกด้วย

ไปหน้าแรก  การดูแลรถยนต์




วิธีเช็กโครงสร้างของรถยนต์ ก่อนตัดสินใจซื้อรถมือสอง

เรื่องนี้ดู ๆไปแล้วการซื้อรถมือสองเปรียบเสมือนการหาแฟนคนหนึ่ง ไม่ใช่เพียงแค่ว่ารูปลักษณ์ภายนอกมาแต่ไกลก็ชมว่าสวยว่าหล่อแล้วก็ตกลงใจเป็นแฟนกันทันที ต้องใช้เวลาดู ๆ กันไปก่อนจะตกลงคบกัน
แต่การหากแฟนก็ยังมีข้อดีกว่าการซื้อรถมือสองวันยังค่ำ ดีอย่างไรนะหรือ ก็ถ้าเป็นเรื่องแฟนต่อให้คับกันสักพัก แล้วคิดว่าไม่เหมาะสมกันหรือมีข้อตำหนิที่คุณไม่สามารถรับได้ อย่างนี้คุณสามารถบอกเลิกได้ ต่างคนต่างเลิกราไม่ต้องทนคบให้เหนื่อยใจ

เทคนิคการเลือกซื้อรถมือสอง

แต่ถ้าเป็นรถมือสองถ้าดูพลาดแล้วก็พลาดเลย คิดจะได้เงินคืนนะเหรอฝันเฟื่องไปเถอะ เพราะอย่างนั้นแหละคุณถึงต้องให้ความสำคัญกับทุก ๆ ส่วนของรถ โดยขั้นแรกให้ดูสภาพของโครงสร้างภายนอกของตัวรถก่อน จากด้านหน้าเรื่อยไปจนถึงท้ายรถสังเกตตามตะเข็บรอยต่อของหลังคา ขอบกระจกหน้า-หลังให้ดี จากนั้นก็เปิดฝากระโปรงหน้าดูที่คานหม้อน้ำทั้งด้านบนและด้านล่าง ขายึดกันชนที่ต่อเชื่อมมาจากแชสซีส์ ดูตะเข็บรอยต่อภายในห้องเครื่อง ให้สังเกตดูว่ามีร่องรอยของความเสียหายหรือไม่ เพราะรถที่ถูกชนอย่างหนักพวกรอยเชื่อมหลังจากซ่อมมาแล้ว มักจะไม่เหมือนกับที่มาจากโรงงาน อันนี้คงต้องใช้การสังเกตดูหลาย ๆ คันมาเปรียบเทียบกันรถที่ถูกชนมาอย่างหนักเวลาที่ใช้งานไปนาน ๆ จะพบปัญหาตามมามากมายและในบางครั้งศูนย์ของรถอาจจะเพี้ยนมากจนเกินจะเยียวยา แต่ถ้าหากมีร่องรอยให้เห็นเล็กน้อย ก็แสดงว่ารถคันนี้มีการซ่อมแซมจากการชนมาบ้างแล้ว แต่ไม่หนักหนาหรือถ้าไม่พบเลยก็จะเป็นอันดีที่สุด

พอดูด้านหน้าเสร็จก็แวะมาดูด้านหลังบ้าง แม้โครงสร้างส่วนหลังนี้มีควรสำคัญน้อยกว่าส่วนหน้าก็ตาม แต่ยังไงก็ไม่ควรละเลยเด็ดขาดเพราะโครงสร้างทั้งหมดนี่แหละทำให้การขับเคลื่อนของรถเป็นไปอย่างราบรื่นไม่เสียศูนย์ ถ้าจะเปรียบโครงสร้างของรถกับโครงสร้างของคน ก็คงจะเปรียบได้กับกระดูกของคนเรา ที่ทำให้ร่างกายของเราทั้งหลายสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ลองนึกดูสิว่า หากคุณตกบันไดแล้วเกิดขาหัก คุณก็จะเดินแบบกะเผลก ๆ เหมือนคนเสียศูนย์ มันก็ไม่ต่างอะไรกับรถหรอก ที่ถ้าพบว่าหลังคายุบหรือคด จะทำให้เสียศูนย์ เมื่อเสียแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ เมื่อเบรกอย่างกะทันหันรถก็อาจหมุนติ้ว ๆ ได้หรือขับผ่านถนนหนทางที่มีน้ำท่วมขังเจิ่งนองรถก็อาจลื่นไถลได้ง่ายแม้จะไม่ได้เบรกก็ตาม

โครงสร้างของรถยนต์นั้นหลายส่วนสามารถหาเปลี่ยนได้ และก็มีบางส่วนที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้หรือถ้าจะเปลี่ยนก็เป็นเรื่องที่ยุ่งยากสลับซับซ้อนมากจนไม่มีใครทำกัน อย่างบังโคลนหน้า ฝากระโปรง ประตู สามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่แทนได้ในกรณีที่ประสบอุบัติเหตุมา ส่วนแก้มหลังที่ต่อกับเสาหลังรถหรือเฟรมตัวถังกับเสาประตู เป็นชิ้นส่วนที่ไม่นิยมเปลี่ยนกัน

ด้วยขั้นตอนความยุ่งยากและความแข็งแรงของส่วนนั้นที่จะลดลงหลังจากทำการซ่อมไปแล้ว จึงไม่เป็นที่นิยมของอู่จนพอจะเรียกได้ว่า เป็นชิ้นส่วนที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้ จึงควรจะต้องดูที่บริเวณนี้ให้ดี



อุทาหรณ์เตือนใจก่อนซื้อรถมือสอง

จะซื้อรถมือสองอย่าลืมเช็กโครงสร้างของรถยนต์ด้วย

rutchapong  |  at   01:48

วิธีเช็กโครงสร้างของรถยนต์ ก่อนตัดสินใจซื้อรถมือสอง

เรื่องนี้ดู ๆไปแล้วการซื้อรถมือสองเปรียบเสมือนการหาแฟนคนหนึ่ง ไม่ใช่เพียงแค่ว่ารูปลักษณ์ภายนอกมาแต่ไกลก็ชมว่าสวยว่าหล่อแล้วก็ตกลงใจเป็นแฟนกันทันที ต้องใช้เวลาดู ๆ กันไปก่อนจะตกลงคบกัน
แต่การหากแฟนก็ยังมีข้อดีกว่าการซื้อรถมือสองวันยังค่ำ ดีอย่างไรนะหรือ ก็ถ้าเป็นเรื่องแฟนต่อให้คับกันสักพัก แล้วคิดว่าไม่เหมาะสมกันหรือมีข้อตำหนิที่คุณไม่สามารถรับได้ อย่างนี้คุณสามารถบอกเลิกได้ ต่างคนต่างเลิกราไม่ต้องทนคบให้เหนื่อยใจ

เทคนิคการเลือกซื้อรถมือสอง

แต่ถ้าเป็นรถมือสองถ้าดูพลาดแล้วก็พลาดเลย คิดจะได้เงินคืนนะเหรอฝันเฟื่องไปเถอะ เพราะอย่างนั้นแหละคุณถึงต้องให้ความสำคัญกับทุก ๆ ส่วนของรถ โดยขั้นแรกให้ดูสภาพของโครงสร้างภายนอกของตัวรถก่อน จากด้านหน้าเรื่อยไปจนถึงท้ายรถสังเกตตามตะเข็บรอยต่อของหลังคา ขอบกระจกหน้า-หลังให้ดี จากนั้นก็เปิดฝากระโปรงหน้าดูที่คานหม้อน้ำทั้งด้านบนและด้านล่าง ขายึดกันชนที่ต่อเชื่อมมาจากแชสซีส์ ดูตะเข็บรอยต่อภายในห้องเครื่อง ให้สังเกตดูว่ามีร่องรอยของความเสียหายหรือไม่ เพราะรถที่ถูกชนอย่างหนักพวกรอยเชื่อมหลังจากซ่อมมาแล้ว มักจะไม่เหมือนกับที่มาจากโรงงาน อันนี้คงต้องใช้การสังเกตดูหลาย ๆ คันมาเปรียบเทียบกันรถที่ถูกชนมาอย่างหนักเวลาที่ใช้งานไปนาน ๆ จะพบปัญหาตามมามากมายและในบางครั้งศูนย์ของรถอาจจะเพี้ยนมากจนเกินจะเยียวยา แต่ถ้าหากมีร่องรอยให้เห็นเล็กน้อย ก็แสดงว่ารถคันนี้มีการซ่อมแซมจากการชนมาบ้างแล้ว แต่ไม่หนักหนาหรือถ้าไม่พบเลยก็จะเป็นอันดีที่สุด

พอดูด้านหน้าเสร็จก็แวะมาดูด้านหลังบ้าง แม้โครงสร้างส่วนหลังนี้มีควรสำคัญน้อยกว่าส่วนหน้าก็ตาม แต่ยังไงก็ไม่ควรละเลยเด็ดขาดเพราะโครงสร้างทั้งหมดนี่แหละทำให้การขับเคลื่อนของรถเป็นไปอย่างราบรื่นไม่เสียศูนย์ ถ้าจะเปรียบโครงสร้างของรถกับโครงสร้างของคน ก็คงจะเปรียบได้กับกระดูกของคนเรา ที่ทำให้ร่างกายของเราทั้งหลายสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ลองนึกดูสิว่า หากคุณตกบันไดแล้วเกิดขาหัก คุณก็จะเดินแบบกะเผลก ๆ เหมือนคนเสียศูนย์ มันก็ไม่ต่างอะไรกับรถหรอก ที่ถ้าพบว่าหลังคายุบหรือคด จะทำให้เสียศูนย์ เมื่อเสียแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ เมื่อเบรกอย่างกะทันหันรถก็อาจหมุนติ้ว ๆ ได้หรือขับผ่านถนนหนทางที่มีน้ำท่วมขังเจิ่งนองรถก็อาจลื่นไถลได้ง่ายแม้จะไม่ได้เบรกก็ตาม

โครงสร้างของรถยนต์นั้นหลายส่วนสามารถหาเปลี่ยนได้ และก็มีบางส่วนที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้หรือถ้าจะเปลี่ยนก็เป็นเรื่องที่ยุ่งยากสลับซับซ้อนมากจนไม่มีใครทำกัน อย่างบังโคลนหน้า ฝากระโปรง ประตู สามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่แทนได้ในกรณีที่ประสบอุบัติเหตุมา ส่วนแก้มหลังที่ต่อกับเสาหลังรถหรือเฟรมตัวถังกับเสาประตู เป็นชิ้นส่วนที่ไม่นิยมเปลี่ยนกัน

ด้วยขั้นตอนความยุ่งยากและความแข็งแรงของส่วนนั้นที่จะลดลงหลังจากทำการซ่อมไปแล้ว จึงไม่เป็นที่นิยมของอู่จนพอจะเรียกได้ว่า เป็นชิ้นส่วนที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้ จึงควรจะต้องดูที่บริเวณนี้ให้ดี



หากคุณต้องการความชัวร์แบบไม่มั่วนิ่ม การขอดูคู่มือการรับบริการและเอกสารเกี่ยวกับรถของเจ้าของเดิมน่าจะเป็นวิธีสร้างความน่าเชื่อถือได้อีกแบบหนึ่ง

เทคนิคซื้อรถมือสอง
ถ้าเจ้าของรถเดิมเก็บเอกสารเหล่านั้นเอาไว้คุณก็สามารถใช้มันประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อรถมือสองได้ เพราะเอกสารเหล่านี้มันบอกอะไรตั้งมากมาย เช่นว่า รถผ่านการซ่อมบำรุงมากี่ครั้ง มีจุดไหนบ้างที่มีปัญหาบ่อย หรือถ้ามีการซ่อมบริเวณส่วนใดส่วนหนึ่งของรถเป็นเวลาหลาย ๆ ครั้ง ให้ลองสอบถามกับเจ้าของรถว่าเกิดอะไรกับชิ้นส่วนดังกล่าว และบอกกับช่างเครื่องที่มาช่วยตรวจสอบเครื่องเพื่อทำการเช็กในจุดดังกล่าวอีกครั้ง เพราะช่างเครื่องยนต์ที่มีประสบการณ์อย่างโชกโชนหรือคนที่มีความคุ้นเคยกับการซ่อมเครื่องยนต์เป็นอย่างดี สามารถบอกรายละเอียดของรถได้อย่างมากมาย 

นอกจากนี้คุณยังมั่นใจได้อีกว่าคนที่เก็บเอกสารเกี่ยวกับรถไว้ทุกย่างส่วนมากจะเป็นคนที่มีการดูแลรักษารถและนำรถเข้าศูนย์บริการเป็นประจำ หากคุณต้องการซื้อรถบ้านที่เจ้าของขายเอง คุณก็สามารถขอเช็กเอกสารสำคัญอื่นได้แม้เจ้าของจะไม่ได้เก็บคู่มือการรับบริการไว้ เช่น ขอดูเอกสารเล่มทะเบียนรถยนต์ ซึ่งจะทำให้ทราบว่ารถคันนี้ผ่านการใช้งานมาแล้วกี่ราย มีการเปลี่ยนเครื่องยนต์และสีของรถยนต์หรือเปล่า ควรเลือกซื้อรถที่ผ่านการใช้งานมามือเดียว หรือจากเจ้าของคนเดียวหรืออย่างเก่งไม่เกินสาม จะช่วยให้เราสามารถซักถามประวัติการใช้รถได้

เอกสารที่ควรใส่ใจมากที่สุด คือสมุดจดทะเบียนไม่ควรมีการแก้ไขโดยไม่มีลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ขนส่งกำกับ หากสมุดจดทะเบียนมีข้อน่าสงสัยคุณก็ไม่ควรทำการซื้อขายรถมือสองคันนั้นเด็ดขาดนอกจากนี้การขอเช็กบัตรที่ทางราชการออกให้ตัวจริง เช่นบัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ เป็นต้น ก็เป็นสิ่งสำคัญพอ ๆ กัน เช็กดูซิว่าชื่อตรงกันหรือไม่ และเพื่อความมั่นใจอีกต่อคุณต้องเช็กหมายเลขเครื่องกับขนส่งด้วยว่ารถที่เราสนใจมีปัญหาหรือไม่

การเช็กรายละเอียดเอกสารเหล่านี้ ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่ใช่รถที่มีการแจ้งความว่าหาย รวมทั้งตรวจเช็กเรื่องการเสียภาษีรถประจำทุกปีว่าถูกต้องหรือต่ออายุมาตลอดหรือไม่ เพราะถ้าไม่ต่ออายุจะมีค่าปรับตามมา มี พ.ร.บ. และประกันภัยหรือเปล่า เหลืออายุเท่าไหร่ สิ่งเหล่านี้ล้วนสำคัญไม่แพ้การตรวจเช็กเครื่องยนต์กลไกหรือตัวถังเลย อย่ามองข้ามเป็นอันขาด เพราะถ้าเอกสารยืนยันไม่พร้อม นั่นก็เท่ากับว่าคุณกำลังเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับภาระที่หนักอึ้ง ดีไม่ดีอาจจะมากพอที่คุณจะถอยรถป้ายแดงออกมาเลยก็ได้ ทางที่ดีอย่าเพิ่งใจเร็วด่วนได้ ต้องคิดต้องเช็กให้รอบคอบ หากเจ้าของปฏิเสธหรือพยายามบ่ายเบี่ยงอย่างนั้นอย่างนี้ คุณก็เลิกซื้อรถของเขาไปเลยจะดีกว่า ต่อให้ลดราคาขนาดนั้นก็อย่าใจอ่อนเห็นแก่ของถูก เพราะมันดีกว่าคุณต้องมานั่งร้องห่มร้องไห้ตีอกชกตัว เมื่อต้องพบกับความจริงอันเจ็บปวดและเห็นมัน (รถ) อยู่ทุกวัน

ไปหน้าแรก  ข่าวรถยนต์



อุทาหรณ์เตือนใจก่อนซื้อรถมือสอง

ซื้อรถมือสองต้องขอดูคู่มือการรับบริการ และเอกสารติดรถอื่น ๆ

rutchapong  |  at   01:37

หากคุณต้องการความชัวร์แบบไม่มั่วนิ่ม การขอดูคู่มือการรับบริการและเอกสารเกี่ยวกับรถของเจ้าของเดิมน่าจะเป็นวิธีสร้างความน่าเชื่อถือได้อีกแบบหนึ่ง

เทคนิคซื้อรถมือสอง
ถ้าเจ้าของรถเดิมเก็บเอกสารเหล่านั้นเอาไว้คุณก็สามารถใช้มันประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อรถมือสองได้ เพราะเอกสารเหล่านี้มันบอกอะไรตั้งมากมาย เช่นว่า รถผ่านการซ่อมบำรุงมากี่ครั้ง มีจุดไหนบ้างที่มีปัญหาบ่อย หรือถ้ามีการซ่อมบริเวณส่วนใดส่วนหนึ่งของรถเป็นเวลาหลาย ๆ ครั้ง ให้ลองสอบถามกับเจ้าของรถว่าเกิดอะไรกับชิ้นส่วนดังกล่าว และบอกกับช่างเครื่องที่มาช่วยตรวจสอบเครื่องเพื่อทำการเช็กในจุดดังกล่าวอีกครั้ง เพราะช่างเครื่องยนต์ที่มีประสบการณ์อย่างโชกโชนหรือคนที่มีความคุ้นเคยกับการซ่อมเครื่องยนต์เป็นอย่างดี สามารถบอกรายละเอียดของรถได้อย่างมากมาย 

นอกจากนี้คุณยังมั่นใจได้อีกว่าคนที่เก็บเอกสารเกี่ยวกับรถไว้ทุกย่างส่วนมากจะเป็นคนที่มีการดูแลรักษารถและนำรถเข้าศูนย์บริการเป็นประจำ หากคุณต้องการซื้อรถบ้านที่เจ้าของขายเอง คุณก็สามารถขอเช็กเอกสารสำคัญอื่นได้แม้เจ้าของจะไม่ได้เก็บคู่มือการรับบริการไว้ เช่น ขอดูเอกสารเล่มทะเบียนรถยนต์ ซึ่งจะทำให้ทราบว่ารถคันนี้ผ่านการใช้งานมาแล้วกี่ราย มีการเปลี่ยนเครื่องยนต์และสีของรถยนต์หรือเปล่า ควรเลือกซื้อรถที่ผ่านการใช้งานมามือเดียว หรือจากเจ้าของคนเดียวหรืออย่างเก่งไม่เกินสาม จะช่วยให้เราสามารถซักถามประวัติการใช้รถได้

เอกสารที่ควรใส่ใจมากที่สุด คือสมุดจดทะเบียนไม่ควรมีการแก้ไขโดยไม่มีลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ขนส่งกำกับ หากสมุดจดทะเบียนมีข้อน่าสงสัยคุณก็ไม่ควรทำการซื้อขายรถมือสองคันนั้นเด็ดขาดนอกจากนี้การขอเช็กบัตรที่ทางราชการออกให้ตัวจริง เช่นบัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ เป็นต้น ก็เป็นสิ่งสำคัญพอ ๆ กัน เช็กดูซิว่าชื่อตรงกันหรือไม่ และเพื่อความมั่นใจอีกต่อคุณต้องเช็กหมายเลขเครื่องกับขนส่งด้วยว่ารถที่เราสนใจมีปัญหาหรือไม่

การเช็กรายละเอียดเอกสารเหล่านี้ ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่ใช่รถที่มีการแจ้งความว่าหาย รวมทั้งตรวจเช็กเรื่องการเสียภาษีรถประจำทุกปีว่าถูกต้องหรือต่ออายุมาตลอดหรือไม่ เพราะถ้าไม่ต่ออายุจะมีค่าปรับตามมา มี พ.ร.บ. และประกันภัยหรือเปล่า เหลืออายุเท่าไหร่ สิ่งเหล่านี้ล้วนสำคัญไม่แพ้การตรวจเช็กเครื่องยนต์กลไกหรือตัวถังเลย อย่ามองข้ามเป็นอันขาด เพราะถ้าเอกสารยืนยันไม่พร้อม นั่นก็เท่ากับว่าคุณกำลังเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับภาระที่หนักอึ้ง ดีไม่ดีอาจจะมากพอที่คุณจะถอยรถป้ายแดงออกมาเลยก็ได้ ทางที่ดีอย่าเพิ่งใจเร็วด่วนได้ ต้องคิดต้องเช็กให้รอบคอบ หากเจ้าของปฏิเสธหรือพยายามบ่ายเบี่ยงอย่างนั้นอย่างนี้ คุณก็เลิกซื้อรถของเขาไปเลยจะดีกว่า ต่อให้ลดราคาขนาดนั้นก็อย่าใจอ่อนเห็นแก่ของถูก เพราะมันดีกว่าคุณต้องมานั่งร้องห่มร้องไห้ตีอกชกตัว เมื่อต้องพบกับความจริงอันเจ็บปวดและเห็นมัน (รถ) อยู่ทุกวัน

ไปหน้าแรก  ข่าวรถยนต์



ยางรถยนต์ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการใช้รถ เพราะยางรถยนต์เป็นส่วนเดียวของรถที่สัมผัสถูกกับพื้นผิวถนนและทำงานหนักในทุก ๆ สภาพถนน ไม่ว่าสภาพถนนเปียก แห้ง ทางเรียบ หรือทางขรุขระ การเลือกยางรถยนต์นั้นส่งผลถึงความปลอดภัยของผู้ขับขี่ รวมถึงการประหยัดพลังงาน และลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ และช่วยลดความเสียหายของระบบช่วงล่างของรถยนต์อีกด้วย


วิธีการเลือกยางรถยนต์

1. เลือกขนาดยางและกระทะล้อ ให้ถูกต้องตามที่กำหนดโดยโรงงานผู้ผลิตรถยนต์
2. เลือกยางที่รหัสความเร็ว และน้ำหนักบรรทุกที่เหมาะสมกับรถ
3. อายุยางต้องไม่เก่าจนเกินไป ดูจาก วันเดือนปี ที่ผลิตไม่ควรเกิน 6 เดือน
4. ถ่วงล้อทั้ง 4 ล้อ และควรตั้งศูนย์ล้อทั้ง 4 ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนยาง
5. ใส่เปลี่ยนยางโดยช่างผู้ชำนาญและมีอุปกรณ์พร้อม

การเลือกลักษณะของดอกยางรถยนต์

- ดอกยางแบบสวนทาง ค่อนข้างเป็นดอกละเอียด เน้นความนุ่มสบาย มีเสียงค่อนข้างเงียบสุดเมื่อสัมผัสพื้นถนน แต่ดอกยางประเภทนี้อาจไม่เหมาะกับนับขับที่เท้าหนักสักเท่าไหร่ เพราะมักมีอาการโยนตัวของรถเป็นของแถมมาด้วย เวลาสลับยางที่แนะนำกันทุก 10,000 กิโลเมตร สามารถทำได้ง่าย เพราะยางสามารถสลับสับเปลี่ยนได้เลยทุกตำแหน่ง

- ดอกยางแบบหมุนทางเดียว มีประสิทธิภาพในการรีดน้ำ และรักษาสมดุลของรถในช่วงความเร็วสูงได้อย่างยอดเยี่ยมมีประสิทธิภาพในการยึดเกาะบนถนนมากกว่ารูปแบบแรก ดอกยางแบบหมุนไปทางเดียวนี้ มักมีลูกสรเพื่อบอกทิศทางการหมุนของยางมาด้วย เพื่อประโยชน์เมื่อต้องสลับยาง จำเป็นต้องดูทิศทางของลูกศรให้ลูกต้อง เพราะจะมีผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพและอายุของยางประเภทนี้ ลวดลายของดอกยางค่อนข้างมีแนวโน้มปางแนวสปอร์ต ยางหลาย ๆ รุ่นออกแบบดอกยางประเภทนี้ได้สวยงามจนสามารถเติมเต็มรสแต่งซิ่งให้สวยเตะตาขึ้นมาอย่างถนัดใจ ที่สำคัญเหมาะกับพวกนักซิ่งเท้าหนักทั้งหลายอย่างมาก

- ดอกยางแบบไม่สมมาตร ให้ความมั่นใจการยึดเกาะ และรักษาสมดุลขอรถในขณะโยนตัวเมื่อเข้าโค้งได้ดี สามารถลดและป้องกันอาการดื้อโค้งหรือหลุดโค้ง ลักษณะของดอกยางนี้คือ ดอกยางด้านนอกและด้านในไม่เท่ากัน ซึ่งเหมาะกับทางโค้งมากว่าทางตรง

ไปหน้าแรก  การดูแลรถยนต์



รถยนต์

เลือกใช้ยางรถยนต์อย่างไรให้ถูกวิธี

rutchapong  |  at   22:37

ยางรถยนต์ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการใช้รถ เพราะยางรถยนต์เป็นส่วนเดียวของรถที่สัมผัสถูกกับพื้นผิวถนนและทำงานหนักในทุก ๆ สภาพถนน ไม่ว่าสภาพถนนเปียก แห้ง ทางเรียบ หรือทางขรุขระ การเลือกยางรถยนต์นั้นส่งผลถึงความปลอดภัยของผู้ขับขี่ รวมถึงการประหยัดพลังงาน และลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ และช่วยลดความเสียหายของระบบช่วงล่างของรถยนต์อีกด้วย


วิธีการเลือกยางรถยนต์

1. เลือกขนาดยางและกระทะล้อ ให้ถูกต้องตามที่กำหนดโดยโรงงานผู้ผลิตรถยนต์
2. เลือกยางที่รหัสความเร็ว และน้ำหนักบรรทุกที่เหมาะสมกับรถ
3. อายุยางต้องไม่เก่าจนเกินไป ดูจาก วันเดือนปี ที่ผลิตไม่ควรเกิน 6 เดือน
4. ถ่วงล้อทั้ง 4 ล้อ และควรตั้งศูนย์ล้อทั้ง 4 ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนยาง
5. ใส่เปลี่ยนยางโดยช่างผู้ชำนาญและมีอุปกรณ์พร้อม

การเลือกลักษณะของดอกยางรถยนต์

- ดอกยางแบบสวนทาง ค่อนข้างเป็นดอกละเอียด เน้นความนุ่มสบาย มีเสียงค่อนข้างเงียบสุดเมื่อสัมผัสพื้นถนน แต่ดอกยางประเภทนี้อาจไม่เหมาะกับนับขับที่เท้าหนักสักเท่าไหร่ เพราะมักมีอาการโยนตัวของรถเป็นของแถมมาด้วย เวลาสลับยางที่แนะนำกันทุก 10,000 กิโลเมตร สามารถทำได้ง่าย เพราะยางสามารถสลับสับเปลี่ยนได้เลยทุกตำแหน่ง

- ดอกยางแบบหมุนทางเดียว มีประสิทธิภาพในการรีดน้ำ และรักษาสมดุลของรถในช่วงความเร็วสูงได้อย่างยอดเยี่ยมมีประสิทธิภาพในการยึดเกาะบนถนนมากกว่ารูปแบบแรก ดอกยางแบบหมุนไปทางเดียวนี้ มักมีลูกสรเพื่อบอกทิศทางการหมุนของยางมาด้วย เพื่อประโยชน์เมื่อต้องสลับยาง จำเป็นต้องดูทิศทางของลูกศรให้ลูกต้อง เพราะจะมีผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพและอายุของยางประเภทนี้ ลวดลายของดอกยางค่อนข้างมีแนวโน้มปางแนวสปอร์ต ยางหลาย ๆ รุ่นออกแบบดอกยางประเภทนี้ได้สวยงามจนสามารถเติมเต็มรสแต่งซิ่งให้สวยเตะตาขึ้นมาอย่างถนัดใจ ที่สำคัญเหมาะกับพวกนักซิ่งเท้าหนักทั้งหลายอย่างมาก

- ดอกยางแบบไม่สมมาตร ให้ความมั่นใจการยึดเกาะ และรักษาสมดุลขอรถในขณะโยนตัวเมื่อเข้าโค้งได้ดี สามารถลดและป้องกันอาการดื้อโค้งหรือหลุดโค้ง ลักษณะของดอกยางนี้คือ ดอกยางด้านนอกและด้านในไม่เท่ากัน ซึ่งเหมาะกับทางโค้งมากว่าทางตรง

ไปหน้าแรก  การดูแลรถยนต์




รถยนต์ Volkswagen นั้นมีแนวคิดที่จะจัดการนำเจ้า Passat เข้าสู่ตลาดทวีปอเมริกาเหนือภายในงานเปิดตัวอย่าง Detroit auto show ในอาทิตย์หน้าด้วยอัพเดทล่าสุดอย่าง “Passat Performance Concept” ซึ่งในปี 2012 มีบันทึกการขายด้วยจำนวนมากถึง 117,023 คันภายในประเทศ


แนวคิดนี้นั้นจะทำให้ข้างนอกตัวรถดูดีเป็นอย่างมากด้วย Concept การทำล้อแม็กซ์ขนาด 10 นิ้วแบบพิเศษ, พร้อมเซทอัพระบบท่อไอเสียแบบคู่, ไฟหน้าแบบ Bi-Xenon ที่มาพร้อมกับระบบ Front Lighting System (AFS) ช่วยเพิ่มความสว่างปิดท้ายด้วยไฟ LED ที่ไฟท้ายและฝาครอบกระจกที่ทำจาก carbon

และบางส่วนทีเผยออกไปนั่นคือสั่งที่ทาง VW นั้นยอมรับที่จะเปิดเผยแก่เรา แต่ที่เพิ่มมานั้นเป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้เครื่องยนต์ที่คุณนั้นจะพบกับเครื่องยนต์ EA888 ของโฟล์คสวาเกนรุ่นใหม่ขนาด 1.8 ลิตรแบบ turbocharged ขนาด 4 สูบที่ให้กำลัง 247 แรงม้าและใช้ระบบเกียร์แบบอัตโนมัติ 6 สปีด

ในส่วนของด้านช่วงล่างของตัวรถที่เป็นแบบสปอร์ตนั้นจะมาพร้อมกับระบบพวงมาลัยกลไฟฟ้าเพื่อเพิ่มการจัดการที่สมบูรณ์แบบและช่วยอัพเกรดประสิทธิภาพของเจ้ารถ Passat การตกแต่งภายในนั้นแม้เราไม่ได้เห็นมัน แต่จากการศึกษาองค์ประกอบจะพบว่าทาง VW จะใช้วัสดุภายในเป็นแบบคาร์บอนเหมือนผิวสัมผัสบนแผงหน้าปัด ด้วยการจับคู่คาร์บอนสไตล์สองสีบริเวณเบาะนั่งแบบหนังและด้านข้างของตัวรถ
VOLKSWAGEN

Volkswagen พร้อมเปิดตัว “Passat” ในงาน Detroit Show ด้วยกำลังเครื่องยนต์ 247 แรงม้า

rutchapong  |  at   07:42


รถยนต์ Volkswagen นั้นมีแนวคิดที่จะจัดการนำเจ้า Passat เข้าสู่ตลาดทวีปอเมริกาเหนือภายในงานเปิดตัวอย่าง Detroit auto show ในอาทิตย์หน้าด้วยอัพเดทล่าสุดอย่าง “Passat Performance Concept” ซึ่งในปี 2012 มีบันทึกการขายด้วยจำนวนมากถึง 117,023 คันภายในประเทศ


แนวคิดนี้นั้นจะทำให้ข้างนอกตัวรถดูดีเป็นอย่างมากด้วย Concept การทำล้อแม็กซ์ขนาด 10 นิ้วแบบพิเศษ, พร้อมเซทอัพระบบท่อไอเสียแบบคู่, ไฟหน้าแบบ Bi-Xenon ที่มาพร้อมกับระบบ Front Lighting System (AFS) ช่วยเพิ่มความสว่างปิดท้ายด้วยไฟ LED ที่ไฟท้ายและฝาครอบกระจกที่ทำจาก carbon

และบางส่วนทีเผยออกไปนั่นคือสั่งที่ทาง VW นั้นยอมรับที่จะเปิดเผยแก่เรา แต่ที่เพิ่มมานั้นเป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้เครื่องยนต์ที่คุณนั้นจะพบกับเครื่องยนต์ EA888 ของโฟล์คสวาเกนรุ่นใหม่ขนาด 1.8 ลิตรแบบ turbocharged ขนาด 4 สูบที่ให้กำลัง 247 แรงม้าและใช้ระบบเกียร์แบบอัตโนมัติ 6 สปีด

ในส่วนของด้านช่วงล่างของตัวรถที่เป็นแบบสปอร์ตนั้นจะมาพร้อมกับระบบพวงมาลัยกลไฟฟ้าเพื่อเพิ่มการจัดการที่สมบูรณ์แบบและช่วยอัพเกรดประสิทธิภาพของเจ้ารถ Passat การตกแต่งภายในนั้นแม้เราไม่ได้เห็นมัน แต่จากการศึกษาองค์ประกอบจะพบว่าทาง VW จะใช้วัสดุภายในเป็นแบบคาร์บอนเหมือนผิวสัมผัสบนแผงหน้าปัด ด้วยการจับคู่คาร์บอนสไตล์สองสีบริเวณเบาะนั่งแบบหนังและด้านข้างของตัวรถ


นับเป็นรถยนต์แบบ sports coupe ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว และคุณจะไม่ต้องแปลกใจที่ได้รู้ว่าในสัปดาห์นี้งานอย่าง Tokyo Auto Salon 2013 นั้นรถทุกคันจะถูกกลบด้วยรัศมีของเจ้า Toyota 86(Scion FR-S ใน North America) อย่างแน่นอน


ในส่วนของตัวอุปกรณ์เสริมของ Toyota’s แบบดั้งเดิมนั้นได้ทำงานเป็นวิสัยทัศน์ของตัวเองในรุ่นที่กำหนดอย่าง “coupe dubbed 86xStyle Cb” นั้นมีการผสมองค์ประกอบของการออกแบบแบบคลาสสิกและทันสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

สำหรับในส่วนที่มีการเปลี่ยนมากที่สุดคือการการเปลี่ยนแปลงการออกแบบบริเวณด้านหน้าของตัวรถที่ได้ออกแบบส่วนจมูกใหม่สำหรับเจ้า 86 คันนี้ และในส่วนท้ายของตัวรถนั้นจะมีการออกแบบไฟท้ายใหม่และนำสปอยเลอร์แบบ Lip มาใช้ รวมไปถึงเปลี่ยนกันชนและท่อไอเสียแบบใหม่

ปิดท้ายการออกแบบภายนอกด้วยการเพ้นท์สีสองรูปแบบและล้อแม็กซ์ของ BBS ขนาด 18 นิ้วที่ใช้ยางขนาด 215/45 ทางด้านหน้าและ 225/45 ทางด้านหลังตามลำดับ และในส่วนของห้องโดยสารนั้นถูกตกแต่งด้วยการใช้สีน้ำตาลเข้ม รวมไปถึงหนังแบบสีสะอาดตาที่เข้ามาตกแต่งในส่วนของแดชบอร์ดใหม่และส่วนพิเศษอื่นๆ
TOYOTA

Toyota ออกรถโฉมใหม่ “86xStyle Cb Concept” สปอร์ตซีดานสุดหรู

rutchapong  |  at   07:32


นับเป็นรถยนต์แบบ sports coupe ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว และคุณจะไม่ต้องแปลกใจที่ได้รู้ว่าในสัปดาห์นี้งานอย่าง Tokyo Auto Salon 2013 นั้นรถทุกคันจะถูกกลบด้วยรัศมีของเจ้า Toyota 86(Scion FR-S ใน North America) อย่างแน่นอน


ในส่วนของตัวอุปกรณ์เสริมของ Toyota’s แบบดั้งเดิมนั้นได้ทำงานเป็นวิสัยทัศน์ของตัวเองในรุ่นที่กำหนดอย่าง “coupe dubbed 86xStyle Cb” นั้นมีการผสมองค์ประกอบของการออกแบบแบบคลาสสิกและทันสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

สำหรับในส่วนที่มีการเปลี่ยนมากที่สุดคือการการเปลี่ยนแปลงการออกแบบบริเวณด้านหน้าของตัวรถที่ได้ออกแบบส่วนจมูกใหม่สำหรับเจ้า 86 คันนี้ และในส่วนท้ายของตัวรถนั้นจะมีการออกแบบไฟท้ายใหม่และนำสปอยเลอร์แบบ Lip มาใช้ รวมไปถึงเปลี่ยนกันชนและท่อไอเสียแบบใหม่

ปิดท้ายการออกแบบภายนอกด้วยการเพ้นท์สีสองรูปแบบและล้อแม็กซ์ของ BBS ขนาด 18 นิ้วที่ใช้ยางขนาด 215/45 ทางด้านหน้าและ 225/45 ทางด้านหลังตามลำดับ และในส่วนของห้องโดยสารนั้นถูกตกแต่งด้วยการใช้สีน้ำตาลเข้ม รวมไปถึงหนังแบบสีสะอาดตาที่เข้ามาตกแต่งในส่วนของแดชบอร์ดใหม่และส่วนพิเศษอื่นๆ


ถือเป็นระยะเวลาประมาณ 2 เดือนแล้วหลังจากงานแสดงรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่งานหนึ่งของปี 2012 อย่าง LA Auto Show ที่จบลงไปเมื่อปีที่แล้ว และล่าสุดนั้นทาง 2013 (2014 ในโฉม North America) Nissan GT-R นั้นก็ได้เข้าไปจัดจำหน่ายในยุโรปแล้ว 


ซึ่งดู ๆ แล้วมันอาจจะดูไม่แตกต่างกันกับแบบจำลองมากนัก แต่ภายใต้ฝากระโปรงนั้นก็มีเครื่องยนต์ขนาด 3.8 ลิตรแบบ V6 ซ่อนอยู่ ด้วยกำลังแรงม้า 545 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 627 Nm ปิดท้ายด้วยวาล์วสำหรับบายพาสเทอร์โบชาร์จเจอร์

ในส่วนของตัวถังรถนั้นก็ได้รับการเสริมความแกร่ง รวมไปถึงบริเวณแผงหน้าปัดที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งรวมไปถึงสปริงและบาร์ด้านหน้าที่ได้รับบการปรับปรุงเพื่อให้เสถียรภาพที่ดีขึ้นที่ความเร็วสูงและช่วงล่างที่ทำให้ได้รับความปลอดภัยมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเหล่านี้นั้นจะได้รับการดำเนินการหลังจากที่ Nissan’s Team GT-R ซึ่งดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะนั้นทำการทดสอบเจ้า GT-R ในสนามทดสอบรถ Nürburgring ชื่อดังเป็นเวลา 24 ชม. เพื่อศึกษาข้อมูลและเก็บข้อมูลต่างๆของตัวรถให้ได้มากที่สุด

ซึ่งผลดังกล่าวนั้นสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 (0-62 mph) ได้เวลาน้อยกว่ารุ่นเก่าอยู่ 0.1 วินาทีเหลือเพียงแค่ 2.7 วินาทีและ 2013 GT-R ยังทำเวลาในการวิ่งที่ Nordschleife ได้ภายในเวลา 7:18.6 นาที ซึ่งน้อยกว่ารถรุ่นเก่าของมันที่ทำได้ 7:21.0 นาที
Nissan GT-R

แรงกว่าเดิม! Nissan ทดสอบรถโฉมใหม่ “2013 GT-R” โฉมยุโรปทำเวลาเยี่ยม

rutchapong  |  at   07:29


ถือเป็นระยะเวลาประมาณ 2 เดือนแล้วหลังจากงานแสดงรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่งานหนึ่งของปี 2012 อย่าง LA Auto Show ที่จบลงไปเมื่อปีที่แล้ว และล่าสุดนั้นทาง 2013 (2014 ในโฉม North America) Nissan GT-R นั้นก็ได้เข้าไปจัดจำหน่ายในยุโรปแล้ว 


ซึ่งดู ๆ แล้วมันอาจจะดูไม่แตกต่างกันกับแบบจำลองมากนัก แต่ภายใต้ฝากระโปรงนั้นก็มีเครื่องยนต์ขนาด 3.8 ลิตรแบบ V6 ซ่อนอยู่ ด้วยกำลังแรงม้า 545 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 627 Nm ปิดท้ายด้วยวาล์วสำหรับบายพาสเทอร์โบชาร์จเจอร์

ในส่วนของตัวถังรถนั้นก็ได้รับการเสริมความแกร่ง รวมไปถึงบริเวณแผงหน้าปัดที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งรวมไปถึงสปริงและบาร์ด้านหน้าที่ได้รับบการปรับปรุงเพื่อให้เสถียรภาพที่ดีขึ้นที่ความเร็วสูงและช่วงล่างที่ทำให้ได้รับความปลอดภัยมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเหล่านี้นั้นจะได้รับการดำเนินการหลังจากที่ Nissan’s Team GT-R ซึ่งดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะนั้นทำการทดสอบเจ้า GT-R ในสนามทดสอบรถ Nürburgring ชื่อดังเป็นเวลา 24 ชม. เพื่อศึกษาข้อมูลและเก็บข้อมูลต่างๆของตัวรถให้ได้มากที่สุด

ซึ่งผลดังกล่าวนั้นสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 (0-62 mph) ได้เวลาน้อยกว่ารุ่นเก่าอยู่ 0.1 วินาทีเหลือเพียงแค่ 2.7 วินาทีและ 2013 GT-R ยังทำเวลาในการวิ่งที่ Nordschleife ได้ภายในเวลา 7:18.6 นาที ซึ่งน้อยกว่ารถรุ่นเก่าของมันที่ทำได้ 7:21.0 นาที


Toyota Altis E85 โตโยต้าเปิดตัวรถยนต์ โตโยต้า อัลติส ใหม่ สำหรับรุ่นปีล่าสุดโดยมีการติดตั้งเครื่องยนต์ที่สามารถรองรับพลังงานทาง เลือก E85 ให้กับรุ่น 1.8 ลิตร พร้อมทั้งปรับราคาลดลง ตามอัตราภาษีรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแก๊ซโซฮอล E85 Toyota Altis 2013 รุ่นปรับปรุงใหม่ 7 Wonder Speed พร้อม E85 เร้าใจ เต็มสมรรถนะกับCorolla Altis ใหม่ พร้อมดึง อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ซุปเปอร์สตาร์สาวมาเป็นพรีเซนเตอร์ ประกบคู่กับ โฬม พัชฏะ นามปาน ซึ่ง Toyota ให้เหตุผลในการดึง อั้ม พัชราภา มาเป็นพรีเซนเตอร์ Corolla Altis E85ใหม่ เพราะอั้ม เป็นดาราที่มีชื่อเสียงอย่างยาวนานเหมือนกับรถตระกูล Corolla ที่ได้รับความนิยมอย่างยาวนานเช่นกัน 


2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85

Toyota Altis ใหม่ สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล E85 ในรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร โดยได้มีการปรับเปลี่ยนวัสดุและชนิดสารเคลือบของอุปกรณ์ต่างๆ อาทิเช่น แหวนลูกสูบและลูกสูบ ท่อส่งน้ำมันเข้าหัวฉีดวาล์วและบ่าวาล์วของทั้งไอดีและไอเสีย หัวเทียน รวมทั้ง PCV วาล์ว เพื่อให้สามารถรองรับการใช้น้ำมัน แก๊สโซฮอล E85 ได้อย่างมั่นใจตามมาตรฐานจากโรงงานของ Toyota พร้อมกับได้รับสิทธิประโยชน์จากอัตราภาษีรถยนต์ที่ลดลง 

ราคา Toyota Altis รุ่น 2.0 V Navi ราคา 1,199,000 บาท

ราคา Toyota Altis รุ่น 2.0 V A/T ราคา 1,064,000 บาท

ราคา Toyota Altis รุ่น 2.0 G A/T ราคา 979,000 บาท

ราคา Toyota Altis รุ่น 1.8 G Navi (รุ่นเพิ่มเติม) ราคา 949,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.8 G A/T ราคา 899,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.8 E A/T ราคา 829,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.6 E CNG A/T ราคา 859,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.6 G A/T ราคา 819,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.6 J M/T ราคา 751,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น CNG M/T (Color) ราคา 756,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น CNG M/T ราคา 744,000 บาท


2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85

รูปลักษณ์ภายนอก
Toyota Altis E85 ตอบรับทุกความต้องการด้วยเทคโนโลยีจากโตโยต้า ที่พัฒนาเครื่องยนต์และอุปกรณ์รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างหลากหลาย (Flex Fuel) ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอลระหว่างร้อยละ 0-85 อาทิ แก๊สโซฮอล์ประเภท E10 E20 E85 หรือน้ำมันเบนซินทั่วไป (EO)ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอน้ำมันหมดถัง ก็สามารถเติมน้ำมันเหล่านี้ผสมกันเป็นสัดส่วนใดๆ ก็ได้อีกด้วย


2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85

รูปลักษณ์ภายใน
Toyota Altis E85 ใหม่ ห้องโดยสารกว้างขวาง ตกแต่งทันสมัย ดีไซน์สปอร์ตใหม่กว่า ด้วยเบาะหนังสีดำตอบรับสไตล์ที่เร้าใจยิ่งขึ้น

ที่มา www.thaicarnews.com
Toyota Altis E85

2013 Toyota Altis E85 ราคาโตโยต้าอัลติสใหม่

rutchapong  |  at   00:33


Toyota Altis E85 โตโยต้าเปิดตัวรถยนต์ โตโยต้า อัลติส ใหม่ สำหรับรุ่นปีล่าสุดโดยมีการติดตั้งเครื่องยนต์ที่สามารถรองรับพลังงานทาง เลือก E85 ให้กับรุ่น 1.8 ลิตร พร้อมทั้งปรับราคาลดลง ตามอัตราภาษีรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแก๊ซโซฮอล E85 Toyota Altis 2013 รุ่นปรับปรุงใหม่ 7 Wonder Speed พร้อม E85 เร้าใจ เต็มสมรรถนะกับCorolla Altis ใหม่ พร้อมดึง อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ซุปเปอร์สตาร์สาวมาเป็นพรีเซนเตอร์ ประกบคู่กับ โฬม พัชฏะ นามปาน ซึ่ง Toyota ให้เหตุผลในการดึง อั้ม พัชราภา มาเป็นพรีเซนเตอร์ Corolla Altis E85ใหม่ เพราะอั้ม เป็นดาราที่มีชื่อเสียงอย่างยาวนานเหมือนกับรถตระกูล Corolla ที่ได้รับความนิยมอย่างยาวนานเช่นกัน 


2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85

Toyota Altis ใหม่ สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล E85 ในรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร โดยได้มีการปรับเปลี่ยนวัสดุและชนิดสารเคลือบของอุปกรณ์ต่างๆ อาทิเช่น แหวนลูกสูบและลูกสูบ ท่อส่งน้ำมันเข้าหัวฉีดวาล์วและบ่าวาล์วของทั้งไอดีและไอเสีย หัวเทียน รวมทั้ง PCV วาล์ว เพื่อให้สามารถรองรับการใช้น้ำมัน แก๊สโซฮอล E85 ได้อย่างมั่นใจตามมาตรฐานจากโรงงานของ Toyota พร้อมกับได้รับสิทธิประโยชน์จากอัตราภาษีรถยนต์ที่ลดลง 

ราคา Toyota Altis รุ่น 2.0 V Navi ราคา 1,199,000 บาท

ราคา Toyota Altis รุ่น 2.0 V A/T ราคา 1,064,000 บาท

ราคา Toyota Altis รุ่น 2.0 G A/T ราคา 979,000 บาท

ราคา Toyota Altis รุ่น 1.8 G Navi (รุ่นเพิ่มเติม) ราคา 949,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.8 G A/T ราคา 899,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.8 E A/T ราคา 829,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.6 E CNG A/T ราคา 859,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.6 G A/T ราคา 819,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.6 J M/T ราคา 751,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น CNG M/T (Color) ราคา 756,000 บาท

ราคา โตโยต้า อัลติส รุ่น CNG M/T ราคา 744,000 บาท


2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85

รูปลักษณ์ภายนอก
Toyota Altis E85 ตอบรับทุกความต้องการด้วยเทคโนโลยีจากโตโยต้า ที่พัฒนาเครื่องยนต์และอุปกรณ์รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างหลากหลาย (Flex Fuel) ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอลระหว่างร้อยละ 0-85 อาทิ แก๊สโซฮอล์ประเภท E10 E20 E85 หรือน้ำมันเบนซินทั่วไป (EO)ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอน้ำมันหมดถัง ก็สามารถเติมน้ำมันเหล่านี้ผสมกันเป็นสัดส่วนใดๆ ก็ได้อีกด้วย


2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85
2013 Toyota Altis E85

รูปลักษณ์ภายใน
Toyota Altis E85 ใหม่ ห้องโดยสารกว้างขวาง ตกแต่งทันสมัย ดีไซน์สปอร์ตใหม่กว่า ด้วยเบาะหนังสีดำตอบรับสไตล์ที่เร้าใจยิ่งขึ้น

ที่มา www.thaicarnews.com


ประเทศอเมริกา ถือเป็นอีกตลาดรถยนต์ใหญ่ ในโลก ที่ค่ายรถยนต์ทั้งหลายต่างหมายมั่นปั้นมือในการที่จะทำให้รถยนต์ของตัวเองติดตลาดในปีนี้ ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมา ในอเมริกา ก็มีความเข้มงวดมากขึ้น ในการเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยของตัวรถ รวมถึงเรื่องราวของการประหยัดน้ำมันที่ดีมากยิ่งขึ้น ด้วย ซึ่งทำให้ค่ายรถยนต์หลายเจ้าลำบากไปตามๆกัน และในปีที่ผ่านมา เราลองมาดูสิว่า ค่ายไหน มีรถที่ถูกใจนำมา ซึ่งยอดขายมากที่สุดในรอบปี
อันดับที่ 10  Ford Escape

                ส่อแววว่าไทยจะปิ๋วสำหรับรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลางรุ่นใหม่ หลังมีแนวโน้มที่ค่าย ford  จะเน้นรถยนต์คอมแพ็คอเนกประสงค์ลงตลาดมากกว่า ในปีนี้ แต่ที่บ้านเกิดเมืองนอนของฟอร์ด เจ้า  Ford escape  ก็พุ่งทะยานเข้ามาด้วยยอดขาย 261,008 คัน เพิ่มจากปีที่แล้ว 2.6 %  แต่ทั้งที่มียอดมากกว่า แต่อันดับกลับตกจากอันดับ 5 มาในปีที่ผ่านมา

อันดับที่ 9  Honda CR-V
                ปีที่แล้วเงียบเชียบ สำหรับอเนกประสงค์จากค่ายฮอนด้า จนไม่ติดอันดับ แต่ในปีที่ผ่านมา ค่ายรถยนต์  Honda  ก็ยิ้มออก เมื่อ CR-V  ใหม่ พายอดพุ่งถึง 29% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ ทำให้มียอดขายกว่า 281,622 คัน ในปีที่ผ่านมา
 อันดับที่ 8  Toyota Corolla  
                ยังคงเส้นคงวากับ คอมแพ็คคาร์จากค่ายรถยนต์เจ้านี้ที่ปีที่ผานมา สามารถตอบโจทย์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะไม่ได้มีอะไรใหม่ แต่ก็ยังคงที่ในตำแหน่งด้วยยอดขาย 290,947 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 21.1 %
อันดับที่ 7  Ram Truck
                กระบะค่ายนี้ยังเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง กับ Ram และในปีที่ผ่านมา ก็ยังรักษาตำแหน่งเดิมเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายกว่า 293,363 คัน เพิ่มขึ้น 19.9 % จากปีที่ผ่านมา
อันดับที่ 6 Nissan altima
                ปรับโฉมไปแล้วในอเมริกา และมันมีแนวโน้มมาวางจำหน่ายในประเทศไทย ที่จะเริ่มขึ้นอีกไม่ช้านี้ โดยรถยนต์ Nissan Altima  ใหม่ ถลาตัวเข้าสู่อันดับที่ 6 ด้วยยอดขาย 302,934 คัน มากกว่า ในปีที่ผ่านมา ถึง 12.6% แต่ ถึงจะดูมากขึ้น แต่มันก็กลับมีอันดับที่ลดลงจากปีที่ผ่านมา
อันดับที่ 5 Honda Civic
                อาจจะโดนกระแสวิพากษ์อย่างหนัก แต่  Honda civic ก็เป็นที่กล่าวถึงอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา ด้วยความนิยมที่เป็นทุนเดิม ทำให้เมื่อเปิดตัวรุ่นใหม่มีการไต่อันดับขึ้นมาจนติดในอันดับที่ 5 และเป็นรถยนต์ที่ยอดโตสูงสุดในอันดับรถยนตืที่ขายดีที่สุดในอเมริกา ด้วยอัตราเพิ่มขึ้น 43.7 % เลยทีเดียว
อันดับที่ 4 Honda Accord
                มาเป็นอันดับที่ 4 ในปีนี้ และนั่นทำให้ ในท๊อปลิสของ อเมริกา มีฮอนด้าเกือบจะครบไลน์เลยทีเดียวด้วย ยอดจำหน่ายสูงสุด 331,872 คัน และมีอัตราเติบโตที่เพิ่มขึ้นถึง 40.8% ไต่อันดับขึ้นมาถึง 5 อันดับ จากปีที่แล้ว

อันดับที่ 3 Toyota Camry
                ยังติดลมบนเช่นเดิมสำหรับ  Toyota Camry  ส่วนหนึ่งมีการพูดถึงว่าคนตั้งใจรอรุ่นใหม่มากกว่า หลังจากที่รุ่นเก่าเจอปัญหาคันเร่งค้างและมันก็มาอยู่ในอันดับที่ 3  ด้วยยอดขาย 404,886 หรือเพิ่มขึ้น 31.2 %  อาจจะน้อยกว่าคู่แข่ง แต่ก็ดีที่รักษาตำแหน่งในอันดับนี้ไว้ได้
อันดับที่ 2  Chevrolet Silverado
                อันดับที่ 2 เป็นกระบะม้าใช้จากค่ายโบว์ไทน์ ที่เข้ามาด้วยความนิยมของมันที่ยังรักษาไว้ได้อย่างงดงามด้วยยอดขาย 418,312 คัน เมื่อปีที่ผ่านมา และมีอัตราเติบโตน้อยมากเพียง 0.8% เท่านั้น
อันดับที่ 1  Ford F-Series
                อันดับที่ 1 ปีนี้ยังคงเป็นแชมป์เก่าจากเมื่อปีที่แล้วกับกระบะพันธุ์แกร่งจากค่าย Ford  ในตระกูล F-Series  ที่รักษาความเป็นแชมป์ได้ดี ยิ่งมีการแนะนำเครื่องยนต์ใหม่เข้ามาพร้อมกันด้วย  ทำให้ยอดขายปีนี้ โตถึง 10.3 % ด้วยยอดขาย 646,316 คัน ในปีที่ผ่านมา
            แม้รถบางรุ่นในอเมริกาจะไม่ได้มีวางจำหน่ายในประเทศไทย แต่จากยอดขายในอเมริกา ก็พอชี้วัดได้ว่ารถยนต์รุ่นไหนมีดีในตัว เพราะ คุณภาพคือเรื่องสำคัญในอเมริกา
ที่มา auto.sanook.com
รถยนต์ใหม่

10 รถขายดีในอเมริกา คันไหนบ้างถูกใจขาซิ่งเมืองลุงแซม

rutchapong  |  at   00:24


ประเทศอเมริกา ถือเป็นอีกตลาดรถยนต์ใหญ่ ในโลก ที่ค่ายรถยนต์ทั้งหลายต่างหมายมั่นปั้นมือในการที่จะทำให้รถยนต์ของตัวเองติดตลาดในปีนี้ ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมา ในอเมริกา ก็มีความเข้มงวดมากขึ้น ในการเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยของตัวรถ รวมถึงเรื่องราวของการประหยัดน้ำมันที่ดีมากยิ่งขึ้น ด้วย ซึ่งทำให้ค่ายรถยนต์หลายเจ้าลำบากไปตามๆกัน และในปีที่ผ่านมา เราลองมาดูสิว่า ค่ายไหน มีรถที่ถูกใจนำมา ซึ่งยอดขายมากที่สุดในรอบปี
อันดับที่ 10  Ford Escape

                ส่อแววว่าไทยจะปิ๋วสำหรับรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลางรุ่นใหม่ หลังมีแนวโน้มที่ค่าย ford  จะเน้นรถยนต์คอมแพ็คอเนกประสงค์ลงตลาดมากกว่า ในปีนี้ แต่ที่บ้านเกิดเมืองนอนของฟอร์ด เจ้า  Ford escape  ก็พุ่งทะยานเข้ามาด้วยยอดขาย 261,008 คัน เพิ่มจากปีที่แล้ว 2.6 %  แต่ทั้งที่มียอดมากกว่า แต่อันดับกลับตกจากอันดับ 5 มาในปีที่ผ่านมา

อันดับที่ 9  Honda CR-V
                ปีที่แล้วเงียบเชียบ สำหรับอเนกประสงค์จากค่ายฮอนด้า จนไม่ติดอันดับ แต่ในปีที่ผ่านมา ค่ายรถยนต์  Honda  ก็ยิ้มออก เมื่อ CR-V  ใหม่ พายอดพุ่งถึง 29% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ ทำให้มียอดขายกว่า 281,622 คัน ในปีที่ผ่านมา
 อันดับที่ 8  Toyota Corolla  
                ยังคงเส้นคงวากับ คอมแพ็คคาร์จากค่ายรถยนต์เจ้านี้ที่ปีที่ผานมา สามารถตอบโจทย์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะไม่ได้มีอะไรใหม่ แต่ก็ยังคงที่ในตำแหน่งด้วยยอดขาย 290,947 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 21.1 %
อันดับที่ 7  Ram Truck
                กระบะค่ายนี้ยังเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง กับ Ram และในปีที่ผ่านมา ก็ยังรักษาตำแหน่งเดิมเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายกว่า 293,363 คัน เพิ่มขึ้น 19.9 % จากปีที่ผ่านมา
อันดับที่ 6 Nissan altima
                ปรับโฉมไปแล้วในอเมริกา และมันมีแนวโน้มมาวางจำหน่ายในประเทศไทย ที่จะเริ่มขึ้นอีกไม่ช้านี้ โดยรถยนต์ Nissan Altima  ใหม่ ถลาตัวเข้าสู่อันดับที่ 6 ด้วยยอดขาย 302,934 คัน มากกว่า ในปีที่ผ่านมา ถึง 12.6% แต่ ถึงจะดูมากขึ้น แต่มันก็กลับมีอันดับที่ลดลงจากปีที่ผ่านมา
อันดับที่ 5 Honda Civic
                อาจจะโดนกระแสวิพากษ์อย่างหนัก แต่  Honda civic ก็เป็นที่กล่าวถึงอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา ด้วยความนิยมที่เป็นทุนเดิม ทำให้เมื่อเปิดตัวรุ่นใหม่มีการไต่อันดับขึ้นมาจนติดในอันดับที่ 5 และเป็นรถยนต์ที่ยอดโตสูงสุดในอันดับรถยนตืที่ขายดีที่สุดในอเมริกา ด้วยอัตราเพิ่มขึ้น 43.7 % เลยทีเดียว
อันดับที่ 4 Honda Accord
                มาเป็นอันดับที่ 4 ในปีนี้ และนั่นทำให้ ในท๊อปลิสของ อเมริกา มีฮอนด้าเกือบจะครบไลน์เลยทีเดียวด้วย ยอดจำหน่ายสูงสุด 331,872 คัน และมีอัตราเติบโตที่เพิ่มขึ้นถึง 40.8% ไต่อันดับขึ้นมาถึง 5 อันดับ จากปีที่แล้ว

อันดับที่ 3 Toyota Camry
                ยังติดลมบนเช่นเดิมสำหรับ  Toyota Camry  ส่วนหนึ่งมีการพูดถึงว่าคนตั้งใจรอรุ่นใหม่มากกว่า หลังจากที่รุ่นเก่าเจอปัญหาคันเร่งค้างและมันก็มาอยู่ในอันดับที่ 3  ด้วยยอดขาย 404,886 หรือเพิ่มขึ้น 31.2 %  อาจจะน้อยกว่าคู่แข่ง แต่ก็ดีที่รักษาตำแหน่งในอันดับนี้ไว้ได้
อันดับที่ 2  Chevrolet Silverado
                อันดับที่ 2 เป็นกระบะม้าใช้จากค่ายโบว์ไทน์ ที่เข้ามาด้วยความนิยมของมันที่ยังรักษาไว้ได้อย่างงดงามด้วยยอดขาย 418,312 คัน เมื่อปีที่ผ่านมา และมีอัตราเติบโตน้อยมากเพียง 0.8% เท่านั้น
อันดับที่ 1  Ford F-Series
                อันดับที่ 1 ปีนี้ยังคงเป็นแชมป์เก่าจากเมื่อปีที่แล้วกับกระบะพันธุ์แกร่งจากค่าย Ford  ในตระกูล F-Series  ที่รักษาความเป็นแชมป์ได้ดี ยิ่งมีการแนะนำเครื่องยนต์ใหม่เข้ามาพร้อมกันด้วย  ทำให้ยอดขายปีนี้ โตถึง 10.3 % ด้วยยอดขาย 646,316 คัน ในปีที่ผ่านมา
            แม้รถบางรุ่นในอเมริกาจะไม่ได้มีวางจำหน่ายในประเทศไทย แต่จากยอดขายในอเมริกา ก็พอชี้วัดได้ว่ารถยนต์รุ่นไหนมีดีในตัว เพราะ คุณภาพคือเรื่องสำคัญในอเมริกา
ที่มา auto.sanook.com

เมื่อพูดถึงค่ายรถยนต์จากแดนน้ำหอม คงไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์รยนต์ในนามว่า Peugeot ที่ในปีที่ผ่านมาก็สร้างผลงานไว้มากมาย และในปีใหม่นี้ ก็กำลังจะมีการแนะนำรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นใหม่วางจำหน่ายในตลาดยุโรป
All-New Peugeot 2008

การเตรียมแนะนำรถยนต์รุ่นนี้เป็นไปตามความคาดหมายหลังจากที่เป็นข่าวคราวกันมานาน ในที่สุดค่ายรถยนต์แดนแฟชั่นรายนี้ก็เปิดภาพว่าที่รถยนต์รุ่นใหม่ออกมาอย่างเป็นทางการ โดยเชื่อว่า อาจจะมีการส่งเข้างานโชว์ในภูมิภาคที่จะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้า
All-New Peugeot 2008 อาจจะเป็นรถยนต์อีกรุ่นที่มีแนวโน้มเข้าในตลาดหลายประเทศที่รถยนต์อเนกประสงค์ได้รับความนิยมสูง รวมถึงบ้านเรา ในฐานะรถอเนกประสงค์ขนาดกระทัดรัดที่ลงตัวในการออกแบบด้วยเส้นสายแบบใหม่ โดยมันจะเป็นคู่แข่งของรถยนต์หลายรุ่น หลังรถอเนกประสงค์กลุ่มนี้เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นตามลำดับในตลาดปัจจุบัน
เรือนร่างที่ถูกแนะนำภายใต้ขนาดความยาว 4,140 ม.ม. กว้าง 1,740 ม.ม. ถือเป็นขนาดที่กำลังพอเหมาะทั้งในการใช้งานในเขตเมืองหรือจะออกท่องโลกกว้าง โดยตามรายละเอียดที่เคยเปิดตัวออกมาในการศึกษาความเป็นไปได้นั้น เผยว่าจะมีทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ให้เลือก รวมถึงในรุ่นท๊อปสุดนั้นจะเป็นเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เทอร์โบให้กำลัง 154 แรงม้า โดยรถยนต์ All-New Peugeot 2008 ใหม่นี้ มีแผนในการจะผลิตใน 3 โรงงานสำคัญของเปอร์โย ทั้งในฝรั่งเศส บราซิล และในบ้านใกล้เรือนเคียงบ้านเราอย่างจีนด้วย
สำหรับกำหนดการในการเปิดตัวเจ้ารถยนต์อเนกระสงค์รุ่นนี้มีความเป็นไปได้สูงที่มันจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Geneva Motor Show 2013 ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม ส่วนตัวจริงนี้จะมีอะไรน่าสนใจ บอกได้เลยว่า คันนี้น่าติดตาม
All-New Peugeot 2008

ภาพแรกว่าที่รถอเนกประสงค์ All-New Peugeot

rutchapong  |  at   00:18

เมื่อพูดถึงค่ายรถยนต์จากแดนน้ำหอม คงไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์รยนต์ในนามว่า Peugeot ที่ในปีที่ผ่านมาก็สร้างผลงานไว้มากมาย และในปีใหม่นี้ ก็กำลังจะมีการแนะนำรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นใหม่วางจำหน่ายในตลาดยุโรป
All-New Peugeot 2008

การเตรียมแนะนำรถยนต์รุ่นนี้เป็นไปตามความคาดหมายหลังจากที่เป็นข่าวคราวกันมานาน ในที่สุดค่ายรถยนต์แดนแฟชั่นรายนี้ก็เปิดภาพว่าที่รถยนต์รุ่นใหม่ออกมาอย่างเป็นทางการ โดยเชื่อว่า อาจจะมีการส่งเข้างานโชว์ในภูมิภาคที่จะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้า
All-New Peugeot 2008 อาจจะเป็นรถยนต์อีกรุ่นที่มีแนวโน้มเข้าในตลาดหลายประเทศที่รถยนต์อเนกประสงค์ได้รับความนิยมสูง รวมถึงบ้านเรา ในฐานะรถอเนกประสงค์ขนาดกระทัดรัดที่ลงตัวในการออกแบบด้วยเส้นสายแบบใหม่ โดยมันจะเป็นคู่แข่งของรถยนต์หลายรุ่น หลังรถอเนกประสงค์กลุ่มนี้เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นตามลำดับในตลาดปัจจุบัน
เรือนร่างที่ถูกแนะนำภายใต้ขนาดความยาว 4,140 ม.ม. กว้าง 1,740 ม.ม. ถือเป็นขนาดที่กำลังพอเหมาะทั้งในการใช้งานในเขตเมืองหรือจะออกท่องโลกกว้าง โดยตามรายละเอียดที่เคยเปิดตัวออกมาในการศึกษาความเป็นไปได้นั้น เผยว่าจะมีทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ให้เลือก รวมถึงในรุ่นท๊อปสุดนั้นจะเป็นเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เทอร์โบให้กำลัง 154 แรงม้า โดยรถยนต์ All-New Peugeot 2008 ใหม่นี้ มีแผนในการจะผลิตใน 3 โรงงานสำคัญของเปอร์โย ทั้งในฝรั่งเศส บราซิล และในบ้านใกล้เรือนเคียงบ้านเราอย่างจีนด้วย
สำหรับกำหนดการในการเปิดตัวเจ้ารถยนต์อเนกระสงค์รุ่นนี้มีความเป็นไปได้สูงที่มันจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Geneva Motor Show 2013 ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม ส่วนตัวจริงนี้จะมีอะไรน่าสนใจ บอกได้เลยว่า คันนี้น่าติดตาม


กรังด์ปรีซ์ฯ ทุ่มงบรางวัลกว่า 1 ล้านบาท ประเดิมศักราชใหม่ ในกิจกรรม “มิสมอเตอร์โชว์ 2013” พร้อมเปิดรับสมัครสาวมั่น วัยใส ตั้งแต่วันนี้ – 2 กุมภาพันธ์ 2556


บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ประเดิมกิจกรรมแรกของปีอย่างเป็นทางการด้วยการเปิดรับสมัคร หญิงสาวที่มีความโดดเด่น กล้าแสดงออก มั่นใจ มีปฏิภาณไหวพริบ เฉลียวฉลาด และเป็นคนรุ่นใหม่ เข้าร่วมการประกวดชิงตำแหน่ง “มิสมอเตอร์โชว์ 2013” เพื่อเป็นตัวแทนประชาสัมพันธ์การจัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34” งานระดับชาติ ที่รู้จักกันทั่วโลก โดยจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2556 นี้ ณ ชาเลนเจอร์ฮอล อิมแพค เมืองทองธานี

หลังจากห่างหายกันมา 1 ปีกับเวทีการประกวด “มิสมอเตอร์โชว์” ด้วยเหตุอุทกภัยน้ำท่วมจนบิ๊กบอส ค่ายกรังด์ปรีซ์ฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้งดการประกวดที่ต้องมีขึ้นในปี 2555 เพื่อเป็นการสนับสนุนให้น้องๆ มุ่งเน้นหนักกับการศึกษา หลังจากที่สูญเสียโอกาสไป จากเหตุน้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมา

มิสมอเตอร์โชว์ 2013
มิสมอเตอร์โชว์ 2013

สำหรับปี 2556 ที่จะถึงนี้ เวทีแห่งมิตรภาพ สื่อกลางแห่งการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ พร้อมโอกาสก้าวสู่วงการบันเทิง ในกิจกรรม “มิสมอเตอร์โชว์ 2013” เปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ – 2 กุมภาพันธ์ 2556 เพียงแค่สาวใดมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

1. เพศหญิง อายุระหว่าง 16-22 ปี

2. ส่วนสูง 165 ซม. ขึ้นไป

3. การศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่าขึ้นไป

4. บุคลิกภาพดี กล้าแสดงออก

เตรียมเอกสารมาสมัครด่วน

1. รูปถ่ายเต็มตัวขนาด 6 x 4 นิ้ว 1 รูป

2. รูปถ่ายขนาดหน้าตรง 6 x 4 นิ้ว 1 รูป

3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

4. สำเนาบัตรประจำตัวนักศึกษา

5. ค่าสมัคร 400 บาท

มิสมอเตอร์โชว์ 2013
มิสมอเตอร์โชว์ 2013

ด้านนายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และรองประธานจัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” กล่าวว่า “งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ซึ่ง ถือเป็นงานมอเตอร์โชว์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียและยังได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติอีกด้วย ส่งเสริมชื่อเสียงและสร้างภาพลักษณ์อันดีของประเทศไทยเป็นที่รู้จักทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนการประกวดมิสมอเตอร์โชว์เองก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของงานที่สร้างสีสันได้อย่างมากควบคู่กับการจัดงาน “มอเตอร์โชว์” มาเป็นระยะเวลาต่อเนื่องโดยปีนี้เป็นปีที่ 18 แล้ว ไม่นับรวมที่งดการประกวดจากเหตุอุทกภัยที่ผ่านมา สำหรับผู้ที่ได้รับตำแหน่ง มิสมอเตอร์โชว์ นั้นจะทำหน้าที่เป็นประชาสัมพันธ์พิเศษ ในการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร เกี่ยวกับงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2013” และเวทีแห่งนี้เป็นเวทีที่เปิดกว้างทั่วประเทศ เพื่อคัดสรร น้องๆมาดำรงตำแหน่งอันทรงเกีรยตินี้ ผมในฐานะรองประธานการจัดงานฯ จึงอยากขอเชิญน้องๆ มาสมัครร่วมประกวด มิสมอเตอร์โชว์ 2013 เพื่อจะได้ใช้ความสามารถที่มีอยู่ของน้องๆอย่างมีคุณค่า และยังได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ อีกทั้งเป็นการสร้างชื่อเสียงมาสู่รั้วสถาบัน และครอบครัว ในระดับประเทศอีกด้วยครับ”

มิสมอเตอร์โชว์ 2013
มิสมอเตอร์โชว์ 2013

สำหรับสาวสวยที่สนใจสามารถสมัครด้วยตนเองได้ที่ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ (ประกวดมิสมอเตอร์โชว์ 2013) วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 9.00 – 17.00 น. ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556 หรือ ส่งคลิปวีดีโอแนะนำตัว ความยาวไม่เกิน 40 วินาที มาที่อีเมล์ missmotorshow@gmail.com โดยดูรายละเอียดการส่งคลิปวีดีโอได้ที่ www.missmotorshowthailand.com ทุกคลิปลุ้นสิทธิ์เป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ประจำ ตลอด 14 วันของงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34” หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-971-6450, 02-522-1731-8 (ต่อ 204, 467) หรือ 091-494-2998

รถยนต์

กรังด์ปรีซ์ฯ ทุ่มงบรางวัลกว่า 1 ล้านบาท ประเดิมศักราชใหม่ ในกิจกรรม “มิสมอเตอร์โชว์ 2013”

rutchapong  |  at   22:42


กรังด์ปรีซ์ฯ ทุ่มงบรางวัลกว่า 1 ล้านบาท ประเดิมศักราชใหม่ ในกิจกรรม “มิสมอเตอร์โชว์ 2013” พร้อมเปิดรับสมัครสาวมั่น วัยใส ตั้งแต่วันนี้ – 2 กุมภาพันธ์ 2556


บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ประเดิมกิจกรรมแรกของปีอย่างเป็นทางการด้วยการเปิดรับสมัคร หญิงสาวที่มีความโดดเด่น กล้าแสดงออก มั่นใจ มีปฏิภาณไหวพริบ เฉลียวฉลาด และเป็นคนรุ่นใหม่ เข้าร่วมการประกวดชิงตำแหน่ง “มิสมอเตอร์โชว์ 2013” เพื่อเป็นตัวแทนประชาสัมพันธ์การจัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34” งานระดับชาติ ที่รู้จักกันทั่วโลก โดยจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2556 นี้ ณ ชาเลนเจอร์ฮอล อิมแพค เมืองทองธานี

หลังจากห่างหายกันมา 1 ปีกับเวทีการประกวด “มิสมอเตอร์โชว์” ด้วยเหตุอุทกภัยน้ำท่วมจนบิ๊กบอส ค่ายกรังด์ปรีซ์ฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้งดการประกวดที่ต้องมีขึ้นในปี 2555 เพื่อเป็นการสนับสนุนให้น้องๆ มุ่งเน้นหนักกับการศึกษา หลังจากที่สูญเสียโอกาสไป จากเหตุน้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมา

มิสมอเตอร์โชว์ 2013
มิสมอเตอร์โชว์ 2013

สำหรับปี 2556 ที่จะถึงนี้ เวทีแห่งมิตรภาพ สื่อกลางแห่งการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ พร้อมโอกาสก้าวสู่วงการบันเทิง ในกิจกรรม “มิสมอเตอร์โชว์ 2013” เปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ – 2 กุมภาพันธ์ 2556 เพียงแค่สาวใดมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

1. เพศหญิง อายุระหว่าง 16-22 ปี

2. ส่วนสูง 165 ซม. ขึ้นไป

3. การศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่าขึ้นไป

4. บุคลิกภาพดี กล้าแสดงออก

เตรียมเอกสารมาสมัครด่วน

1. รูปถ่ายเต็มตัวขนาด 6 x 4 นิ้ว 1 รูป

2. รูปถ่ายขนาดหน้าตรง 6 x 4 นิ้ว 1 รูป

3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

4. สำเนาบัตรประจำตัวนักศึกษา

5. ค่าสมัคร 400 บาท

มิสมอเตอร์โชว์ 2013
มิสมอเตอร์โชว์ 2013

ด้านนายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และรองประธานจัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” กล่าวว่า “งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ซึ่ง ถือเป็นงานมอเตอร์โชว์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียและยังได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติอีกด้วย ส่งเสริมชื่อเสียงและสร้างภาพลักษณ์อันดีของประเทศไทยเป็นที่รู้จักทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนการประกวดมิสมอเตอร์โชว์เองก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของงานที่สร้างสีสันได้อย่างมากควบคู่กับการจัดงาน “มอเตอร์โชว์” มาเป็นระยะเวลาต่อเนื่องโดยปีนี้เป็นปีที่ 18 แล้ว ไม่นับรวมที่งดการประกวดจากเหตุอุทกภัยที่ผ่านมา สำหรับผู้ที่ได้รับตำแหน่ง มิสมอเตอร์โชว์ นั้นจะทำหน้าที่เป็นประชาสัมพันธ์พิเศษ ในการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร เกี่ยวกับงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2013” และเวทีแห่งนี้เป็นเวทีที่เปิดกว้างทั่วประเทศ เพื่อคัดสรร น้องๆมาดำรงตำแหน่งอันทรงเกีรยตินี้ ผมในฐานะรองประธานการจัดงานฯ จึงอยากขอเชิญน้องๆ มาสมัครร่วมประกวด มิสมอเตอร์โชว์ 2013 เพื่อจะได้ใช้ความสามารถที่มีอยู่ของน้องๆอย่างมีคุณค่า และยังได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ อีกทั้งเป็นการสร้างชื่อเสียงมาสู่รั้วสถาบัน และครอบครัว ในระดับประเทศอีกด้วยครับ”

มิสมอเตอร์โชว์ 2013
มิสมอเตอร์โชว์ 2013

สำหรับสาวสวยที่สนใจสามารถสมัครด้วยตนเองได้ที่ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ (ประกวดมิสมอเตอร์โชว์ 2013) วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 9.00 – 17.00 น. ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556 หรือ ส่งคลิปวีดีโอแนะนำตัว ความยาวไม่เกิน 40 วินาที มาที่อีเมล์ missmotorshow@gmail.com โดยดูรายละเอียดการส่งคลิปวีดีโอได้ที่ www.missmotorshowthailand.com ทุกคลิปลุ้นสิทธิ์เป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ประจำ ตลอด 14 วันของงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34” หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-971-6450, 02-522-1731-8 (ต่อ 204, 467) หรือ 091-494-2998


Carbon Motors TX7 รถปฏิบัติการสุดยอดเอนกประสงค์


นับเป็นช่องทางที่สดใส สำหรับการมุ่งเน้นตลาดเฉพาะด้าน อย่างเช่นในกลุ่มประเภทของรถยนต์ที่ใช้งานในราชการ หน่วยงานองค์กร ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการช่วยเหลือกู้ภัย หรือตรวจจับ และลาดตะเวน หรือแม้แต่ใช้ในการ เข้าปะทะหรือติดตามจับกุม

ซึ่งในช่องทางเหล่านี้ทางบริษัท Carbon Motors บริษัทรถสายพัณธ์สหรัฐอเมริกา นั้นเองก็ได้ทุ่มเทพัฒนา ที่จะเป็นผู้นำของการผลิตรถ เพื่อการใช้งานในวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น และมีแนวโน้มที่จะสามารถขยายความนิยมและการยอมรับ ในคุณภาพของรถปฏิบัติการ จากบริษัทค่ายนี้มากขึ้นไปทุกที ในกระแสของวงการ โดยเฉพาะจากชื่อเสียงในรถรุ่นก่อนๆของทางบริษัท อย่างเช่น E7 Pursuit  and Surveillance และแม้ว่าในครั้งนั้น อาจจะไม่สามารถจำหน่ายได้ในยอดตามเป้าที่วางไว้

แต่ก็ถือเป็นกระแสที่ดีและมีการจับจองจากหน่วยงานต่างๆกันอย่างมากมาย โดยวิเคราะกันว่าสาเหตุที่ทำได้ไม่ถึงตามยอด จำหน่ายนั้น อาจเนื่องมาจากว่า ราคาที่ตั้งเอาไว้นั้นสูงเกินไป โดยทางบริษัทมั่นใจว่าหากสามารถ ทำรถในรุ่นต่อ ไปที่สามารถตั้งราคาให้ถูกลงได้นั้น มีแนวโน้มที่จะได้รับการตอบรับได้ตามเป้าที่วางเอาไว้อย่างแน่นอน

และล่าสุดนี้ ทางบริษัท Carbon Motors ก็ได้นำรถรุ่นใหม่ที่สุดยอดยิ่งกว่าความเอนกประสงค์ธรรมดา เพราะ สามารถใช้ในงานที่หลากหลาย และปรับเปลี่ยนโฉมภายในได้ตามลักษณะของงาน เรียกได้ว่าแปรงร่างกันได้หลายโฉมเลยทีเดียว ในชื่อของรถรุ่นใหม่ที่ชื่อรุ่นว่า Carbon Motors TX7 ซึ่งนอกจากจะมีความเอนกประสงค์อยู่ อย่างเต็มเปี่ยมแล้ว สำหรับในแง่ของความแข็งแกร่งนั้นก็มีอย่างล้นเหลือ

ด้วยตัวถังของ ที่ยาวถึง 6.9 เมตร ที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังมีระบบเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างครบครัน เช่นระบบตรวจจับอินฟราเรด ระบบแสกนตรวจหาอาวุธอาณุภาพรุนแรง และระบบตรวจจับความร้อนตรวจจับได้ทั้งกัมมันตภาพรังสีและเคมี ชีวภาพ รวมไปถึงยังทำได้ถึงขนาดที่มีระบบป้องกันขีปนาวุธ ที่มีระดับ เรเวล3a ได้อีกด้วย

โดยจะจัดจำหน่ายในลักษณะที่เปิดให้หน่วยงานต่างๆ เข้ามาจองเอาไว้และจะเริ่มผลิต ส่งโดยจะเริ่มขึ้นในช่วง ปลายปี 2013 นี้ เป็นที่น่าสนใจสำหรับพื้นที่ต่างๆ ที่มีความเสี่ยงสูง และน่าจะเกิดประโยชน์เป็นอย่างมากโดย เฉพาะหากคิดเล่นๆเล่นๆ ว่าได้นำมาใช้ที่ภาคใต้บ้านเรา

รถยนต์ใหม่

Carbon Motors TX7 รถปฏิบัติการสุดยอดเอนกประสงค์

rutchapong  |  at   22:37


Carbon Motors TX7 รถปฏิบัติการสุดยอดเอนกประสงค์


นับเป็นช่องทางที่สดใส สำหรับการมุ่งเน้นตลาดเฉพาะด้าน อย่างเช่นในกลุ่มประเภทของรถยนต์ที่ใช้งานในราชการ หน่วยงานองค์กร ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการช่วยเหลือกู้ภัย หรือตรวจจับ และลาดตะเวน หรือแม้แต่ใช้ในการ เข้าปะทะหรือติดตามจับกุม

ซึ่งในช่องทางเหล่านี้ทางบริษัท Carbon Motors บริษัทรถสายพัณธ์สหรัฐอเมริกา นั้นเองก็ได้ทุ่มเทพัฒนา ที่จะเป็นผู้นำของการผลิตรถ เพื่อการใช้งานในวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น และมีแนวโน้มที่จะสามารถขยายความนิยมและการยอมรับ ในคุณภาพของรถปฏิบัติการ จากบริษัทค่ายนี้มากขึ้นไปทุกที ในกระแสของวงการ โดยเฉพาะจากชื่อเสียงในรถรุ่นก่อนๆของทางบริษัท อย่างเช่น E7 Pursuit  and Surveillance และแม้ว่าในครั้งนั้น อาจจะไม่สามารถจำหน่ายได้ในยอดตามเป้าที่วางไว้

แต่ก็ถือเป็นกระแสที่ดีและมีการจับจองจากหน่วยงานต่างๆกันอย่างมากมาย โดยวิเคราะกันว่าสาเหตุที่ทำได้ไม่ถึงตามยอด จำหน่ายนั้น อาจเนื่องมาจากว่า ราคาที่ตั้งเอาไว้นั้นสูงเกินไป โดยทางบริษัทมั่นใจว่าหากสามารถ ทำรถในรุ่นต่อ ไปที่สามารถตั้งราคาให้ถูกลงได้นั้น มีแนวโน้มที่จะได้รับการตอบรับได้ตามเป้าที่วางเอาไว้อย่างแน่นอน

และล่าสุดนี้ ทางบริษัท Carbon Motors ก็ได้นำรถรุ่นใหม่ที่สุดยอดยิ่งกว่าความเอนกประสงค์ธรรมดา เพราะ สามารถใช้ในงานที่หลากหลาย และปรับเปลี่ยนโฉมภายในได้ตามลักษณะของงาน เรียกได้ว่าแปรงร่างกันได้หลายโฉมเลยทีเดียว ในชื่อของรถรุ่นใหม่ที่ชื่อรุ่นว่า Carbon Motors TX7 ซึ่งนอกจากจะมีความเอนกประสงค์อยู่ อย่างเต็มเปี่ยมแล้ว สำหรับในแง่ของความแข็งแกร่งนั้นก็มีอย่างล้นเหลือ

ด้วยตัวถังของ ที่ยาวถึง 6.9 เมตร ที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังมีระบบเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างครบครัน เช่นระบบตรวจจับอินฟราเรด ระบบแสกนตรวจหาอาวุธอาณุภาพรุนแรง และระบบตรวจจับความร้อนตรวจจับได้ทั้งกัมมันตภาพรังสีและเคมี ชีวภาพ รวมไปถึงยังทำได้ถึงขนาดที่มีระบบป้องกันขีปนาวุธ ที่มีระดับ เรเวล3a ได้อีกด้วย

โดยจะจัดจำหน่ายในลักษณะที่เปิดให้หน่วยงานต่างๆ เข้ามาจองเอาไว้และจะเริ่มผลิต ส่งโดยจะเริ่มขึ้นในช่วง ปลายปี 2013 นี้ เป็นที่น่าสนใจสำหรับพื้นที่ต่างๆ ที่มีความเสี่ยงสูง และน่าจะเกิดประโยชน์เป็นอย่างมากโดย เฉพาะหากคิดเล่นๆเล่นๆ ว่าได้นำมาใช้ที่ภาคใต้บ้านเรา


เชิญมายลโฉมรถกระบะปี 2013 อย่าง Isuzu RT-50 Minor change


Isuzu RT-50 Minor change
รถยนต์ใหม่: ตลาดรถปีนี้ก็เดินทางมาถึงปลายปีแล้วใครหลาย ๆ คนคงกำลังรอการเปิดตัว รถกระบะปี 2013 ของหลายๆค่ายกันอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งก็มีแพลม ๆ กันออกมาบ้างแล้ว มาวัันนี้เราก็ได้หยิบรถกระบะสายพันธ์ประหยัดน้ำมันอย่าง Isuzu ที่ได้มีข่าวเกี่ยวกับกระบะตัวใหม่ที่จะออกมาปีหน้า อย่างรุ่น Isuzu RT-50 Minor change ดูแล้วก็โฉบเฉี่ยวทีเดียว
กลับมาอีกครั้งตามความเรียกร้องของผู้ใช้รถกระบะ มาคราวนี้ค่าย Isuzu ได้วางแผนผลิตรถกระบะสายพันธุ์ใหม่นี้ถึง 3 รุ่นเลยทีเดียว ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าทางค่าย Isuzu นั้นสามารถตอบโจทย์ของลูกค้าได้อย่างลงตัวเลย ที่จะออกมานั้นก็สามารถแข่งขันกับเจ้าต่างๆอย่างเข้มข้น และได้ปรับเปลี่ยนโฉมของเจ้าตัวนี้นั้นให้กลายเป็นรุ่น 2013 IsuzuRT-50 Minor change ซึ่งเอกลักษณ์ที่โดนเด่นนี้แทบจะคล้าย Chevrolet Colorado แบบใหม่เลย แต่ Isuzu D-Max ก็ยังครองใจคนทำงานสมัยนี้เหมือนเดิม

การดีไซน์ที่ดียิ่งขึ้น

ในออกแบบของ รถ Isuzu D-Max ทั้งภายในตัวรถและภายนอกตัวรถนั้น ซึ่งทางผู้ขับขี่คงตั้งใจรอว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงยกใหญ่ซึ่งทาง Isuzu ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเพราะเรื่องความแกร่งของรถยังมีคู่แข่งรออีกตั้งมากมายเพราะในตลาดรถของประเทศไทยในวงการกระบะเป็นอะไร หนาแน่นมากสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ โดยปีหน้า 2013 ได้ปล่อยรุ่น 2013 Isuzu RT-50 Minor change ถ้าใครเคยได้เห็นรูปร่างหน้าตาของกระบะพันธุ์แกร่งคันนี้ไปแล้วต้องถูกใจอย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก thaicarnews.com
ISUZU

Isuzu RT-50 Minor change กระบะโฉมใหม่ปี 2013

rutchapong  |  at   06:36


เชิญมายลโฉมรถกระบะปี 2013 อย่าง Isuzu RT-50 Minor change


Isuzu RT-50 Minor change
รถยนต์ใหม่: ตลาดรถปีนี้ก็เดินทางมาถึงปลายปีแล้วใครหลาย ๆ คนคงกำลังรอการเปิดตัว รถกระบะปี 2013 ของหลายๆค่ายกันอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งก็มีแพลม ๆ กันออกมาบ้างแล้ว มาวัันนี้เราก็ได้หยิบรถกระบะสายพันธ์ประหยัดน้ำมันอย่าง Isuzu ที่ได้มีข่าวเกี่ยวกับกระบะตัวใหม่ที่จะออกมาปีหน้า อย่างรุ่น Isuzu RT-50 Minor change ดูแล้วก็โฉบเฉี่ยวทีเดียว
กลับมาอีกครั้งตามความเรียกร้องของผู้ใช้รถกระบะ มาคราวนี้ค่าย Isuzu ได้วางแผนผลิตรถกระบะสายพันธุ์ใหม่นี้ถึง 3 รุ่นเลยทีเดียว ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าทางค่าย Isuzu นั้นสามารถตอบโจทย์ของลูกค้าได้อย่างลงตัวเลย ที่จะออกมานั้นก็สามารถแข่งขันกับเจ้าต่างๆอย่างเข้มข้น และได้ปรับเปลี่ยนโฉมของเจ้าตัวนี้นั้นให้กลายเป็นรุ่น 2013 IsuzuRT-50 Minor change ซึ่งเอกลักษณ์ที่โดนเด่นนี้แทบจะคล้าย Chevrolet Colorado แบบใหม่เลย แต่ Isuzu D-Max ก็ยังครองใจคนทำงานสมัยนี้เหมือนเดิม

การดีไซน์ที่ดียิ่งขึ้น

ในออกแบบของ รถ Isuzu D-Max ทั้งภายในตัวรถและภายนอกตัวรถนั้น ซึ่งทางผู้ขับขี่คงตั้งใจรอว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงยกใหญ่ซึ่งทาง Isuzu ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเพราะเรื่องความแกร่งของรถยังมีคู่แข่งรออีกตั้งมากมายเพราะในตลาดรถของประเทศไทยในวงการกระบะเป็นอะไร หนาแน่นมากสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ โดยปีหน้า 2013 ได้ปล่อยรุ่น 2013 Isuzu RT-50 Minor change ถ้าใครเคยได้เห็นรูปร่างหน้าตาของกระบะพันธุ์แกร่งคันนี้ไปแล้วต้องถูกใจอย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก thaicarnews.com


ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานว่ายอดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ไตรมาส 3 กว่า 750,000 ล้านบาท ขณะที่อธิบดีกรมสรรพสามิตระบุว่าพร้อมระดมเจ้าหน้าที่ติดตามทวงเงินภาษีคืน หากผู้ใช้สิทธิ์โครงการรถยนต์คันแรกไม่สามารถผ่อนชำระค่างวด หรือเปลี่ยนมือก่อนครบกำหนด 5 ปี


ปัญหาการขยายตัวสินเชื่อภาคครัวเรือนส่วนหนึ่งจากโครงการรถยนต์คันแรก โดยผู้บริหารสถาบันการเงินบางส่วนยอมรับว่าผู้เช่าซื้อรถยนต์บางส่วน ไม่พร้อมผ่อนชำระค่ารถ แต่ต้องการใช้สิทธิ์โครงการ จึงห่วงว่าอาจเกิดปัญหานี้บ้าง แต่เชื่อว่ามีไม่มาก


ขณะที่นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานปัญหานี้ แต่กำชับเจ้าหน้าที่ประสานงานกับกรมขนส่งทางบกอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตาม และตรวจสอบผู้ได้รับเงินคืนตามโครงการรถยนต์คันแรกของรัฐบาล ซึ่งต้องถือครองครบ 5 ปี จึงเปลี่ยนเจ้าของทะเบียนรถได้ ยกเว้นกรณีเสียชีวิต


อธิบดีกรมสรรพสามิตยังเตือนผู้ขอใช้สิทธิ์ปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด แต่หากไม่สามารถผ่อนชำระค่างวดรถได้ ทำให้อาจขายดาวน์ หรือเปลี่ยนมือก่อนกำหนด ต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับทั้งหมด และกรมฯ พร้อมระดมเจ้าหน้าที่ติดตามทวงถาม


ขณะที่นางสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการรถยนต์คันแรกกระตุ้นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่พบการปล่อยสินเชื่อด้อยคุณภาพ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาหนี้เสีย จนกระทบสถาบันการเงิน และเศรษฐกิจโดยรวม


รายงานภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 3 พบว่าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ขยายตัวสูงสุด และมียอดสินเชื่อคงค้างร้อยละ 22.39 คิดเป็นเงินกว่า 750,000 ล้านบาท


ที่มา:  ThaiPBS


รถยนต์ใหม่

กรมสรรพสามิตพร้อมทวงเงินภาษีคืนรถยนต์คันแรก

rutchapong  |  at   09:29


ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานว่ายอดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ไตรมาส 3 กว่า 750,000 ล้านบาท ขณะที่อธิบดีกรมสรรพสามิตระบุว่าพร้อมระดมเจ้าหน้าที่ติดตามทวงเงินภาษีคืน หากผู้ใช้สิทธิ์โครงการรถยนต์คันแรกไม่สามารถผ่อนชำระค่างวด หรือเปลี่ยนมือก่อนครบกำหนด 5 ปี


ปัญหาการขยายตัวสินเชื่อภาคครัวเรือนส่วนหนึ่งจากโครงการรถยนต์คันแรก โดยผู้บริหารสถาบันการเงินบางส่วนยอมรับว่าผู้เช่าซื้อรถยนต์บางส่วน ไม่พร้อมผ่อนชำระค่ารถ แต่ต้องการใช้สิทธิ์โครงการ จึงห่วงว่าอาจเกิดปัญหานี้บ้าง แต่เชื่อว่ามีไม่มาก


ขณะที่นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานปัญหานี้ แต่กำชับเจ้าหน้าที่ประสานงานกับกรมขนส่งทางบกอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตาม และตรวจสอบผู้ได้รับเงินคืนตามโครงการรถยนต์คันแรกของรัฐบาล ซึ่งต้องถือครองครบ 5 ปี จึงเปลี่ยนเจ้าของทะเบียนรถได้ ยกเว้นกรณีเสียชีวิต


อธิบดีกรมสรรพสามิตยังเตือนผู้ขอใช้สิทธิ์ปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด แต่หากไม่สามารถผ่อนชำระค่างวดรถได้ ทำให้อาจขายดาวน์ หรือเปลี่ยนมือก่อนกำหนด ต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับทั้งหมด และกรมฯ พร้อมระดมเจ้าหน้าที่ติดตามทวงถาม


ขณะที่นางสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการรถยนต์คันแรกกระตุ้นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่พบการปล่อยสินเชื่อด้อยคุณภาพ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาหนี้เสีย จนกระทบสถาบันการเงิน และเศรษฐกิจโดยรวม


รายงานภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 3 พบว่าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ขยายตัวสูงสุด และมียอดสินเชื่อคงค้างร้อยละ 22.39 คิดเป็นเงินกว่า 750,000 ล้านบาท


ที่มา:  ThaiPBS



ปอร์เช่ เอจี (Porsche AG) ฉลองการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ “เคย์แมน” (Cayman) ที่งาน 2012 Los Angeles Auto Show 


โดยเคย์แมนรุ่นที่ 3 ได้รับการพัฒนาเสร็จสมบูรณ์แล้ว ด้วยตัวรถที่เตี้ยลงและยาวขึ้น, น้ำหนักเบา และรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพ และสมรรถนะสูงกว่าที่เคยมีมา ระยะห่างระหว่างล้อหน้าและล้อหลังที่กว้างขึ้น ช่วงล้อและล้อรถใหญ่ขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสมรรถนะในการขับเคลื่อนของรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางลำรุ่นดังกล่าวอย่างเหนือระดับ เคย์แมนรุ่นใหม่มีน้ำหนักเบาลงกว่าเดิมถึง 30 กก. ขึ้นอยู่กับโครงสร้างเฉพาะและอุปกรณ์เสริมเฉพาะ นอกจากนี้ เคย์แมนยังใช้น้ำมันเชื้อเพลิงน้อยกว่ารถรุ่นก่อนๆกว่า 15% ต่อ 100 กิโลเมตร แม้จะมีรอบเครื่องยนต์ และสมรรถนะในการขับเคลื่อนสูงก็ตาม

รถสปอร์ต 2 ที่นั่ง เครื่องยนต์วางกลางลำรุ่นใหม่นี้ เปิดตัวในเวอร์ชั่นปอร์เช่ คลาสสิก 2 รุ่น ได้แก่ เคย์แมน และ เคย์แมน เอส โดยรถรุ่นแบบจำลองพื้นฐานขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบแนวราบ 2.7 ลิตร ด้วยแรงขับเคลื่อน 275 แรงม้า (202 กิโลวัตต์) ซึ่งสามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ภายใน 5.4 วินาที ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์เสริมเครื่องยนต์ และเร่งความเร็วสูงสุดได้ 266 กม./ชม. การใช้น้ำมันตามแบบมาตรฐานการขับขี่ใหม่ของ NEDC อยู่ระหว่าง 7.7 ลิตร/100 กม. ถึง 8.2 ลิตร/100 กม. ขึ้นอยู่กับการขับขี่ ขณะที่ปอร์เช่ เคย์แมน เอส เครื่องยนต์ 3.4 ลิตร มีแรงขับเคลื่อน 325 แรงม้า (239 กิโลวัตต์) ซึ่งสามารถเร่งความเร็วได้ดีที่สุดจากสภาพนิ่ง ถึง 100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.7 วินาที ด้วยคุณสมบัติที่เหมาะสม เคย์แมน เอส สามารถเร่งความเร็วได้สูงสุด 283 กม./ชม. และมีการใช้น้ำมันตามแบบมาตรฐานการขับขี่ใหม่ของ NEDC อยู่ระหว่าง 8.0 ลิตร/100 กม. ถึง 8.8 ลิตร/100 กม. ซึ่งขึ้นอยู่กับการขับขี่


ปอร์เช่ ยังยกระดับปอร์เช่ เคย์แมน ด้วยคุณสมบัติเสริมใหม่ๆ ให้กับรถสปอร์ตสองประตู เช่น ระบบเตือนก่อนการชน (Adaptive Cruise Control / ACC) เป็นครั้งแรก ซึ่งควบคุมระยะห่างจากรถคันข้างหน้า และความเร็วของยานพาหนะ รวมถึงระบบเสียง Burmester ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษ คุณสมบัติพิเศษอื่นๆของเคย์แมน คือ ระบบเปิด-ปิดประตูและระบบการขับขี่โดยที่ไม่ต้องใช้กุญแจ ซึ่งถือเป็นอีกอ็อปชั่นหนึ่ง


ที่มา:  อินโฟเควสท์


รถยนต์ใหม่

ปอร์เช่ เปิดตัว “เคย์แมน” รุ่นใหม่ – ตัวรถเตี้ยลง เบา และปราดเปรียวขึ้น

rutchapong  |  at   09:26


ปอร์เช่ เอจี (Porsche AG) ฉลองการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ “เคย์แมน” (Cayman) ที่งาน 2012 Los Angeles Auto Show 


โดยเคย์แมนรุ่นที่ 3 ได้รับการพัฒนาเสร็จสมบูรณ์แล้ว ด้วยตัวรถที่เตี้ยลงและยาวขึ้น, น้ำหนักเบา และรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพ และสมรรถนะสูงกว่าที่เคยมีมา ระยะห่างระหว่างล้อหน้าและล้อหลังที่กว้างขึ้น ช่วงล้อและล้อรถใหญ่ขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสมรรถนะในการขับเคลื่อนของรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางลำรุ่นดังกล่าวอย่างเหนือระดับ เคย์แมนรุ่นใหม่มีน้ำหนักเบาลงกว่าเดิมถึง 30 กก. ขึ้นอยู่กับโครงสร้างเฉพาะและอุปกรณ์เสริมเฉพาะ นอกจากนี้ เคย์แมนยังใช้น้ำมันเชื้อเพลิงน้อยกว่ารถรุ่นก่อนๆกว่า 15% ต่อ 100 กิโลเมตร แม้จะมีรอบเครื่องยนต์ และสมรรถนะในการขับเคลื่อนสูงก็ตาม

รถสปอร์ต 2 ที่นั่ง เครื่องยนต์วางกลางลำรุ่นใหม่นี้ เปิดตัวในเวอร์ชั่นปอร์เช่ คลาสสิก 2 รุ่น ได้แก่ เคย์แมน และ เคย์แมน เอส โดยรถรุ่นแบบจำลองพื้นฐานขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบแนวราบ 2.7 ลิตร ด้วยแรงขับเคลื่อน 275 แรงม้า (202 กิโลวัตต์) ซึ่งสามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ภายใน 5.4 วินาที ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์เสริมเครื่องยนต์ และเร่งความเร็วสูงสุดได้ 266 กม./ชม. การใช้น้ำมันตามแบบมาตรฐานการขับขี่ใหม่ของ NEDC อยู่ระหว่าง 7.7 ลิตร/100 กม. ถึง 8.2 ลิตร/100 กม. ขึ้นอยู่กับการขับขี่ ขณะที่ปอร์เช่ เคย์แมน เอส เครื่องยนต์ 3.4 ลิตร มีแรงขับเคลื่อน 325 แรงม้า (239 กิโลวัตต์) ซึ่งสามารถเร่งความเร็วได้ดีที่สุดจากสภาพนิ่ง ถึง 100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.7 วินาที ด้วยคุณสมบัติที่เหมาะสม เคย์แมน เอส สามารถเร่งความเร็วได้สูงสุด 283 กม./ชม. และมีการใช้น้ำมันตามแบบมาตรฐานการขับขี่ใหม่ของ NEDC อยู่ระหว่าง 8.0 ลิตร/100 กม. ถึง 8.8 ลิตร/100 กม. ซึ่งขึ้นอยู่กับการขับขี่


ปอร์เช่ ยังยกระดับปอร์เช่ เคย์แมน ด้วยคุณสมบัติเสริมใหม่ๆ ให้กับรถสปอร์ตสองประตู เช่น ระบบเตือนก่อนการชน (Adaptive Cruise Control / ACC) เป็นครั้งแรก ซึ่งควบคุมระยะห่างจากรถคันข้างหน้า และความเร็วของยานพาหนะ รวมถึงระบบเสียง Burmester ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษ คุณสมบัติพิเศษอื่นๆของเคย์แมน คือ ระบบเปิด-ปิดประตูและระบบการขับขี่โดยที่ไม่ต้องใช้กุญแจ ซึ่งถือเป็นอีกอ็อปชั่นหนึ่ง


ที่มา:  อินโฟเควสท์


บทความรถยนต์ที่น่าสนใจ